ประวัติ

เอฟเอ ยูธ คัพ : ปี 2010

เชลซีคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1961 หลังจากที่เราพลิกกลับมาชนะแอสตัน วิลล่า ได้ในครึ่งหลังของการแข่งขันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

เกมนัดแรกจบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 ที่วิลล่า ปาร์ค และทีมเราต้องกลับมาแข่งในบ้านของเราเองที่ลอนดอนตะวันตกและต้องตัดสินกันที่นั่นในเกมนัดที่สอง

ประตูจากมาร์โก ไมโตรวิช และประตูของคอนอร์ คลิฟฟอร์ด ทำให้เรากลับมาเอาชนะได้สำเร็จหลังจากที่วิลล่าทำประตูขึ้นนำได้ก่อนด้วยการโหม่งบอล

ทำให้เราคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพได้สำเร็จเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของเรา หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วเมื่อปี 1960 และ 1961

เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของเรานั้นเริ่มต้นที่วัลเลย์ ช่วงก่อนคริสต์มาส เราเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 2-1 จากประตูของเจฟฟรีย์ บรูม่า และไมโตรวิช

ชัยชนะ 4-0 จากการไปเยือนน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และวัตฟอร์ดในรอบที่ 4 และ 6 ตามลำดับ โดยในรอบที่ 5 เราชนะพอร์ทสมัธ 1-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ คลิฟฟอร์ดทำประตูชัยในเกมนั้น และทำประตูที่ซิตี้ กราวด์ ได้อีกด้วย จอช แม็คเอคแครนเองก็ทำประตูที่วิคาเรจ โร้ด อีกด้วย

เราจับฉลากได้พบกับแบล็คเบิร์นในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งเกมนัดแรกมีการทำประตูตัวเองเกิดขึ้นจนกลายเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างให้กับเรา และเมื่อทั้งสองทีมมาเจอกันอีกครั้งในเกมนัดที่สอง ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เดอะบลูส์โชว์ฟอร์มได้อย่างดี และสมควรที่จะชนะด้วยสกอร์ 4-0 จาโคโป ซาลา ทำสองประตู ส่วนอีกสองประตูได้จากไมโตรวิชและโกคาน โทเร่

นั่นหมายความว่าเราได้เข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่สองในรอบสามปี แต่ไม่เหมือนกับปี 2008 เพราะเชลซีเป็นผู้คว้าแชมป์ในปีนี้

เจฟฟรี่ บรูมาทำประตูตีเสมอได้จากการยิงฟรีคิกสุดสวยในเกมนัดแรกที่พบกับแอสตัน วิลล่า โดยเดอะบลูส์โชคร้ายที่ไม่สามารถกลับจากเบอร์มิ่งแฮมด้วยความได้เปรียบ หลังจากที่ยิงไปติดเสา ติดคานถึงสามครั้ง

แต่ในที่สุดก็ถึงคราวโชคดีของเรา เมื่อไมโตรวิชและคลิฟฟอร์ดทำประตูได้ที่เดอะบริดจ์และทำให้เราคว้าชัยด้วยสกอร์รวม 3-2

จากการที่เราทำประตูได้หลายประตูและเสียประตูแค่ 3 ประตูตลอดทั้งการแข่งขัน ชัดเจนว่าคุณภาพของเราในกรอบเขตโทษนั้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากที่ทำให้เราคว้าแชมป์ถ้วยนี้

ข่าวอื่นๆ