ประวัติ

เอฟเอ วีเม่นส์ คัพ : ปี 2015

ทีมหญิงของเชลซีคว้าถ้วยรางวัลใบแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ หลังจากที่คว้าชัยชนะจากน็อตต์ เคาน์ตี้ ด้วยสกอร์ 1-0 ที่เวมบลีย์

ต่อหน้าแฟนบอลราว 30,000 คนที่สนามกีฬาแห่งชาติ จี โซ-ยุน ทำประตูได้สำเร็จ เหมือนกับที่ทำได้ในรอบรองชนะเลิศที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

ข่าวทีม
เอ็มม่า เฮเยสเลือกที่จะใช้ทีมชุดเติมจากสัปดาห์ก่อนในเกม WSL เคธี่ย์ แช็พแมน ลงเล่นในแดนกลางร่วมกลับดรูว สเปนซ์ และมิลลี่ ไบรท์ ส่วนเฮ็ดวิก ลินดาห์ลลงเป็นผู้รักษาประตูอยู่ด้านหลังแบ็คโฟร์อย่างฮันนาห์ บลันเดลล์, ไนแอมป์ ฟาเฮย์, กิลลี่ ฟลาเฮอร์ตี้ และแคลร์ ราฟเฟอร์ตี้

จี ผู้ทำประตูในรอบรองชนะเลิศลงเล่นในตำแหน่งกองหน้าโดยมีปีกข้างที่คอยช่วยอย่างเก็มม่า ดาวิสัน และเอนี อาลูโก้

ครึ่งแรก
น็อตส์ เคาน์ตี้เริ่มต้นได้อย่างสดใสมากกว่า แต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ค่อยมีโอกาสมากนักในช่วง 20 นาทีแรก เดอะบลูส์พยายามจะเรียกจุดโทษเมื่อลูกโหม่งของอาลูโก้ไปโดนมือของฝ่ายตรงข้าม แต่กรรมการก็ปฏิเสธที่จะให้ลูกโทษนี้

เชลซีดันเกมรุกเพิ่มขึ้นและฟาเฮย์เกือบจะทำประตูได้ เมื่อจีเปิดฟรีคิกเข้ามาแต่เธอยิงข้ามคานไป ก่อนที่อะลูโก้จะโยนยาวเข้ามาให้กับจี แต่โดนเคลียร์ออกไปได้ก่อน

ต่อมาอะลูโก้ใช้สปีดอันรวดเร็วสร้างความปั่นป่วนให้กับกองหลังของคู่แข่ง ทำให้เกมของเชลซียังคงดันเกมรุกหนักขึ้นเรื่อยๆ เธอจ่ายบอลต่อไปให้กับดาวิสัน (ภาพบน) และซัดผ่านตัวคาร์ลี่ เทลฟอร์ด แต่โชคร้ายที่บอลพุ่งไปข้างประตู

นักเตะวัย 28 ปีรายนี้ยังคงสร้างความแตกต่างให้กับทีมของเธอได้เสมอ หลังจากที่ลูกยิงของเธอถูกเทลฟอร์ดชกออกไปได้ และดาวิสันมีโอกาสยิงอีกครั้งแต่บอลก็ยังออกจากข้างไป

แต่ไม่ต้องรอกันนานนัก อะลูโก้ลากบอลจากทางด้านซ้ายขึ้นมาที่กรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายต่อให้กับจี สตาร์ชาวเกาหลีจับบอลและยิงจากระยะประชิดเข้าประตูไปอย่างงดงาม เป็นประตูที่สามของเธอในรายการนี้ ครึ่งแรกจบลงด้วยความบันเทิง และมีแววจะดุเดือดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง

 

ครึ่งหลัง
อะลูโก้มีโอกาสเหน่งๆ อีกครั้ง หลังเริ่มครึ่งหลังไม่กี่นาที ลากบอลเข้าไปในตำแหน่งที่อันตรายในกรอบ แต่ลูกโยนยาวของเธอดันไปไม่ถึงดาวิสัน หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีโอกาสอะไรมากนัก ก่อนที่เคาน์ตี้จะมาเกือบตีเสมอได้หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เดซิรี สก็อตต์ ยิงเข้ามาติดฟลาเฮอร์ตี้ออกหลังไป

เทลฟอร์ดต้องลงต่ำมาช่วยป้องกันเมื่ออะลูโก้มีโอกาสได้ยิง (ภาพล่าง) และต่อจากนั้นอดีตผู้รักษาประตูของเชลซีทำได้ดีในการวิ่งเข้ามาบล็อกลูกยิงของจีฟลาเฮอร์ตี้ เกือบจะทำประตูที่สองให้เชลซีได้หลังจากผ่าน 70 นาทีไป ลูกเตะมุมจากมุมขวาถูกฟลาเฮอร์ตี้โยนเข้ามาที่กรอบ ก่อนที่อะลูโก้จะยิงด้วยสัญชาตญาณ แต่ก็ยังไม่สามารถไม่สามารถผ่านเทลฟอร์ดไปได้

เดอะบลูส์รักษาสกอร์ได้จนกระทั่งจบเกมและสร้างประวัติศาสตร์ได้เป็นครั้งแรก การเฉลิมฉลองก็ได้เริ่มต้นขึ้น!

 

เชลซี : เฮ็ดวิก ลินดาห์ล, ฮันนาห์ บลันเดลล์, ไนแอม ฟาเฮย์, กิลลี่ ฟลาเฮอร์ตี้, แคลร์ ราฟเฟอร์ตี้, มิลลี่ ไบรท์, เคธี่ แช็พแมน (c), ดรูว สเปนซ์, เก็มม่า ดาวิสัย, จี โซ-ยุน (ลอว์ร่า คูมบ์ส น.90), เอนี่ อะลูโก้ (อะนา บอร์เกส น.81)

ผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ลงแข่ง : แมรี่ ฮูริฮาน, โจดี้ เบร็ตต์, มาริยา บานูซิช

ผู้ทำประตู : จี น.37

ใบเหลือง : แช็พแมน

 

น็อตต์ เคาน์ตี้ : แคร์รี่ เทลฟอร์ด, อเล็กซ์ กรีนวู้ด, แดเนียล บูเอ็ต (ไอลีน วีแลน น.76), เจสส์ คล้าร์ก, ราเชล วิลเลียมส์ (ซูซี่ ดูเนีย น.56), เอ็ลเลน ไวท์, เดซิรี่ สก็อตต์, โซฟี่ วอลตัน, เอมี่ เทิร์นเนอร์, ลีแอนน์ คริชตัน (ฟิโอน่า โอซุลไลวาน น.83), ลอว์ร่า บาสเซ็ตต์ (c)

ผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ลงแข่ง : อัชเล่ย์ พลัมพ์ทรี, ลอว์ร่า-เจย์น โอนีล

 

กรรมการ : เอมี่ เฟียร์น

จำนวนผู้เข้าชม : 30,710

ข่าวอื่นๆ