ประวัติ

เอฟเอ วีเม่นส์ ซูเปอร์ ลีก สปริง ซีรี่ย์ 2017

ทีมหญิงของเชลซีเก็บแชมป์เอฟเอ วีเม่นส์ ซูเปอร์ ลีก สปริง ซีรี่ย์ได้จากชัยชนะเหนือเกมเยือนเบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายของฤดูกาล

ลูกยิงของคาเร็น คาร์นี่ย์ในช่วงครึ่งแรก ทำให้เชลซีได้ประตูนำ และฟราน เคอร์บี้ยิงประตูที่สองได้อีก ทำให้ทีมของเอ็มม่า เฮเยสได้ฉลองแชมป์กันหลังสิ้นเสียงนกหวีด

 

เฮเยสเปลี่ยนแปลงนักเตะ 5 คนจากเกมก่อนหน้านี้ที่เอาชนะลิเวอร์พูลได้ 7-0 หมายความว่าวิงแบ็คมีการเปลี่ยนแปลงจากเกมกลางสัปดาห์ที่ชนะบริสตอล ซิตี้ เจมม่า ดาวิสัน และคริสตัล ดันน์ ลงเล่นแทนฮันนาห์ บลันเดลล์ และเบ็ธ อิงก์แลนด์ แนวหน้าสามคนเองก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน ถอดเอาเอริน คัธเบิร์ต, ดรูว์ สเปนซ์ และราโมน่า บัชมันน์ออกและส่งจี โซ-ยุน และคาร์นี่ย์ ลงเล่นด้านหลังของเคอร์บี้ ส่วนผู้รักษาประตู, กองหลัง และมิดฟิลด์ตัวกลางไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

เกมเริ่มต้นอย่างสดใสภายใต้แสงแดดที่โซลิฮัลล์ มัวร์ ทั้งสองทีมได้ลูกเตะมุมตั้งแต่ต้นเกม แต่ล้มเหลวในการใช้ประโยชน์จากจุดนั้น แต่เชลซีก็เริ่มดันเกมขึ้นสูงและสร้างปัญหาให้เบอร์มิ่งแฮมได้มากขึ้น

 

มิลลี่ ไบรท์ทำได้ดีในตอนที่เจ้าบ้านพยายามทำลวงผ่านแนวรับของเชลซี และเบอร์มิ่งแฮมก็พยายามไล่บอลอยู่ตลอด ส่วนฝั่งเชลซีก็เล่นกันอย่างใจเย็นและรอบคอบมากกว่า

 

หลังผ่านช่วง 15 นาทีไป เชลซีก็เริ่มครองบอลได้มากขึ้น ดันน์มีโอกาสได้เปิดบอลข้ามมาจากด้านซ้ายแต่ไลน์แมนก็ชูธงล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

 

หลังจากนั้นไม่นาน ดันน์ก็มีโอกาสเปิดให้ทีมได้มีลุ้นประตูแรก คาร์นี่ย์ทำได้ดีในการกระชากหลบคู่แข่งและทำให้ดันน์มีพื้นที่เล่นที่ด้านซ้าย ก่อนจะเปิดบอลข้ามไปให้จีได้ลุ้นแต่ก็ไม่สามารถรั้งลูกไว้ได้

 

ต่อมาเชลซีได้โอกาสที่ดีมากขึ้น เมื่อกรรมการให้เชลซีได้จุดโทษหลังเคอร์บี้โดนแอน-แคทริน เบอร์เกอร์เข้าปะทะ เบอร์เกอร์โดนใบเหลืองทันทีจากจังหวะนั้น

 

คาร์นีย์รับหน้าที่สังหารแบบไม่มีพลาดจากระยะ 12 หลา ยิงอย่างใจเย็นไปเข้ามุมล่างของประตู กลายเป็นประตูสำคัญที่ทำให้เรามีลุ้นแชมป์ขึ้นมาทันที

 

ไม่นานหลังจากนั้นเชลซีก็ใส่ต่อเนื่อง เคอร์บี้เกือบจะหลุดเข้าไปในแดนของคู่แข่งก่อนที่คาร์นี่ย์จะได้ปั่นฟรีคิกเข้าไปที่กรอบ แต่ไบรท์ก็สามารถโหม่งสกัดไว้ได้

 

เชลซีเกือบทำประตูเพิ่มเป็น 2-0 ได้ เมื่อเคอร์บี้ตัดบอลแล้วชิ่งกับจีก่อนจะทะลวงผ่านแนวรับของเบอร์มิ่งแฮมเข้าไปได้ แต่ดาวิสันไม่สามารถโหม่งให้เข้ากรอบได้

 

ช่วงท้ายครึ่งแรก เชลซีพยายามเพิ่มแรงบุกให้เต็มที่มากขึ้น การเล่นประสานกันของคาร์นี่ย์และดันน์เกือบจะทำให้จีมีพื้นที่ทะลวงไปในแนวรับของเบอร์มิ่งแฮม แต่ก็ยังฝ่าเข้าไปไม่ได้

 

ก่อนหมดครึ่งแรก จีไหลบอลไปให้เคอร์บี้ที่หน้าประตู แต่ผู้รักษาประตูสามารถเซฟไว้ได้ก่อน

เริ่มครึ่งหลังมาเชลซียังคงพยายามรักษาเกมรุกไว้ได้อย่างต่อเนื่อง เอ็มเจลเกือบจะโหม่งลูกเตะมุมของคาร์นี่ย์เข้าประตูได้ แต่บอลแฉลบออกข้างไปนิดเดียว

 

เชลซีใช้เวลาไม่นานก็มาได้ประตูที่สอง เมื่อดาวิสันได้พื้นที่บุกเข้าไปทางด้านขวาแต่เบอร์เกอร์ไม่สามารถรับมือได้ ทำให้บอลหลุดเข้าไปที่เสาสอง เคอร์บี้ตอบสนองรวดเร็ว วิ่งเข้าไปกดยัดซ้ำเข้าประตูได้สำเร็จ เชลซีขยับเข้าใกล้ถ้วยแชมป์ไปอีกขั้นแล้ว

 

เบอร์มิ่งแฮมเปลี่ยนเอาสไตรค์เกอร์ลงมาอีกคน และเฮเยสก็ตามด้วยการเปลี่ยนเอาบาชมันน์ลงมาแทนดาวิสัน ลงในตำแหน่งคู่กับจี

 

เอ็มเจลเกือบจะยิงได้อีกประตู จิลลี่ ฟลาเฮอร์ตี้และเคอร์บี้เล่นประสานกันมาก่อนจะไปจบที่จีรับบอลแล้วส่งกลับหลังมาให้เอ็มเจลด์ แต่หมายเลข 18 ของเรายิงข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น

 

ช่วง 6 นาทีสุดท้ายเชลซีเปลี่ยนเอาเคอร์บี้ออกและส่งสเปนซ์ลงมาแทน แฟนบอลปรบมือให้กับเคอร์บี้ก่อนออกจากสนามด้วย

 

บาชมันน์เกือบจะยิงปิดม่านได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทะลวงผ่านแนวรับของเบอร์มิ่งแฮมเข้าไปในกรอบแต่เบอร์เกอร์วิ่งเข้ามาเซฟได้ทัน

 

เบอร์มิ่งแฮมพยายามไล่ล่าประตูจนนาทีสุดท้าย แต่เชลซีก็สามารถป้องกันไว้ได้จนจบเกม ส่งผลให้แฟนบอลได้เฮกันลั่นสนาม

เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ : แอน-แคทริน เบอร์เกอร์, วิลเลี่ยมส์, เซอร์เจียนท์, คาร์เตอร์ (เวลลิ่ง น.63), เคอร์รี่ ฮาร์รอพ (c), เมย์ลิ่ง, สตริงเกอร์, เอเวอร์ส (อาวิซี่ น.70), ราเชล วิลเลี่ยมส์, มานเนี่ยน, บราซิล

ผู้เล่นสำรองไม่ได้ลงสนาม : บักกาลีย์, เฮเกอร์เบิร์ก, เป๊ปโลว์, สโคฟิลด์, เวสต์วู้ด

ใบเหลือง : เบอร์เกอร์ น.21

 

เชลซี (3-4-2-1) : เทลฟอร์ด, ฟลาเฮอร์ตี้, คูเปอร์, ไบรท์, ดาวิสัน (บาชมันน์ น.64), เอ็มเจลด์, แช็พแมน (c), ดันน์, จี โซ-ยุน (คัธเบิร์ต น.90), คาร์นี่ย์, เคอร์บีย์ (สเปนซ์ น.84)

ผู้เล่นสำรองไม่ได้ลงสนาม : คิตชิ่ง, บลันเดลล์, อิงก์แลนด์

ผู้ทำประตู : คาร์นีย์ น.22, เคอร์บี้ น.58

 

ผู้เข้าชมในสนาม 1,171

ข่าวอื่นๆ