ประวัติ

เอฟเอ ยูธ คัพ : ปี 2014

ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อทีม U18 ของเราสามารถพลิกจากการไล่ตามจากผลสกอร์ในเกมแรกของรอบชิงชนะเลิศและเอาชนะฟูแล่ม คว้าแชมป์ได้สำเร็จ

ทีมรุ่นเยาว์ของอาดี วิวิชต้องหัวใจสลายในการแข่งขันเมื่อปีก่อน และพ่ายด้วยสกอร์ 3-2 ที่สนามคราเว่น ค็อทเทจ ในอีก 12 เดือนต่อมา ไม่มีกฏอเวย์โกลในรายการนี้ เดอะบลูส์รู้ดีว่าเราจำเป็นต้องทำประตูให้ได้อย่างน้อย 2 ประตูในเกมที่เดอะบริดจ์เพื่อคว้าถ้วยแชมป์ให้ได้ และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำได้สำเร็จ

คืนนั้นเริ่มต้นอย่างเลวร้ายสำหรับเรา เมื่อมัวซา เด็มเบเล่ทำประตูให้ทีมเยือนขึ้นนำได้ก่อน ทำให้ฟูแล่มมีสกอร์รวมนำเป็น 4-2 ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีโอกาสในการทำประตู ก่อนที่ชาร์ลี มูซอนด้าวิ่งจากด้านขวาเข้ากรอบแล้วชิ่งบอลกับโดมินิก โซลังกี้ ก่อนจะถูกดึงล้มลงและเชลซีได้จุดโทษทันที

ชาร์ลี โคลเก็ตต์สังหารจุดโทษได้อย่างใจเย็น หลังจากนั้นจอร์แดน เฮาจ์ตั้นทำประตูให้เราขึ้นนำเป็น 2-1 ในช่วงสองนาทีต่อมาด้วยลูกยิงสุดสวย ทำให้เชลซีเข้าใกล้ถ้วยแชมป์มากยิ่งขึ้น แต่ต่อมาฟูแล่มก็กลับมานำได้อีกครั้งจากแพทริก โรเบิร์ต

ไอแซค เซวานคัมโบทำประตูให้เชลซีในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งทำให้เราเข้าสู่ช่วงเวลา 10 นาทีสุดท้ายแห่งความตื่นเต้น โซลังกี้มาทำสองประตูได้ในช่วงท้ายเกมนี้ ทำให้เชลซีจบเกมด้วยชัยชนะจากสกอร์รวม 7-6

การแข่งขันชิงถ้วยรายการนี้เริ่มต้นด้วยชัยชนะ 4-0 ในเกมที่พบกับดาร์ทฟอร์ด ต้องขอบคุณแฮตทริกจากโซลังกี้ด้วย ต่อมาเราก็เอาชนะที่อัลเดอร์ชอร์ท ทาวน์ได้ด้วยการทำประตู 4 ประตู เอาชนะเชฟฟิลด์ เว้นสเดย์ได้ด้วยสกอร์ 4-1 และผ่านเข้ารอบที่ 5 ได้สำเร็จจากประตูของอิซซี่ บราวน์, มูซอนด้า, โคลเก็ตต์ และโซลังกี้

ทีมของวิวีชก็ได้เดินหน้าไปแข่งกับคาร์ดิฟฟ์ต่อ และผ่านเข้ารอบไปได้จากประตูของโซลังกี้ และอเล็กซ์ คิวอมญ่า คว้าชัยด้วยสกอร์ 2-0

ทำให้เราไปพบกับนิวคาสเซิลในรอบก่อนรองชนะเลิศกันต่อ เอาชนะได้อีกครั้งด้วยสกอร์ 2-1 จากประตูของโซลังกี้, คิวอมญ่า และเตเรมี่ โบก้า เข้าไปพบกับอาร์เซนอลในรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

คิวอมญ่าและโคลเก็ตต์ทำประตูตามตีเสมอชูบา อั๊กปอมได้ในเกมนัดแรกที่เดอะบริดจ์ เรามีคะแนนนำก่อนหนึ่งประตูที่เอมิเรตส์ และโคลเก็ตต์ทำได้อีกประตู ทำให้เดอะบลูส์ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ด้วยสกอร์ 3-1

ข่าวอื่นๆ