ประวัติ

เอฟเอ ยูธ คัพ : 2017

ทีม U18 ของเราคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ได้เป็นปีที่สี่ติดต่อกัน หลังเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้มา 5-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

ทีมอะคาเดมี่ของเชลซีคว้าถ้วยรางวัลนี้มาได้มากมายในประวัติศาสตร์ของเรา ความสำเร็จครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ในช่วงเวลา 6 ปี โดยซิตี้เป็นทีมที่ถูกเชลซีโค่นได้มาสามครั้งก่อนหน้านี้ ผลการแข่งขันนี้ได้มาเมื่อเทรฟโวห์ ชาโลบาห์โหม่งเข้าประตูในนาทีที่ 7 อิเค อั๊กโบทำเพิ่มให้เป็น 2-0 จากการจบสกอร์ที่เหนือชั้น ก่อนที่ลูคัส เอ็นเมชาจะยิงคืนให้ทีมเยือนในช่วงต้นครึ่งหลัง

 

อย่างไรก็ตาม ลูกยิงของคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, ดูยอน สเตอร์ลิ่ง และโคล ดาซิลวา ช่วยให้เชลซีตอกฝาโลงทีมคู่แข่งได้สำเร็จ

 

โจดี้ มอร์ริสเปลี่ยนนักเตะหนึ่งคนจากเกมนัดแรก ส่งเจมี่ คุมมิ่งลงมาเฝ้าเสาแทน

ซิตี้ไม่เปลี่ยนนักเตะหลังจากที่เสมอที่แมนเชสเตอร์ 1-1 แต่เป็นเจ้าบ้านที่เริ่มต้นได้ด้วยฟอร์มที่ดีกว่า ฮัดสัน โอดอยจ่ายบอลไปที่กราบขวาให้กับสเตอร์ลิ่งวิ่งขึ้นมาที่กรอบ แล้วปั่นด้วยซ้าย แต่บอลไปติดเซฟของมูริชออกหลังไป ต่อมาเจค็อบ แมดด็อกซ์ได้โอกาสยิงจากลูกเตะมุม แต่ก็ยังโดนเซฟได้อีก

 

ทีมของมอร์ริสมาได้ประตูแรกจากจังหวะเตะมุมครั้งที่สอง เมสัน เมาท์เปิดบอลเข้ากลางให้ชาโลบาห์โหม่งเข้าไปเสียบมุมบนของประตู ทำให้เชลซีได้นำก่อน

มูริชยังคงต้องรับมือกับการบุกของเชลซีอย่างต่อเนื่อง เมื่อเมาท์ปั่นบอลจากระยะ 18 หลามาที่กรอบ แต่หนุ่มน้อยชาวสวิสส์สามารถพุ่งออกจากประตูไปคว้าบอลมาจากอั๊กโบสำเร็จอีกครั้ง

 

ซิตี้เริ่มตั้งเกมติดและได้ครองบอลได้มากกว่า แต่เจ้าบ้านก็ยังคงมีโอกาสทำประตูได้มากกว่า ฮัดสัน โอดอยเลี้ยงบอลสามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับกองหลังของคู่แข่งในช่วง 15 นาทีแรก

 

หลังจากนั้นไม่นานเชลซีก็มาทำประตูนำเป็น 2-0 ได้จากจังหวะที่สเตอร์ลิ่งใช้ฝีเท้าและพลังบุกทะลวงผ่านวิลสันที่ด้านขวาก่อนจะโยนยาวเข้ามาให้อั๊กโบยิงข้ามมูริชเข้าประตูไป เป็นประตูที่ 6 ของเขาจากการลงสนาม 4 นัด และเป็นประตูที่ 10 ในบอลถ้วยรายการนี้

ทีมเยือนแพ้เราเมื่อสองฤดูกาลที่ผ่านมา และระยะห่าง 2 ประตูที่เกิดขึ้นดูจะดับความหวังลงไปแล้วในตอนนี้ มูริชมาคว้าบอลจากอั๊กโบได้กลางอากาศในช่วงก่อนพักครึ่ง และซิตี้ก็เริ่มปั้นเกมได้บ้างแล้ว

 

ทีมเยือนมีโอกาสยิงประตูแรกได้ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก แต่คุมมิ่งสามารถเซฟลูกยิงของเอ็นเมชาได้สำเร็จ แต่ก็เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าซิตี้ยังคงมีโอกาสที่จะพลิกกลับมาอีกครั้งได้อยู่

 

ช่วงครึ่งหลังเปิดมาพร้อมกับลูกยิงจากทั้งสองฝั่ง ฟิล โฟเด้น ผู้ทำประตูในนัดแรก แต่ลูกยิงของเขาพุ่งออกข้างไป ก่อนที่ฮัดสัน โอดอยจะมาได้โอกาสยิงอีกครั้ง แต่มูริชเซฟไว้ได้อีกครั้ง

เจ้าของสโมสร, กรรมการใหญ่ และอันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมชุดใหญ่ของเรามาร่วมชมเกมนี้ด้วย จอห์น เทอร์รี่และแฟรงค์ แลมพาร์ดเองก็ได้มาชมเช่นกัน

นาทีที่ 52 เอ็นเมชามาทำประตูให้ซิตี้ไล่ตีตื้นได้อีกครั้ง เมื่อสมิธโยนบอลมาให้ศูนย์หน้าของซิตี้พักอกแล้วยิงเข้ามุมประตูไป

 

หลังจากนั้น 8 นาที ฮัดสัน-โอดอยมายิงให้ทีมกลับขึ้นนำ 2 ประตูได้อีกครั้งจากจังหวะที่ได้บอลช่วงกลางแดนของซิตี้แล้ววิ่งผ่านกองหลังก่อนจะยิงไปตุงตาข่าย กลายเป็นประตูที่ 3 ในยูธ คัพของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้

ต่อมาไม่นาน สเตอร์ลิ่งก็มายิงให้เชลซีทิ้งห่างออกไปอีกหลังได้บอลที่ด้านขวาแล้วทะลวงขึ้นไปแบบไร้ตัวประกบก่อนจะยิงเข้าเสาแรก เป็นประตูทำให้บนอัฒจันทร์ได้เฮกันลั่น รวมถึงเจ้าของสโมสรและกุนซือทีมชุดใหญ่ด้วย

ช่วง 25 นาทีก่อนหมดเวลา คุมมิ่งมาเจอจังหวะที่ต้องเซฟอีกครั้งจากลูกยิงของโฟเด็น และฮัดสัน โอดอยมีโอกาสยิงประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ได้อีกครั้งแต่ก็ยังข้ามคานไปนิดเดียว และช่วงท้ายเกม ดาซิลวาถูกเปลี่ยนลงสนามมาแล้วยิงปาดหน้าเค้กให้เชลซีได้อย่างสวยงามหลังจากที่จอร์จ แม็คเอคแครนยิงไปติดเซฟแล้วบอลกระดอนมาเข้าทาง

 

ถือเป็นผลงานระดับ 5 ดาวของนักเตะอะคาเดมี่เชลซีที่คว้าถ้วยรางวัลได้อีกปี

 

เชลซี (3-4-3) : เจมี่ คุมมิ่ง, รีซ เจมส์, เทรฟโวห์ ชาโลบาห์, มาร์ค กุยฮาย, ดูยอน สเตอร์ลิ่ง, เจค็อบ แมดด็อกซ์, ทาริค อูวัคเว่ (จอร์จ แม็คเอคแครน น.81), ฮวน คาสติลโล่, เมสัน เมสท์ (c), อิเค อั๊กโบ (มาร์เทลล์ เทย์เลอร์-ครอสเดล น.78), คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (โคล ดาซิลวา น.84)

สำรองไม่ได้ลงสนาม : มาร์กซิน บูลก้า, คอนอร์ กาลาเกอร์

ผู้ทำประตู : ชาโลบาห์ น.7, อั๊กโบ น.24, ฮัดสัน-โอดอย น.60, สเตอร์ลิ่ง น.66, ดาซิลวา น.87

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : อาริฮาเน็ต มูริช, เดเมียโก้ ดูฮานี่ย์, ซาดู ดิอัลโล่, เอ็ด ฟรานซิส (c), ไทเร็ค วิลสัน, เจค็อบ ดาเว็นพอร์ท (ลุค บอลตั้น พักครึ่ง), แม็ตต์ สมิธ, ฟิล โฟเด้น, บราฮิม ดิแอซ (ทอม เดเล่-บาชิรู น.81), ลูคัส เอ็นเมชา, เจดอน ซานโช่ (ลอเรนโซ่ กอนซาเลซ น.78)

สำรองไม่ได้ลงสนาม : เจเรมี่ ฟริมปอง, พาเวล โซโคล

ผู้ทำประตู : เอ็นเมชา น.52

กรรมการ : โอลิเวอร์ แลงก์ฟอร์ด

 

ข่าวอื่นๆ