รายงานผล

รายงานผลวีเม่นส์ เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ : อาร์เซนอล 1 เชลซี 3

ทีมเชลซีหญิงคว้าแชมป์วีเม่นส์ เอฟเอ คัพได้เป็นสมัยที่สองหลังราโมน่า บาชมันน์ยิงสองประตูได้ รวมกับการจบสกอร์ของฟราน เคอร์บี้ ทำให้เราชนะอาร์เซนอลได้สำเร็จที่เวมบลีย์

เกมครึ่งแรกทั้งสองทีมทำได้ดีเมื่ออยู่ต่อหน้าแฟนบอลมากกว่า 45,000 คนที่สนามกีฬาแห่งชาติ แต่สองแนวรุกของเชลซีก็เฉิดฉายและทำผลงานได้ยอดเยี่ยม หลังพักครึ่งบาชมันน์ยิงสองประตูติดๆ กัน ก่อนที่เคอร์บี้จะปิดม่านได้สำเร็จในนาทีที่ 76

ประตูแรกของบาชมันน์นั้นได้มาอย่างเรียบง่าย เธอยิงอย่างสวยงามผ่านซารี ฟาน ฟีเนนดาลเข้าประตูไปที่เสาแรก ต่อด้วยลูกยิงแฉลบในช่วงนาทีที่ 60 ทำให้เกมเป็นของเชลซีทันที

แต่ไม่นานหลังจากนั้นอาร์เซนอลก็มาได้ประตูคืน แต่เราก็ยังไม่หยุด เคอร์บี้มาได้โอกาสยิงเพิ่มให้เราได้อีกประตูและทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราคือแชมป์เปี้ยนส์

เป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้แล้วที่เชลซีและอาร์เซนอลได้มาเจอกันในเกมที่ยิ่งใหญ่ และครั้งนี้เชลซีเป็นฝ่ายทำประตูได้ก่อนและเอาคืนทีมแชมป์ 14 สมัยได้สำเร็จ รวมถึงคว้าแชมป์ได้เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่คว้าได้มาเมื่อปี 2015

เอ็มม่า ฮาเยสส่งจอนน่า แอนเดอร์สัน และดรูว์ สเปนซ์ลงในแนวรุก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนตัวชุดเดียวจากเกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบรองชนะเลิศที่แพ้โวล์ฟสบวร์กเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สเปนซ์ลงเล่นคู่กับเคอร์บี้, บาชมันน์ ในแนวหน้า ขณะที่เคธี่ แชมแมนลงเล่นด้านหน้าของแบ็คทรี ส่วนมาเรีย ธอริสดอทเตอร์ และเอนิโอล่า อาลูโก้นั่งข้างสนามเป็นตัวสำรอง

โจ มอนเตมัวร์โร่ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลเลือกวิเวียน มีเดม่าลงเป็นแนวหน้าคู่กับเบธ มีด

พอล กรีน ผู้ช่วยผู้จัดการทีมของเราได้รับเกียรติให้พาทีมลงสนามเวมบลีย์ ถือเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับทีมงานวัย 41 ปีรายนี้ เขาได้เดินตามรอยเท้าพ่อที่เคยคุมทีมสคันธอร์ป ยูไนเต็ดเข้าไปแข่งในรอบเพลย์ออฟของดิวิชั่น 4 ได้ในปี 1992

เกมเริ่มมา เป็นเชลซีที่มีโอกาสครองบอลได้มากกว่า ฮันนาห์ บลันเดลล์ และแอนเดอร์สสัน ทะลวงเข้าไปในแดนของคู่แข่ง และใช้ริมเส้นในการดันเกม ขณะที่อาร์เซนอลก็รอคอยโอกาสในการบุกสวน มาเร็น เยลด์คอยตัดเกมให้กับเราหลังจากที่มีดได้บอล และเกือบจะทะลวงผ่านเฮ็ดวิก ลินดาห์ลไปที่ประตู

แชพแมนใช้โอกาสทุกครั้งในเกมรุกอย่างเต็มที่ และเชลซีเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก แต่ฝั่งทีมจากลอนดอนเหนือก็พยายามป้องกันในแดนตัวเองอย่างเต็มที่

จี โซ-ยุนลงเล่นในตำแหน่งลึกกว่าเกมก่อน ได้บอลในแดนกลางและพยายามปั้นเกมให้เพื่อนร่วมทีม เธอมีโอกาสทำประตูในกรอบเช่นด้น แต่ยิงแรงไปหน่อยจนออกนอกกรอบไป

ครึ่งแรกจบลงด้วยการเสมอกันไป 0-0 แต่เราก็ไม่ต้องรอคอยกันนานเลย เมื่อเริ่มครึ่งหลังมาไม่นาน จีก็จ่ายบอลให้บาชมันน์ชิ่งกับเคอร์บี้ ก่อนจะจบสกอร์ที่มุมขวาบนได้อย่างสวยงาม นักเตะวัย 27 ปีรายนี้ยังไม่เคยไปเวมบลีย์มาก่อนจนถึงสัปดาห์นี้ แต่ทั้งครอบครัวก็มาร่วมเชียร์ในโอกาสครั้งนี้ด้วย

เสียงเชียร์ “เชลซี เชลซี” ดังไปทั่วทั้งสนาม เมื่อเราได้ประตูแรก ก่อนที่บาชมันน์จะมายิงประตูที่สองได้อีกในนาทีที่ 60 เป็นนักเตะหมายเลข 23 ของเราสร้างโอกาสให้กับทีมเมื่อได้บอลที่ริมเส้นฝั่งขวาก่อนจะตัดเข้ากลางแล้วยิงด้วยเท้าซ้ายไปแฉลบเข้าประตู แม้แต่ฮาเยสยังต้องกระโดดเฮด้วยความดีใจสุดๆ

อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอลมายิงประตูคืนได้อย่างรวดเร็วจากมีเดม่า มี้ด แนวรุกดาวเด่นของทีมลอนดอนเหนือ ปั่นลูกยิงด้วยเท้าซ้ายผ่านลินดาห์ลเข้าประตูไปแบบหมดสิทธิ์รับ ทำให้ฝั่งเชลซีต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อที่จะรั้งสกอร์เอาไว้ให้ได้

นั่นคือประตูแรกที่เชลซีเสียไปในเกมเอฟเอ วีเม่นส์ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลนี้ หลังจากยิงไป 21 ประตูจากเกม 4 นัดแรก

เหมือนอย่างที่เคย ซูเปอร์ ฟราน เคอร์บี้กลายมาเป็นผู้ทำประตูปิดเกมได้สำเร็จหลังจากนั้นไม่ถึง 3 นาที เธอได้บอลจากบลันเดลล์ในกรอบแล้วปั่นด้วยเท้าซ้ายผ่านซารี ฟาน ฟีเนนดาลเข้าประตู กลายเป็นประตูที่ 23 ของเธอในรายการนี้

แม้ว่าลูกยิงของคู่หูจะสมควรได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันมากกว่า แต่ตัวเธอเองก็แสดงให้เห็นว่าทำไมถึงได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของ PFA และจากสมาคมนักข่าวฟุตบอล ประตูนั้นทำให้เธอมีสถิติการทำประตูในเอฟเอ คัพเป็น 6 ประตูแล้ว รวมสองประตูจากเกมรอบรองชนะเลิศที่พบกับแมนฯ ซิตี้ด้วย

เอริน คัธเบิร์ต และเอนิโอล่า อาลูโก้ ลงสนามมาและเกือบจะทำประตูได้เพิ่มอีกในช่วงท้ายเกม และสุดท้ายแชพเมนก็ได้ชูถ้วยแชมป์เป็นครั้งที่ 10 จากการค้าแข้ง 21 ปีที่ผ่านมา

เชลซีทีมหญิงคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้อีกครั้ง

อาร์เซนอล (4-1-2-3) : ฟีเนนดาล, อีแวนส์ (คาร์เตอร์ น.84), วิลเลี่ยมสัน, ควินน์, มิตเชลล์ (แม็คคาบี้ น.84), ยานเซ่น (โอไรลี่ย์ น.63), ฟาน เดอ ดองค์, ลิตเติ้ล (c), น็อบบ์, มีเดม่า, มี้ด

สำรองไม่ได้ลงสนาม : มัวร์เฮ้าส์, ซามูเอลสัน

ผู้ทำประตู : มีเดม่า น.73

ใบเหลือง : ยานเซ่น น.39

 

เชลซี (3-4-1-2) : ลินดาห์ล, ไบรท์, เยลด์, เอริคสัน, บลันเดลล์, จี, แชพแมน (c), แอนเดอร์สสัน (ธอริสดอทเตอร์ น.69), สเปนซ์ (คัธเบิร์ต น.75), เคอร์บี้, บาชมันน์ (อาลูโก้ น.85)

สำรองไม่ได้ลงสนาม : เทลฟอร์ด, ฟลาเฮอร์ตี้

ผู้ทำประตู : บาชมันน์ น.48, น.60 เคอร์บี้ น.76

 

ผู้เข้าชมในสนาม 45,423

กรรมการ : ลินด์เซย์ โรบินสัน

 

โดย แดนนี่ วิตเทนเบิร์ก

ข่าวอื่นๆ