สถานการณ์ลุ้นระทึก?

ก่อนเกมที่ออกไปเยือนเอฟเวอร์ตันในวันนี้ นี่เป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำในการออกไปเยือนกูดิสัน พาร์ค ก่อนหน้านี้ในพรีเมียร์ลีก รวมถึงเรื่องการพลิกกลับมาชนะในการเจอกับท๊อฟฟี่

เอฟเวอร์ตัน 2-3 เชลซี, 17 ธันวาคม 2006

บางความทรงจำที่น่าจำจดที่สุด คือ เกมที่พวกเราตามหลังและพลิกกลับมาชนะเอฟเวอร์ตัน ในเกมที่พวกเราออกไปเยือนถิ่นกูดิสัน พาร์ด และมีคะแนนตามหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5 แต้ม เพื่อลุ้นแชมป์สมัยที่สามติดต่อกันในปี 2006/07 สิ่งที่ย่ำแย่เกิดขึ้นเมื่อคาลิด บูลารูซ ลงมาแทนจอห์น เทอร์รี่ที่บาดเจ็บ ทำให้มิเกล อาร์เตต้า และวิกเตอร์ อนิเชเบ้ มีโอกาสทำประตูขึ้นนำให้กับเจ้าบ้านจากลูกจุดโทษ ก่อนที่มิเชล บัลลัค จะทำประตูจากลูกฟรีคิก และโจเซฟ โยโบ ก็พาเอฟเวอร์ตันขึ้นนำอีกครั้ง และทำให้เราเหลือเวลาอีก 10 นาทีสุดท้ายก่อนที่จะได้ความมหัศจรรย์ของสองนักเตะอย่างแฟรงค์ แลมพาร์ด และดิดิเยร์ ดร็อกบาที่วอลเลย์จากระยะไกลเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ทำให้ทีมจี้จ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเหลือเพียง 2 แต้ม

เอฟเวอร์ตัน 3-6 เชลซี, 30 สิงหาคม 2014

ความสนุกสนานในเกมฟุตบอลอาจจะไม่มีอะไรที่จะสนุกไปกว่าเกมสุดคลาสสิกในกูดิสันพาร์ด เมื่อฤดูกาล 2014/15 ซึ่งเป็นปีที่เราคว้าแชมป์ โดยเพียง 35 วินาที ดิเอโก้ คอสต้า ก็ยิงประตูที่สามติดต่อกันในลีกนับตั้งแต่ย้ายมาจากแอตเลติโก้ มาดริด ในช่วงซัมเมอร์ จากนั้นอิวาโรวิชมาทำประตูที่สองให้กับทีม ซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถปิดเกมได้แล้ว แต่เป็นทางเอฟเวอร์ตันของโรแบร์โต้ มาติเนซที่ไม่ยอมแพ้ โดยเควิน มิราลาส ทำประตูตีไข่แตกในช่วงก่อนหมดเวลาครึ่งแรก แน่นอนว่ามูรินโญ่เองก็คิดว่าเวลานั้นสามารถปิดเกมได้แน่นอนแล้ว เมื่อเอเด็น อาซาร์ทำประตูที่สามจากการยิงซ้ำผ่านมีของฮาเวิร์ด แต่ความน่าตื่นเต้นในช่วงเวลา 10 นาที ก็เกิดขึ้น เมื่อสตีเฟ่น ไนสมิธ ยิงประตูตีตื้นขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่เนมันญ่า มาติซจะยิงประตูนำห่างอีกรอบ และเป็นทางอดีตนักเตะของเดอะบลูส์อย่างซามูเอล เอโต้ ที่ลุกจากม้านั่งสำรองลงมาทำประตู ก่อนที่รามิเรส จะทำประตูที่ห้าให้กับทีม และดิเอโก้ คอสต้าก็มาประตูในนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ซึ่งมันทำให้รู้สึกเหมือนอายุถูกลดลงไปในฐานะผู้ชมที่กำลังดูอยู่

เอฟเวอร์ตัน 1-1 เชลซี, 20 พฤศจิกายน 1999

นี่ไม่ใช่เกมคลาสสิกตามที่จินตนาการเอาไว้ แต่แน่นอนว่าแฟนบอลที่เดินทางไปกูดิสัน พาร์คไม่สามารถลุกขึ้นเฉลิมฉลองชัยชนะได้ก่อนเสียงนกหวีดจบเกม เกมนั้นเริ่มต้นได้ไม่ดีนักจากการที่ แกเบรียล แอมโบรเซ็ตติ มีอาการบาดเจ็บในเวลาเพียงสองนาทีและ จากนั้นเควิน แคมพ์เบล ทำประตูขึ้นนำให้เอฟเวอร์ตัน แน่นอนว่ามันเกิดสถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีกในช่วงครึ่งหลัง เมื่อแฟรงค์ เลอเบิฟ ได้รับใบแดงออกจากสนาม แต่เป็นทางนายใหญ่ของเดอะบลูส์ จานลูก้า วิอัลลี่ ที่ปรับแผนที่สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าบ้าน โดยปรับมายืนหน้าสามคนโดยมีโซล่า คริส ซัตตัน และโฟล ยืนอยู่ในแนวรุกที่มี 10 คน จากระบบการเล่น 3-3-3 อย่างไรก็ตาม มันดูเหมือนว่าจะไร้ผลใดๆ จนกระทั่งมีนักเตะเอฟเวอร์ตันทำผู้เล่นเชลซีล้มลงในกรอบเขตโทษกับช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่กี่วินาที และเป็นทางโฟลที่ทำประตูจากลูกจุดโทษเข้าไป

เอฟเวอร์ตัน 1-2 เชลซี, 30 ธันวาคม 2012

นับเป็นอีกเกมหนึ่งที่ทีมเริ่มต้นได้ไม่ดี เมื่อสตีเว่น พีนาร์ พาเจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อนในเวลาเพียง 62 วินาที จากการที่เอฟเวอร์ตันมีสถิติไม่แพ้ใครมา 14 เกม นับเป็นเวลา 9 เดือน มันไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับเดอะบลูส์ โดยเฉพาะเมื่อ นิคิก้า เจลาวิช เกือบทำประตูนำห่างออกไปอีก แต่ไปชนคาน และเพตเตอร์ เช็ก มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ทำให้เขาต้องถูกเปลี่ยนต้วออกไปในช่วงครึ่งเวลาแรก อย่างไรก็ตามพวกเราก็ทำประตูกลับมาอีกครั้งในช่วงพักเบรก โดยแลมพาร์ดทำประตูที่ทำให้เขาถูกพูดถึงว่าทำไมเขาถึงเป็นนักเตะระดับตำนาน และเป็นทางเจลาวิช ที่ยิงไปชนเสาอีกครั้ง แต่มันเป็นทางแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เป็นคนที่ทำให้เชลซีเก็บชัยชนะ จากการประสานงานช่วยกันได้อย่างยอดเยี่ยมของเอเด็น อาซาร์ และฮวน มาต้า

เอฟเวอร์ตัน 0-3 เชลซี, 30 เมษายน 2017

ชัยชนะครั้งล่าสุดที่พวกเราสามารถเก็บชัยชนะได้อย่างเด็ดขาดในกูดิสันพาร์ค จากการทำสามประตูโดยไม่มีการเสียประตูเลยนั้นเกิดขึ้นในฤดูกาล 2016/17 ที่คว้าแชมป์ภายใต้การคุมทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ พวกเราต้องใช้ความอดทน และรอทางเจ้าบ้านพลาดพลั้ง และเป็นทางเปโดรที่ทำประตูแรกในระยะ 25 หลา จากนั้นเป็นทางแกรี่ เคฮิลล์ที่ทำประตูที่สองจากการยิงระยะเผาขน หลังจากที่อาซาร์ยิงฟรีคิกไปติดสเตเคเลนเบิร์ก และเป็นทางวิลเลี่ยนที่ทำประตูปิดท้าย จากการเปิดบอลตัดหลังเข้าใน ชัยชนะครั้งนั้นทำให้พวกเรามีคะแนนนำห่างจากอันดับสองอย่างสเปอร์ถึงสี่แต้มกับสี่เกมที่เหลืออยู่ และพวกเราก็คว้าแชมป์ในเกมที่ชนะเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ในอีกสองสัปดาห์ถัดมา

ข่าวอื่นๆ