ข้อมูลก่อนแข่ง: เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี - ประเด็นพูดคุย

ในขณะที่เดอะบลูส์จะเจอกับทีมท๊อฟฟี่ในลีกช่วงสุดสัปดาห์นักประวัติศาสตร์สโมสรริค แกลนวิลล์ และนักสถิติสโมสรพอล ดั๊ตตัน ได้มีข้อมูลมาฝากเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเกม…


ประเด็นพูดคุย

นี่เป็นเพียงเกมเดียวของทีมท๊อปไฟว์ที่จะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ จากการเจอที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเจอวูฟส์ในเอฟเอ คัพ รอบควอเตอร์ไฟนอล ทำให้เกมของอาร์เซนอล และท็อตแน่ม ต้องเลื่อนออกไป

หลังจากที่ทำสถิติในการทำสกอร์มากที่สุดในศึกยูโรป้า ลีก นับตั้งแต่ที่ชาลเก้ทำได้ในปี 2014 เชลซีกำลังมีโอกาสทำแต้มขึ้นมาเท่ากับทีมปืนใหญ่ และมีสองแต้มเหนือทีมปีศาจแดง

ชัยชนะของเจ้าบ้านเอฟเวอร์ตันนั้นเกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งจากแปดเกมล่าสุดในลีก โดยเสมอสาม แพ้สี่ ขณะที่เชลซีเก็บชัยชนะได้หกจาก 10 นัด หลังสุดในการเจอกับทีมเมอร์ซีย์ไซด์สีน้ำเงิน

การเจอกันสองนัดล่าสุด แม้จะทำประตูกันไม่ได้ แต่เชลซีก็ทำประตูไปทั้งหมด 285 ลูก ในการเจอกับทีมท๊อฟฟี่

คู่แข่งที่ถูกเชลซีทำประตูมากที่สุด

เอฟเวอร์ตัน 285
อาร์เซนอล 256
ท็อตแน่ม 254
นิวคาสเซิล 253
ลิเวอร์พูล 248
 

เชลซีไม่แพ้ใครมาเจ็ดเกมเมื่อมีการแข่งขันในวันอาทิตย์ หลังจากที่มีเกมยูโรป้าลีกในวันพฤหัส (สี่เกมเยือน และสามเกมเหย้า) โดยทำไปทั้งหมด 12 ประตู และเสีย 2 ประตู

photo of สถิติสำคัญ สถิติสำคัญ

เมาริซิโอ ซาร์รี่ กังวลเรื่องของเวลาพักในการฟื้นฟูร่างกาย หลังจากที่มีเกมยุโรป ซึ่งมันเป็นเวลาเพียง 68 ชั่วโมง หลังจากเสียนกหวีดสุดท้ายที่เคียฟ จนกระทั่งเริ่มเขี่ยในเมืองลิเวอร์พูล

ในอิตาลี เขาเน้นให้เห็นว่า เกมนั่นจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์หรือวันจันทร์ หลังจากมีเกมยุโรปในช่วงกลางสัปดาห์ ยกตัวอย่างเช่น นาโปลี จะมีการเตะช่วง 3 ทุ่ม ในวันอาทิตย์ และอินเตอร์จะมีการเตะช่วงห้าทุ่มครึ่ง

อย่างไรก็ตามเดอะบลูส์ก็สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เกมลีกหลังจากยูโรป้า ลีก

เวสต์แฮม (เยือน)          เสมอ 0-0
เซาท์แธมป์ตัน (เยือน)     ชนะ 3-0
เบิร์นลีย์ (เยือน)               ชนะ 4-0
เอฟเวอร์ตัน (เยือน)              เสมอ 0-0
ฟูแล่ม (เยือน)              ชนะ 2-0
ไบร์ทตัน (เยือน)           ชนะ 2-1
วูฟส์ (เหย้า)              เสมอ 1-1
 

หกทีมจากอังกฤษเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนอลในเกมยุโรปครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1970/71 ซึ่งจบลงด้วยการที่เชลซีเอาชนะเรอัล มาดริด ใน คัพ วินเนอร์ คัพ นัดรีเพลย์

ผลการจับฉลากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นการพบสลาเวีย ปราก ที่ทำประตูในนาทีสุดท้ายในเกมที่พบกับเซบีญ่า

สนามของพวกเขามีความจุ 20,800 ที่นั่งในปราก โดยมีชื่อว่า เอเด็น อารีน่า ทีมแดงขาว ถูกทำให้ตกรอบในแชมเปี้ยน ลีก โดยดินาโม เคียฟ

ดาวยิงของปราก คือ อดีตนักเตะของเดอะบลูส์อย่าง มิโรสลาฟ สต๊อช ซึ่งเกมในบ้านนัดแรกจะเล่นที่เช็ก ส่วนเกมที่สองจะเล่นที่เดอะบริดจ์

ซึ่งทีมที่จะเจอกันรอบรองชนะเลิศจะเป็นผู้ชนะระหว่างเบนฟิก้า หรือ แฟรงค์เฟิร์ต

หากเมาริซิโอ ซาร์รี่จะเจอกับทีมเก่าของตัวเอง หรือเชลซีจะพบกับอดีตนักเตะระดับตำนานอย่างเพตเตอร์ เช็ก โอกาสเดียวที่จะได้เจอ คือ รอบชิงชนะเลิศที่บาคู วันพุธที่ 29 พฤษภาคม

ขณะที่ในวันพฤหัสได้เสียงยกย่องว่าเป็น ‘โรนัลโด้ในศึกยูโรป้า’ ซึ่งหมายถึงโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่สามารถทำประตูจากท้ายซ้าย เท้าขวา และโหม่ง มันเป็นการทำเพอร์เฟ็กแฮตทริกครั้งแรกให้กับเชลซี นับตั้งแต่จานลูก้า วิอัลลี่ที่ทำได้ ในเกมที่เอาชนะทรอมโซ 7-1 ในเกมศึกคัพ วินเนอร์ คัพ ปี 1997/98

ชิรูด์กลายเป็นนักเตะคนที่เจ็ดในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ทำประตูได้มากกว่าสามครั้งในเกมระดับยุโรป ซึ่งรูเบ็น ลอฟตัส-ชีคเป็นคนที่หก

นอกเหนือจากการทำประตู ศูนย์หน้ารายนี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างยิ่งทำให้ดาวรุ่งของเชลซี ลอฟตัส-ชีค ทำประตูแรกได้ และ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย จ่ายบอลให้ดาวยิงชาวฝรั่งเศสทำประตูให้กับเดอะบลูส์เป็นลูกที่ห้า

นักเตะวัย 18 ปี ฮัดสัน-โอดอยยังคงรักษาสถิติการมีส่วนร่วมในการทำประตูในการแข่งขันรายการนี้ จากการที่จ่ายบอลให้มาร์กอส อลอนโซ่ ซึ่งเป็นประตูแรกของแบ็คชาวสเปนนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ซึ่งดาวรุ่งวัย 18 ปี ได้เก็บสถิติในการมีส่วนร่วมการทำประตูอยู่ที่ทุกๆ 68.8 นาที ในการแข่งขันรายการนี้ (สี่ประตู สองแอสซิส)


สิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้…

ไต่ขึ้นไปอยู่อันดับสี่

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ข่าวอื่นๆ