บล็อก

คู่แข่งของเชลซีในเอเชียตะวันออก

เชลซีจะเจอกับคู่แข่งจากญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยจะเจอกับทีมแชมป์ J.League คือคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ที่สนามกีฬานานาชาติโยโกฮามะ ในวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม

ก่อนหน้านี้เชลซีไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยเพื่อแข่งในรายการฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ เมื่อเดือนธันวาคม 2013 แต่ไม่ได้เจอกับทีมคู่แข่งจากเอเชียในรายการนั้น เพราะเราเจอกับมอนเตอร์เรย์ในรอบรองชนะเลิศ และโครินเธียนส์ในรอบชิงชนะเลิศ

ในเกมที่เราเจอกับทีมจากเอเชีย เชลซีทำผลงานได้ดีเยี่ยม คว้าชัยชนะได้เกือบทุกนัดจากทั้งหมด 17 นัดในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา

ฮ่องกง

ครั้งเดียวที่เชลซีแพ้คู่แข่งจากเอเชียตะวันออกคือเกมเยือนครั้งแรก เมื่อเดือนพฤษภาคม 1994 ทีมของเกล็นน์ ฮ็อดเดิ้ลแพ้ฮ่องกง XI 2-1 ที่สนามฮ่องกง สเตเดี้ยม

สามปีต่อมาทุกอย่างดีขึ้นสำหรับเชลซี หลังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ และเอาชนะทีมเซาท์ ไชน่าได้ด้วยสกอร์ 3-2 โดยจานลูก้า วิอัลล่ายิงสองประตู และอีกประตูได้มาจากโรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ้

ครั้งล่าสุดที่เราไปเยือนที่นั่นคือเมื่อปี 2011 เชลซีได้เจอกับทีมคิตชี่ ซึ่งเป็นแชมป์บาร์เคลย์ เอเชีย โทรฟี่ ซึ่งแฟรงค์ แลมพาร์ดยิงจุดโทษเข้าในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่ดิดิเยร์ ดร็อกบาและแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์จะยิงเพิ่ม รวมการทำเข้าประตูตัวเองอีกประตู ทำให้เชลซีชนะมาได้ด้วยสกอร์ 4-0

บรูไน

หลังพบกับเซาท์ ไชน่าในเดือนพฤษภาคม 1997 ทีมของรุด กุลลิทก็ได้เดินทางไปบันดาร์ เซรี่ เบกาวัน เพื่อเจอกับทีมชาติบรูไน เชลซีเอาชนะมาได้แบบถล่มทลายที่สกอร์ 6-0 จากสองประตูของมาร์ค นิโคลส์ และอีกประตูจากแฟรงค์ ซินแคลร์, จานฟรังโก้ โซล่า, แดน เปเตรสคู และวิอัลลี่

ไทย

จัดหมายสุดท้ายของการทัวร์หลังจบฤดูกาล 1997 คือกรุงเทพมหานคร เชลซีได้เจอกับทีมชาติไทยที่สนามศุภชลาศัย คว้าชัยมาได้ด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูของแดน เปเตรสคูในช่วงครึ่งแรก

เรากลับไปเยือนอีกครั้งในปี 2011 ทำผลงานได้อย่างแข่งแกร่งที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน คว้าชัยชนะได้ด้วยสกอร์ 4-0 จากประตูของแลมพาร์ด, โจเซ่ โบซิงวา, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช และฟลอร็องต์ มาลูด้า

เกมเยือนกรุงเทพฯ สองนัดล่าสุดจบลงที่ชัยชนะ 1-0 จุดโทษของโรเมลู ลูกากูช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะจากทีมสิงห์ ออลสตาร์ ได้ในเดือนกรกฎาคม 2013 และโดมินิค โซลังกี้ยิงประตูโทนให้เราชนะทีมไทยแลนด์ ออลสตาร์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2015

มาเลเซีย

เช่นเดียวกับประเทศไทย มาเลเซียเป็นประเทศที่เปิดบ้านต้อนรับเชลซีมาแล้วสี่ครั้ง โดยครั้งแรกเริ่มที่การแข่งขันพรีเมียร์ลีก เอเชีย โทรฟี่ เมื่อปี 2003 เชลซีทำประตูนำได้จากแฟรงค์ แลมพาร์ด และเสียประตูในช่วงครึ่งหลัง ก่อนที่จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์, ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น และเกล็นน์ ฮ็อดเดิ้ลจะยิงเพิ่มให้ทีมชนะ 4-1

ประตูของนิโกล่าส์ อเนลก้า และแอชลีย์ โคล ทำให้เราชนะมาเลเซีย XI ได้ด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อปี 2008 ขณะที่ดิดิเยร์ ดร็อกบามายิงประตูได้ในเกมชนะ 1-0 ต่อหน้าแฟนบอลเกือบ 85,000 คนในปี 2011

ครั้งล่าสุดที่เราไปเยือนคือเดือนกรกฏาคม 2013 คว้าชัยมาได้ด้วยสกอร์ 4-1 เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่, เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู และวิคเตอร์ โมเซส เป็นผู้ยิงประตูให้เชลซี

เกาหลีใต้

เชลซีเจอกับทีมซูวอน บลูวิงส์ จากเคลีกมาสองครั้ง ครั้งแรกที่สนามซูวอน เวิลด์ คัพ สเตเดี้ยม เมื่อเดือนพฤษภาคม 2005 จบลงด้วยชัยชนะของเชลซีที่สกอร์ 1-0 สองปีต่อมา ทั้งสองทีมเจอกันอีกครั้งในเกมพรีซีซั่นที่ลอส แองเจลิส โดยดิดิเยร์ ดร็อกบายิงประตูโทนได้ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม

จีน

เกมที่เราพบกับสโมสรจากจีนคือพรีซีซั่น ปี 2008 โดยทีมของหลุยส์ ฟิลิเป้ สโคลานี่เอาชนะทั้งสองเกมได้อย่างง่ายดาย เราเอาชนะกวางโจว ฟาร์มาซูติคอลได้ด้วยสกอร์ 4-0 จากประตูของซาโลมง กาลู, แลมพาร์ด, ฟรานโซ ดิ ซานโต้ และชอว์น ไรท์-ฟิลลิปส์ ก่อนจะถล่มเฉิงตู เบลดส์ 7-0 ที่มาเก๊า โจ โคลยิงสองประตู รวมกับประตูของอเนลก้า, กาลู, แลมพาร์ด, ดิ ซานโต้ และไรท์-ฟิลลิปส์

อินโดนีเซีย

ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเชลซีจากเกมพบทีมจากเอเชียจนถึงตอนนี้คือเมื่อปี 2013 ที่ไปเยือนอินโดนีเซีย เราเอาชนะมาได้ด้วยสกอร์ 8-1 ในเกมพบทีม BNI ออลสตาร์ ที่จาการ์ต้า รามิเรสและลูกากูยิงคนละสองประตู รวมกับประตูของเอเด็น อาซาร์, เด็มบา บา, จอห์น เทอร์รี่ และเบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ ต่อหน้าแฟนบอลมากกว่า 80,000 คนที่สนามเกโลร่า บัง คาร์โน่ สเตเดี้ยม

ข่าวอื่นๆ