ดาวิด ลุยซ์ พูดถึงช่วงเวลาเปิดตัวกับเบนฟิก้า และเกมอันตื่นเต้นที่เชลซีพบนาโปลี ซึ่งเป็นตอนที่หนึ่งของการสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับเกมยุโรปรอบตัดเชือก

เมื่อเชลซีมาอยู่ในรอบน็อคเอาท์ของการแข่งขันเกมยุโรป และก่อนหน้าที่จะมีเกมรอบควอเตอร์ไฟนอลในเดือนถัดไป มันเป็นเรื่องที่ดีมากขึ้นหากได้คุยกับดาวิด ลุยซ์

ประสบการณ์ของนักเตะบราซิลในเกมยุโรปรอบนี้นับเป็นเรื่องราวที่อันน่าตื่นเต้น และในตอนแรกจากสองตอนของการสัมภาษณ์เขาที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในการลงเล่นเปิดตัวกับเบนฟิก้า และจากนั้นเขาก็จำได้ดีถึงเกมที่เชลซีพบกับนาโปลี ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ถึงขั้นต้องกุมหัวใจ และพาผู้คนเต้นไปตามจังหวะ…

 

มันรู้สึกถึงเวลาที่เหมาะสมในการที่นำเรื่องราวของดาวิด ลุยซ์ในเกมยุโรปรอบตัดเชือกมาพูดคุยในตอนนี้ จากการที่เขาเริ่มค้าแข้งในดินแดนที่เขาพึ่งก้าวเข้ามาเป็นครั้งแรก กับช่วงเวลาอันน่าจดจำในเกมทั้งสองเล็กในการแข่งขันรายการยุโรป หรือรอบชิงชนะเลิศ แต่บางทีสิ่งสำคัญที่สุดของการพัฒนาตัวเขาเอง คือ เกมแรกสุดของเขาด้วยวัยเพียง 12 ปี

ดาวเตะหน้าใหม่ที่ดูผมสั้น ดาวิด ลุยซ์ย้ายมาอยู่เบนฟิก้าจากวิตอเรียด้วยสัญญายืมตัวในปี 2007

‘ผมเป็นเด็กที่อยู่กับความฝัน’ เขาจำช่วงเวลาที่เขาอายุ 19 ปี ‘เมื่อผมมาถึงที่เบนฟิก้า ผมมองไปที่ผู้เล่นเหมือนกับว่า “ว้าว พวกเขาเหมือนอยู่ในวิดีโอเกม” ผมมีประสบการณ์ที่แย่ในเดือนแรกที่นั่น ผมไม่ได้สัมผัสฟุตบอลเลย ผมอยู่กับความฝันเพียงเท่านั้น’

‘เฟอร์นานโด ซานโตส เป็นผู้จัดการทีมเบนฟิก้าในขณะนั้น และเป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม เขาคว้าแชมป์ยูโรกับโปรตุเกส นอกจากนี้เขายังพูดกับผมหลายครั้ง “คุณกำลังทำอะไรอยู่?! คุณไม่ใช่นักเตะ กลับไป โคปาคาบานาซะ!’

มันเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบาก แต่ดาวิด ลุยซ์ ก็พัฒนาตัวเขาเองในการฝึกซ้อม หลังจากที่มีอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งของ ลุยเซา แน่นอนว่ามันเป็นโอกาสของกองหลังดาวรุ่งอย่างเขาที่จะลงสนามในลีกในการเจอกับอาเวส เขาได้โทรกลับไปที่บ้าน และบอกกับครอบครัวของเขา และเพื่อน ที่พยายามดูเกมนั้น

‘ผมมีความสุขมากๆ แต่ผู้จัดการทีมเลือกที่จะดันมิดฟิลด์ไปเล่นแผงหลัง ผมรู้สึกเสียใจ คุณพ่อคุณแม่ของผมในบราซิลที่ไม่ได้มีเคเบิล ทีวี ดังนั้นพวกเขาต้องดูเกมที่บ้านอื่น หรือเพื่อนบ้าน และจากนั้นเขาก็ไม่ได้เห็นผมลงเล่น และทุกๆ คนก็เศร้า’

‘อย่างไรก็ตาม ห้าวันถัดมา พวกเรามีเกมในยูฟ่า คัพ ที่ต้องเจอกับเปแอสเช พวกเราเดินทางไปปารีส และลุยเซามาด้วย และพวกเราไม่แน่นใจว่า เขาลงเล่นได้หรือไม่ ผมมีความสุขจริงๆ ที่ได้มีโอกาสไปปารีส’

‘ผมเป็นเพียงเด็กตัวเล็ก ที่มีความเขากับที่นั่น! ผมไม่สนใจว่าผมจะได้เล่นหรือไม่ได้เล่น’

photo of ดาวิด ลุยซ์ ดาวิด ลุยซ์

นักเตะ 20 คน เดินทางไป มันเป็นเรื่องปกติที่จะมีผู้เล่นหนึ่งคงที่จะไม่ได้อยู่ใน 18 คนนั้น ผมจำได้ว่า ผมอยู่ที่โรงแรมในช่วงบ่ายที่มีเกมการแข่งขัน ผมเปิดประตูออกมา และเห็นคัตซูรานิส นักเตะที่เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ และลงไปเล่นแผงหลังก่อนหน้านี้ เขาได้มีการพูดคุยกับแพทย์ และบอกว่า เขารู้สึกป่วย ไม่สามารถลงเล่นได้ในค่ำคืนนี้’

‘ผมปิประตู เข้ามาในห้อง และคิด “บางทีผมอาจจะได้อยู่บนม้านั่งสำรอง” ผมบอกกับครอบครัวของผม และเพื่อนของเขา และกล่าวว่า ผมอาจจะได้อยู่บนม้านั่งสำรอง ดังนั้นเป็นไปได้ที่คุณจะเห็นผมในทีวี’

 

ฟ้าหลังฝน

ดาวิด ลุยซ์ ถูกใส่ชื่อเป็นตัวสำรองจริง ลุยเซา ลงสนามเป็นตัวจริง ที่ปาร์ก เดอ แปร็งส์ ซึ่งเป็นสนามที่ดาวิด ได้มีโอกาสโทรไปหาที่บ้าน ซึ่งแฟนบอลชาวโปรตุเกสนับพันคนได้สร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมในเกมเล็กแรกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำจากซิเมา

‘จากนั้นในนาทีที่ 33 ลุยเซา บอกว่าตัวเขามีอาการบาดเจ็บ’ ความทรงจำของดาวิด ลุยซ์ในวันนั้นชัดเจนมาก คุณสามารถเรียกได้ว่าเวลานั้นมีความสำคัญอย่างไร

‘เฟอร์นานโด ซานโตส ดูไปที่ม้านั่ง และดูไปที่ม้านั่งสองครั้ง และมองมาครั้งที่สาม และจากนั้นก็พูดว่า “โอเค มันเหลือเพียงคุณแล้ว ไปเลย!”

‘ผมลงสนามมา และหลังจากผ่านไปห้านาที สกอร์อยู่ที่ 2-1 สำหรับปารีส! ผมพลาดหนึ่งครั้ง ผมได้จินตนาการในหัวของผม! ผมคิดว่าเขาจะส่งผมกลับบ้านที่บราซิลแน่ๆ’

‘จากนั้นเมื่อครึ่งแรกจบลง และผมรู้สึกมีความสุข’ ดาวิด ลุยซ์ กล่าวต่อเนื่อง

‘ผมเริ่มต้นถอนหายใจอีกครั้ง โค้ชถามผมว่า เป็นไปได้ไหมที่ผมต้องการจะเปลี่ยนตัว และผมกล่าวว่าไม่ ผู้เล่นบางคนโกรธผม ส่วนอีกหลายๆ คนบอกให้ผมใจเย็นๆ ผมจำได้ว่า ผมภาวนากับพระเจ้า และพูดว่า “ให้ผมใจสงบลง และช่วยเวลาที่เหลือผมทำได้’

‘ผมลงสนามในครึ่งหลัง และกลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในสนาม ผมเกือบทำประตูได้ พวกเราแพ้ 2-1 แต่ผมทำผลงานได้ดี และเพื่อนร่วมทีมรู้สึกมีความสุขกับผม’

เรื่องราวที่ต่อเนื่องหลังจากที่มีประสบการณ์ในเวทียุโรปครั้งแรก ในอีกสามวันถัดมาดาวิด ลุยซ์ได้มีโอกาสลงเล่นครบ 90 นาที ครั้งแรกให้กับเบนฟิก้า และกลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตซ์ หลังจากที่เอาชนะยูนิเอา เดอ เลย์เรีย จากนั้นลงเล่นในเล็กที่สองด้วยการเก็บชัยชนะ 3-1 เหนือปารีส เมื่อลุยเซาหายจากอาการบาดเจ็บกลับมา กลายเป็นว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่เสียตำแหน่งไป ซึ่งมันทำให้ชีวิตของลุยซ์เปลี่ยนไปตลอดกาล

 

‘เริ่มต้นทำบางสิ่งที่พิเศษในชีวิตของพวกเรา’

มันเป็นความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของชีวิตดาวิด ลุยซ์ในเวทียุโรปรอบน็อคเอาท์กับเชลซีของดาวิด ลุยซ์ และเป็นผลการแข่งขันอันน่าตื่นเต้น หลังจากที่ย้ายกลางฤดูกาลจากเบนฟิก้า เขาติดคัพ ไทน์ และไม่สามารถลงเล่นเจอโคเปเฮเกน หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ในช่วงต้นเดือน 2011

หลังจากนั้นรอบถัดมา พวกเราเอาชนะบาเลนเซีย ในแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ทำให้เราผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไปในแชมเป๊้ยนส์ ลีก พวกเราต้องเจอกับนาโปลี ซึ่งสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง คือ เป็นหนึ่งในเกมที่ที่ดีที่สุดตลอดกาลในการพลิกกลับมาคว้าชัยชนะ

‘มันเป็นช่วงเวลาแห่งฤดูกาล เพราะจากสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกๆ คนรู้ แต่แน่นอนว่า พวกเราเห็นวิธีที่คุณเปลี่ยนช่วงเวลาชีวิตของคุณ หากคุณต้องการทำบางสิ่งที่พิเศษ’ดาวิด ลุยซ์ พูดถึงเกมเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว

‘ความรู้สึกนั้นส่งไปยังทุกๆ คน และไม่ใช่เพียงแค่เพราะการทำประตู สำหนับผมเมื่อเกมนัดที่สองเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อแอสลีย์ โคลเซฟประตูบนเส้น ผมจำได้ว่าทุกๆ คน ยกย่องตัวเขาหลังจากจบเกม แม้ว่าท้ายที่สุดแพ้ไป 3-1 ‘ทำได้ดีแอส โอเค ไปกันต่อ!’

‘ผมเราพูดหลังจากเกมว่าถึงเรื่องการเซฟลูกนั้นของแอสลีย์ โคลด้วยบางเหตุผล ทุกๆ คนเชื่อในสิ่งนั้น ทุกๆ คนเริ่มต้นมีความเชื่อในช่วงเวลานั้น มันเข้าไปสัมผัสจิตใจของทุกๆ คน และพวกเราทุกคนคิดว่า พวกเราต้องเริ่มต้นทำบางสิ่งที่พิเศษในชีวิตของพวกเรา

‘พวกเราทำมันได้ และสำหรับฟุตบอล และความเป็นมืออาชีพ เมื่อคุณทำบางสิ่งเช่นนั้น มันเป็นการสร้างความมั่นใจกลับคืนมาให้กับคุณ ทั้งความแข็งแกร่ง ความฝันของคุณ มันเป็นบรรยากาศที่แตกต่าง นั่นเป็นเกม เป็นเกมที่พวกเราคิดว่า มันสามารถเป็นไปได้’

‘ฟุตบอลเป็นเหมือนเวทมนต์ เพราะว่า มีเรื่องราวเช่นนี้ ทุกๆ สิ่งเกิดขึ้นได้ ทั้งบรรยากาศ พลังงานที่ดี และช่วงเวลาที่ดี’

‘ผมชอบใช้ชีวิตในความเป็นมืออาชีพเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับทุกๆ คน’ ดาวิด ลุยซ์กล่าวเสริม ‘คุณสามารถมีความฝัน คุณสามารถพยายามทำมันกลับมาได้’

‘แอสลีย์ยังคงเชื่อว่าในอีก 90 นาทีถัดไป บางทีของอาจเป็นคนที่ใช่ เขาช่วงป้องกันประตู และเฉลิมฉลอง เขาเข้าใจว่า มันไม่ใช่แค่เกม เขาเป็นตัวอย่างให้กับพวกเรา และเกมนัดที่สองยังคงตราตรึงอยู่ในใจของพวกเราจนถึงทุกวันนี้’
 

ช่วงเวลาแห่งการฉลอง

สำหรับแฟนบอลเชลซีทุกคน ใครก็ตามที่ได้มีโอกาสไปชมเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในวันนั้นที่พวกเราเอาชนะนาโปลีจะได้มีโอกาสจดจำบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ซึ่งดาวิด ลุยซ์ที่กลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมในวันนั้น ได้มีการวาดภาพจากมุมมองในสนามออกมา

‘มันเหมือนกับว่าคุณไปอยู่ในปาร์ตี้ และมีเพียงคนเดียวที่ได้เต้น คุณไม่สามารถเต้นได้ สองคน? คุณไม่สามารถเต้นได้ แต่เมื่อพวกเราเห็นทุกๆ คนกำลังเต้น บรรยากาศก็พาคุณไป มันเป็นเช่นนั้น’

‘ผมชอบเป็นตัวอย่างในการหัวเราะ แล้วทำไมคุณไม่ลองหัวเราะ เมื่อมีบางคนกำลังหัวเราะอยู่ล่ะ? มันเป็นพลังงานอย่างหนึ่งที่ดีเลย’

‘คุณเห็นผู้เล่นเริ่ม และนักเตะอีกคนหนึ่งก็เริ่มตาม! แฟนบอลก็ทำตามด้วย และคุณก็สร้างช่วงเวลาที่พิเศษด้วยกัน!’

‘มันเป็นเวทมนต์ประเภทหนึ่งที่มันจะติดตัวคุณอยู่ตลอดเวลา และคุณรู้ว่ามันเป็นไปได้ที่จะทำทุกๆ สิ่ง’

 

ในตอนที่ 2 วันพรุ่งนี้ ดาวิด ลุยซ์ ได้หยิบยกเรื่องราวของการเก็บชัยชนะในแชมเปี้ยนส์ ลีกปี 2012 และได้ระลึกถึงเกมรอบน็อคเอาท์ ที่เขามีส่วนเกี่ยวข้อง และอธิบายถึงสิ่งที่พวกเราต้นทำเมื่อจะมีเกมยูโรป้าลีก ในเดือนถัดไป...

ข่าวอื่นๆ