ดาวิด ลุยซ์ กล่าวถึงชัยชนะในเกมที่พบกับเบนฟิก้า และบาร์เซโลน่าในแชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงการเจอกับเปแอสเช และปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จ

เมื่อวานนี้พวกเราได้ฟังเรื่องราวจากดาวิด ลุยซ์ เกี่ยวกับประสบการณ์สองเรื่องที่น่าจดจำมากที่สุดในการแข่งขันเวทียุโรป รวมถึงการพลิกกลับมาคว้าชัยชนะในเกมที่พบกับนาโปลี จนคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในที่สุด

วันนี้ดาวเตะชาวบราซิลได้พูดย้อนกลับไปถึงการแข่งขันอีกสองเกมที่เจอกับเบนฟิก้า และบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นเกมที่ได้รับการจับตามองในรอบน็อคเอาท์ และเขามีส่วนเกี่ยวข้องในเกมนั้น รวมถึงสิ่งที่เชลซีต้องทำ หากพวกเราต้องการคว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก ซึ่งจะเริ่มต้นอีกครั้งในเดือนหน้า…

 

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ง่ายกว่าเดิมสำหรับดาวิด ลุยซ์ หลังจากพลิกชะตากลับมาเก็บชัยชนะรวมสองนัด 5-4 เหนือนาโปลี ซึ่งทำให้เขาสัมผัสถึงหัวจิตหัวใจที่เข้มแข็ง และความเชื่อ โดยการจับฉลากนั้นทำให้พวกเราเจอกับเบนฟิก้าในรอบควอเตอร์ไฟนอล และเป็นทีมที่เขาเคยลงเล่นให้มาก่อนที่ย้ายมาเชลซี และเขาก็ได้เป็นส่วนสำคัญในสร้างชื่อในเกมยุโรปปีนั้น โดยสำหรับเกมแรกนั้นเป็นการไปเล่นที่เมืองหลวงของโปรตุเกส

‘ผมสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเกม’ ดาวิด ลุยซ์กล่าว ‘ชีวิตของผมเปลี่ยนไปจากศูนย์ถึงสิบในลิสบอน ผมอยู่ในความฝันบนม้านั่งสำรองที่นั่น! ผมมายุโรปจากดิวิชั่น 3 ในบราซิล มันเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างในการเล่นให้หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก’

‘ผมมาที่นี่ด้วยหัวใจที่แตกสลาย เพราะผมรู้จักบางคน และมันเป็นเรื่องน่าเศร้าในเมื่อจบเกมในรอบนี้ แต่ผมจำได้ดีว่า ผมทำงานอย่างหนักมาก เพื่อไม่ให้ตัวผมสภาพจิตใจแย่ลง และไม่สามารมลงเล่นในเกมนั้นได้ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมผมถึงเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมนั้น ผมช่วยป้องกันหนึ่งประตูบนเส้น จากออสการ์ คาร์โดโซ่ แน่นอนว่า แฟนบอลมักจะหยอกล้อกับผมโดยพูดว่า ‘ทำไมคุณไม่ปล่อยให้คาร์โดโซ่ทำประตู’

‘มันเป็นค่ำคืนที่พิเศษ พวกเราเอาชนะ และหลังจากจบเกม ผมอยู่กลางสนาม และทุกๆ คนปรบมือให้กับผม และกล่าวขอบคุณสำหรับสิ่งที่ผมได้ทำไว้ในอดีต มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในอาชีพของผม แต่มันเป็นเรื่องยากที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกเขา’

ฟอร์มการเล่นที่เป็นระบบทำให้ได้รับชัยชนะ 1-0 ที่ลิสบอน และในสัปดาห์ถัดมา พวกเราก็ทำงานได้สำเร็จด้วยการเก็บชัยชนะในบ้าน 2-1

ศัตรูที่คุ้นเคยรออยู่ในรอบรองชนะเลิศ แต่อาการบาดเจ็บในเกมเอฟเอ คัพ ทำให้ดาวิด ลุยซ์ ไม่สามารถลงเล่นได้ทั้งสองเกมในการเจอกับบาร์เซโลน่า

‘ผมรู้สึกหัวเสียมากๆ ผมต้องการเล่นในเกมใหญ่เช่นนี้ในการเจอกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในยุโรป ผมพยายามทุกสิ่งให้มีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีมของผม และช่วยเชียร์พวกเขา’

‘ในเกมที่สองที่แคมป์ นูว ผมอยู่บนอัฒจรรย์ระหว่างแฟนๆ’

‘ผมจำได้ว่า เมื่อเมสซี่ได้จุดโทษในการทำประตูที่สาม ผมหันหลัง และกล่าวกับพวกเขา: ‘มันต้องไม่เป็นประตู มันต้องไม่เป็นประตู’ และมันก็ไม่เป็นประตู และพวกเขาก็เริ่มขว้างเบียร์มาใส่ผม!’

photo of ดาวิด ลุยซ์ ดาวิด ลุยซ์



‘เมื่อผมเห็นแบบนั้น ผมคิดว่าพวกเรากำลังเข้าสู่รอบถัดไป พวกเรามีโอกาสมากกว่า 50 ครั้งในการสร้างสรรค์ประตู แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้

‘ผมคิดว่าเกมนั้นมันคล้ายกับเกมที่พบนาโปลี ในใจของผมคิดว่า “ทุกสิ่งมันเป็นไปได้” มันไม่ใช่ทีมที่จะยอมแพ้ง่ายๆ มันเป็นทีมที่ผมสามารถพูดได้ว่า “สู้ต่อไป มันเป็นเรื่องนาก มันเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ พวกเขายิงไปมากกว่า 20 ครั้ง แต่เพ็ตเตอร์ เช็ค สามารถ ป้องกันประตูไว้ได้!”’

‘ความสุขก็ถูกเติมเกม เมื่อตอร์เรส ทำประตูได้ ผมอยู่บนบันได มันเป็นประตู 2-1 พวกเรากำลังเข้าสู่รอบต่อไป สามนาทีก่อนจบเกม ผมลงไปด้านล่าง และในลิฟท์ และยิงเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม และผมคิดว่าพวกเขาทำประตูได้ ซึ่งในลิฟท์มีเสียงกรีดร้องดังมากๆ “โอ้ไม่!”’

‘แต่เมื่อผมเปิดประตูลิฟท์ออกมา ผมเห็นนักกายภาพตะโกนออกมา “ตอร์เรสทำประตู!” พระเจ้าช่วย มันเป็นค่ำคืนที่ยอดเยี่ยม ผมวิ่งลงไปในสนาม แม้ว่าผมกำลังบาดเจ็บอยู่’

ดาวิด ลุยซ์ หายจากอาการบาดเจ็บ แลเล่นสองชั่วโมงเต็มในรอบชิงชนะเลิศกับบาเยิร์น และยังทำประตูจากลูกจุดโทษได้ ซึ่งมันสามารถพูดได้ว่า ชัยชนะเหนือนาโปลีเป็นแรงผลักดันทำให้เดอะบลูส์มุ่งสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ

**********

ชีวิตในแชมเปี้ยนส์ ลีกนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายในฤดูกาลถัดมา และพวกเราเองต้องลงไปเล่นในศึกยูโรป้า ซึ่งเป็นอีกรายการหนึ่งของศึกยูฟ่า โดยต้องเจอทั้ง สปาร์ต้า ปราก, สเตออัว บูคาเลสต์ และลูบิน คาซาน และพวกเราเจอกับบาเซิลในรอบรองชนะเลิศ

ดาวิด ลุยซ์ ถูกจับมาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ และประตูทั้งสองนัด ในเกมที่สวิตเซอร์แลนด์ จากลูกฟรีคิกนาทีสุดท้ายทำให้เรามีผลสกอร์ขึ้นนำก่อนที่ไปในสแตมฟอร์ด บริดจ์ 2-1 ซึ่งเป็นหนึ่งในประตูที่เขากล่าวว่า ‘เป็นหนึ่งในประตูที่สวยที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของเขา’

‘รอบรองชนะเลิศครั้งนั้น เป็นช่วงเวลาของผม’ เขาย้อนความ

หลังจากที่เกมนั้นเขาต้องเจอกับความกดดันทางสภาพจิตใจอีกครั้ง เมื่อต้องเจอกับเบนฟิก้าในรอบชิงชนะเลิศ

‘ผมพูดกับอิวาในการฝึกซ้อมก่อนเกมว่า หากเขาต้องการทำประตู เขาต้องไปยืนอยู่ที่เสาสอง เพราะว่านั่นเป็นช่องว่างในเกมรับของเบนฟิก้า’ ดาวิด ลุยซ์ ยิ้ม เมื่อเขาคิดว่า คำแนะนำที่ให้กับอิวาโนวิช ‘มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ’

‘เมื่อเกมจบลง ผมไม่ได้ฉลอง 10 ถึง 20 นาทีแรก มันเป็นช่วงเวลาที่ผมหัวใจแตกสลาย เพราะผมรู้ดีว่า เพื่อนๆ ทุกคนรู้สึกอย่างไร และพวกเขารู้สึกเสียใจ ก่อนที่จะเฉลิมฉลอง ผมพยายามที่จะไปหานักเตะทุกคน เพื่อนๆ ทุกคน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโค้ช จอร์จ เจซุส บุคคลที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของผม และผมก็กอดพวกเขาก่อนที่จะชูถ้วย และมันเป็นเรื่องราวที่มีความสุข’

‘ผมมีความสุขกับช่วงเวลาเช่นนี้ เพราะว่า พวกเราเขาอยู่ในช่วงเวลาที่ดี ผมสามารถพูดได้ว่ามันเป็นความเชื่อใจ ผมไม่ต้องการเหตุผลอย่างเป็นทางการ ทั้งหมดนั้นเป็นความรู้สึกของผม ทุกๆ คนมีความรู้สึกเช่นนี้ คุณสามารถแสดงความรู้สึกได้หลากหลายในหัวใจของคุณ แต่ผมเป็นมืออาชีพ ผมเป็นมีอาชีพจนวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ผมมีบุคลิกของตัวผมเอง แต่ผมก็ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง’

นับตั้งแต่ค่ำคืนที่อัมสเตอร์ดัม ประสบการณ์ของดาวิด ลุยซ์ ในเกมยุโรปรอบน็อคเอาท์ได้ถูกนำมาใช้ในเกมที่เชลซีพบกับปารีส ในเกมแรกเดือนเมษายน ปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่เขาจะย้ายไปเมืองหลวงของฝรั่งเศส

‘มันเป็นเกมที่พลิกกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ในเกมแรกมันไม่ใช่เกมที่ดีสำหรับเรา และมันไม่ใช่เกมที่ดีสำหรับผม ผมทำเข้าประตูตัวเอง พวกเราแพ้ 3-1’

‘แต่ในนัดที่สอง มันเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ผมวิ่งอยู่ในแดนกลาง โชเซ่ มูรินโญ่ สร้างแผนการเล่นที่ยอดเยี่ยมให้กับเรา เขาแสดงให้พวกเราเห็นว่า เราต้องเล่นอย่างไรในครึ่งแรก เขาแสดงให้เราเห็น ถึงวิธีที่พวกเราจะต้องเล่นในช่วงเวลา 15 นาทีแรกของครึ่งหลัง และเขาแสดงให้พวกเราเห็นว่า พวกเราต้องเล่นอย่างไรในช่วง 20 นาทีสุดท้าย “คุณ ดาวิด คุณต้องเล่นในสองบทบาท และหากพวกเราต้องทำประตู คุณต้องด้วยตัวคุณเอง และวิ่งเพื่อทุกๆ คน’ พวกเราทำมันได้ มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม’

12 เดือนถัดมา กระดานพลิกกลับกัน เขาสวมเสื้อของเปแอสเช และพวกเขาล้มเราในสแตมฟอร์ด บริดจ์ จากการได้ประตูทีมเยือน ซึ่งดาวิด ลุยซ์เป็นหนึ่งในผู้ทำประตูในเกมนั้น

‘ในเกมนัดที่สอง เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ เพราะว่าทุกๆ สิ่งมันเกิดขึ้นในเกม พวกเราเสียนักเตะที่ดีที่สุดในทีมช่วงครึ่งแรกอย่าง ซลาตัน พวกเราเสียประตู’

‘เกมนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ เพราะว่าสิ่งต่างๆ มันเกิดขึ้นในเกม นั่นเป็นเหตุผลว่าที่ผมทำประตูได้ในช่วงสี่นาทีสุดท้าย มันเป็นเกมที่ยากสำหรับผมในการเก็บอารมณ์ เพราะว่าเกมมันเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก และคุณต้องการอากาศบริสุทธิ์ให้กับสมองของคุณ ไม่เช่นนั้นคุณจะไม่ปลอดโปร่ง’

‘ผมไม่เคยฉลองประตูในการเจอกับเชลซีเลย ผมฉลองตามอาชีพของผม เป็นช่วงเวลาของเกม เพราะว่า ทุกๆ คนกล่าวว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่ปารีสจะชนะ มันเป็นเหมือนกับการฉลองของแอสลีย์ โคล ในเกมที่พวกเราแพ้นาโปลี 3-1 ซึ่งพลังงานของเขามันแตกต่างกับทุกคน’

**********

ประสบการณ์อันโชกโชนของดาวิด ลุยซ์ในเกมยุโรปรอบน็อคเอาท์ เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ แต่ยังคงมีช่องที่สามารถพัฒนาได้มากกว่านี้ และหลังจากใช้เวลาอันมากมายในการย้อนเรื่องราวกลับไป พวกเราจบเรื่องราวด้วยการถามเขาถึงอนาคต เส้นทางในศึกยูโรป้า ลีกของพวกเรา จะเกิดขึ้นอีกครั้งในการเจอกับซลาเวีย ปราก ในรอบควอเตอร์ไฟนอล ในเดือนหน้า ซึ่งรอบ 4 ทีมสุดท้ายจะเจอกับเบนฟิก้าอีกครั้ง และมันก็มีโอกาสเป็นไปได้ แล้วอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเราต้องทำในการกลับมาประสบความสำเร็จในยุโรปดังเช่นปี 2012 และ 2013?

‘เพื่อเป็นความเข้าใจ พวกเราต้องพร้อมทุกๆ เวลา’ ดาวิด ลุยซ์ กล่าว

‘ช่วงเวลาที่ย่ำแย่สามารถเกิดขึ้นได้ ความรู้สึกต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ ช่วงเวลาที่ยากลำบากเกิดขึ้นได้ และพวกเราต้องพร้อมรับมือกับสิ่งนั้น ในการที่จะคว้าแชมป์รายการนี้นั้น มันไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ’

‘ผมได้เรียนรู้มากมายในอาชีพของผม และฟุตบอลเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่า มันมีเรื่องราวใหม่ๆ อยู่เสมอ และคุณต้องพร้อมกับสิ่งนั้นด้วย’

ข่าวอื่นๆ