เส้นทางสู่ฝัน : มาร์กอส อลอนโซ่

มาร์กอส อลอนโซ่เป็นนักเตะเชลซีคนล่าสุดที่มาเล่าเรื่องราวในช่วงเริ่มต้นค้าแข้ง ตั้งแต่ที่เตะกระป๋องเปล่ากับเพื่อนๆ ไปจนได้เดบิวต์ให้รีล มาดริดในวัย 19 ปี

อลอนโซ่เติบโตมากับครอบครัวฟุตบอล ทั้งพ่อและปู่ของเขาต่างก็เคยเล่นให้ทีมชาติสเปนมาแล้ว ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่เขาคุ้นเคยกับการแข่งขันดี เขาได้พาเราย้อนไปดูเรื่องราวความทรงจำที่แสนสนุกในโลกฟุตบอล รวมไปถึงช่วงเวลาที่ยากด้วย...

แรกเริ่มมาผมเล่นในทีมตอนอายุราวๆ 7-8 ขวบ ผมเคยเล่นแบบแบ่งทีม 5 คนที่โรงเรียน และผมเป็นสไตรค์เกอร์ด้วย

นั่นคือตอนที่เล่นที่ซานแทนเดอร์ ทางตอนเหนือของสเปน ผมใช้เวลาสองปีที่นั่น ซึ่งพ่อของผมคุมทีมนั้นด้วย

เราเป็นแชมป์ระดับจังหวัด มันเยี่ยมมากเลยนะ ผมยังคงติดต่อกับเพื่อนๆ ที่เคยเล่นมาด้วยกันอยู่ หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมผมตอนนั้นคือเซร์คิโอ คานาเลส เมื่อตอนที่ผมย้ายไปรีล มาดริด และหลังจากนั้นเราก็ได้เล่นด้วยกันในทีมชาติ แต่เรายังคงติดต่อกันมาเรื่อยๆ สิ่งที่ดีที่สุดคือมิตรภาพที่คุณมีมาตลอดเส้นทางนี้

ผมจำโค้ชของเราต้อนนั้นได้ด้วย เขาสอนอะไรเรามากมายเลย เขายังคงทำงานที่โรงเรียนอยู่ และผมมีความทรงจำที่ดีกับเขา บางครั้งเมื่อผมไปซานแทนเดอร์ ผมมักจะได้เจอกับเขา เขาเป็นคนที่ดีและจำช่วงเวลาที่ดีเก่าๆ ได้เสมอ พ่อของผมไม่เคยกดดันอะไรเขาเลยด้วย!

ฟุตบอลเป็นสิ่งที่อยู่ในตัวผมมาตั้งแต่ยังเด็ก พ่อของผมเป็นโค้ชที่สเปน ดังนั้นผมโชคดีมากที่ได้ไปเห็นที่ต่างๆ บางครั้งเมื่อผมเลิกเรียน เขาก็จะพาผมไปซ้อมร่วมกับทีมของเขา เมื่อผมอายุเท่านั้นผมไม่รู้เรื่องมากนัก แต่ผ่านไปนานๆ หลายปี มันเยี่ยมมากเลยที่ได้สนับสนุนเขาและได้เห็นการทำงานในห้องแต่งตัวของนักเตะอาชีพด้วย

เมื่อผมเล่นกับเพื่อนๆ หากเราไม่มีบอล ผมจำได้ว่าเราเคยใช้กระป๋องโค้กบุบๆ มาเล่นแทนด้วย เราพยายามทำให้มันใกล้เคียงลูกบอลมากที่สุด เราเล่นกันนานหลายชั่วโมงเลยนะ!

ผมมักจะพยายามเต็มที่ ผมคิดว่าพรสวรรค์ของผมเป็นเรื่องธรรมชาติ ครอบครัว, พ่อของผม เคยดูผมและพยายามทำให้ผมเก่งขึ้น ผมอยากชนะทุกรายการที่ผมลงแข่ง การมีความคิดแบบนี้มันทำให้คุณพัฒนาขึ้น คุณจะกลายเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นและพร้อมชนทุกความท้าทาย

ผมเล่นให้สองทีมมาก่อนรีล มาดริด ทีมหนึ่งอยู่ในมาดริดชื่อว่าอัลโกเบนดาส และอีกทีมคือ เอ.ดี.อดาร์เว่ ผมเคยเล่นได้ดีเมื่อต้องเจอกับทีมนี้ และเข้าไปร่วมทีม หลังจากผ่านไปหนึ่งปีกับที่นั่น ผมก็ได้ไปทดสอบเล่นให้รีล มาดริด และอยู่ที่นั่นมาเกือบ 10 ปี

ผมอายุประมาณ 11 หรือ 12 ปี ในตอนที่ทดลองเล่นให้รีล มาดริด พ่อของผมเป็นแฟนบอลบาร์เซโลน่าและแอตเลติโก้ เพราะเขาเคยเล่นให้ทีมเหล่านั้น ครอบครัวแม่ผมสนับสนุนแอตเลติโก้ ดังนั้นมันไม่ง่ายเลยนะสำหรับทั้งคู่! มีอยู่วันหนึ่งพวกเขามาบอกกับผมว่า “ฟังนะ เราได้รับสายจากรีล มาดริด ถ้าลูกอยากไปก็ไป มันแค่ไปทดสอบฝีเท้าเท่านั้น ลูกไปได้และมาดูกันว่าจะเป็นยังไงต่อ” นั่นคือช่วงซัมเมอร์ เมื่อผมกลับไปมาดริดผมได้เข้าทดสอบ และพวกเขาก็บอกให้ผมอยู่ต่อเลย

ความคิดของรีล มาดริดไม่ได้ซับซ้อนเลย ไม่เหมือนกับบาร์เซโลน่าที่มีสไตล์การเล่นแบบเฉพาะ แต่รีล มาดริดจะสอนการปฏิบัติก่อนในปีแรก การเป็นมืออาชีพ เป็นคนที่ดี และหลังจากนั้นก็พัฒนาคุณให้เก่งขึ้นด้วย

บางครั้งมันก็ไม่ง่ายนะ ผมตัวเล็กมากเลยในตอนเด็ก ผมเกิดวันที่ 28 ธันวาคม ดังนั้นผมมักจะเล่นในทีมที่อยู่ปีเดียวกัน และผมยังเด็กมาก หลังจากนั้นสองสามปีผมก็ได้ขยับไปเล่นในกลุ่มอายุที่สูงขึ้น มีเด็กบางคนที่อายุมากกว่าผมเกือบสองปีเลย ในตอนนั้นทุกอย่างมันดูใหญ่ไปหมด มันไม่ง่ายที่จะเล่น มันยากมากที่จะสร้างความแข็งแกร่งทางร่างกายเพื่อแข่งกับคนเหล่านั้น แต่ผมคิดว่ามันช่วยให้ผมเติบโตขึ้น และทำให้ผมเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นมาจนวันนี้

ผมอายุ 16 ปีในตอนที่ผมเติบโตเต็มที่ หลังจากนั้นผมก็มีปัญหาเจ็บหลัง เพราะโตเร็วเกินไป ผมจำได้ว่าลงเล่นเกมแรกไปด้วยการกินยาแก้อักเสบ เพราะผมเล่นไปเจ็บไปด้วย หลังจากนั้นผมต้องหยุดไปพักหนึ่ง แล้วกลับมาลงเล่นในเกมอีกนัดก่อนจะเริ่มฝึกซ้อมกับทีมสำรองของรีล

เมื่อผมเซ็นสัญญากับรีล มาดริด ผมเคยเป็นปีกข้างมาก่อนและหลังจากนั้นสองสามปีผมก็ต้องไปเล่นเป็นแบ็คซ้ายเพราะบาดเจ็บ ผมทำได้ดีนะ และผมมีโอกาสที่จะได้เล่นในทีมรอง และผมก็อยู่ในทีมนั้นมาตลอด

สองเดือนหลังเข้าร่วมทีมรอง ผมถูกเรียกไปซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่อยู่วันหนึ่ง หลังจากนั้นผมก็เริ่มฝึกซ้อมร่วมกับพวกเขา ปีต่อมาผมเริ่มเข้ากับทีมรองได้ หลังจากนั้นสองสามเดือนผมก็เริ่มฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่และเดินทางไปกับพวกเขา และเมื่อผมไม่ได้ลงสนามผมก็จะได้เล่นให้ทีมรองในอีกวันต่อมา

ผมรู้สึกกดดันเมื่อฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ มันเป็นแรงกดดันที่ดีนะ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก แต่แน่นอนว่ามันกดดันด้วย ผมฝึกซ้อมร่วมกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้, กาก้า ผมอายุ 16-17 ปีเท่านั้น ผมลงเล่นไปพร้อมใจที่มุ่งมั่น 120% เลย มันเหมือนฝันที่เป็นจริงเลย

วันที่ผมต้องเล่นให้ทีมชุดใหญ่มันเหลือเชื่อมาก แต่ผมจำความรู้สึกกังวลก่อนลงสนามได้ดี ขาผมสั่นตลอดเลยเมื่อผู้จัดการเรียกชื่อผม 6-7 ครั้งในตอนที่เดินทางไปกับทีม ผมลงวอร์มอัพแต่ไม่ได้โอกาส แต่เมื่อผมได้รับเลือกวันนั้นในเกมที่ซานแทนเดอร์ มันมหัศจรรย์มาก และผมลงเล่นไปแทนกอนซาโล่ อิกวาอิน!

- ภาพ 3 ภาพตรงกลางของบทความนี้เป็นของเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของมาร์กอส อลอนโซ่ www.marcos-alonso.com

ข่าวอื่นๆ