มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นในปีนั้น

สถิติการทำประตูของโอลิวิเยร์ ชิรูด์ในยูโรป้า ลีกฤดูกาลนี้ยังคงอยู่ที่ 9 ประตู ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับเฟร์นานโด ตอร์เรสในฤดูกาล 2012/13 และนี่คือเรื่องราวในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตอร์เรสในชุดเชลซี

เฟร์นานโด ตอร์เรสย้ายจากแอนฟิลด์มาเล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อเดือนมกราคม 2011 แฟนบอลทีมอื่นๆ อาจจะมองว่าเขาล้มเหลวกับเชลซี

แม้ว่าจะทำประตูไปเพียง 45 ประตูจากการลงแข่ง 172 นัด ซึ่งน้อยกว่าที่คาดหวังได้จากนักเตะค่าตัวทุบสถิติสโมสรที่เคยทำประตูได้มากมายให้กับลิเวอร์พูล แต่ช่วงเวลาที่อยู่กับเชลซีก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ใครๆ ว่ากัน

นักเตะชาวสเปนย้ายมาลอนดอนเพื่อไล่ล่าถ้วยรางวัลใหญ่ที่ขาดหายไปนานตลอดการค้าแข้งของเขา ช่วงเวลา 18 เดือนนั้นเขาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเขามีส่วนร่วมทั้งสองรายการ ที่น่าจดจำที่สุดคือการทำประตูนาทีสุดท้ายของเกมที่พบบาร์เซโลน่า ทำให้เราผ่านเข้ารอบไปเจอกับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นคืนที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

ปีต่อมาเราก็ได้ถ้วยมาอีกรายการ ซึ่งเป็นถ้วยรางวัลที่สามจากสี่ถ้วยที่เขาได้มาในยุโรป นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ในระดับทีมชาติมาได้จากการลงเล่นไป 110 นัดในช่วงเวลาที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล

เราหล่นไปเล่นในยูโรป้า ลีกหลังตกรอบแชมป์เปี้ยนส์ ลีกมา แม้ว่าจะทำได้ 16 ประตูและมี 10 แต้มเท่ากับชัคเตอร์ โดเน็ทส์คที่ทำประตูในสแตมฟอร์ด บริดจ์ได้มากกว่า แต่เราทำประตูที่ยูเครนได้น้อยกว่า

รางวัลปลอบใจจากการจบที่อันดับสามของกลุ่ม E คือได้มาแข่งในรายการรองในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ภายใต้การคุมทีมของราฟา เบนิเตซ

หลังทำไป 3 ประตูในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่ม นักเตะหมายเลข 9 ของเชลซีก็มาทำผลงานได้ดีในยูโรป้า ลีกต่อ

หลังจบเกมแบบไร้สกอร์ในนัดที่พบกับสปาร์ต้า ปราก ตอร์เรสก็มาทำประตูชัยในเกมรอบ 16 ทีมที่พบกับสเตอัว บูคาเรสต์ ได้บอลจากเอเด็น อาซาร์แล้วจบสกอร์อย่างเด็ดขาด ทำให้เราได้เข้าไปเจอกับรูบิน คาซาน

การสวมหน้ากากป้องกันกระแทกเนื่องจากจมูกหักทำให้เขาได้ฉายาซอร์เรสจากแฟนบอลเชลซี ซึ่งคล้ายกับหน้ากากซอร์โร หลังทำสองประตูได้ เขาก็มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น และทำประตูในเกมนัดรีเทิร์นได้สำเร็จ ทำให้เขายิงประตูในยูโรป้า ลีกเพิ่มเป็น 4 ประตู

เมื่อเจอกับบาเซิลในรอบรองชนะเลิศ โอกาสในการเข้ารอบชิงชนะเลิศยังคงมีลุ้นในเกมที่สองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อตอร์เรสยิงประตูให้เราขึ้นนำอีกครั้ง และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปแข่งที่อัมสเตอร์ดัม

“หลังตกรอบแชมป์เปี้ยนส์ ลีกมา เราอยากจะเข้ารอบชิงชนะเลิศให้ได้อีกครั้ง” ตอร์เรสกล่าว “เราได้แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเราจริงจังกับรายการนี้และเราเตรียมตัวพร้อมสำหรับการแข่งขัน”

ในการเข้าไปพบกับเบนฟิก้า ไม่ใช่แค่เรามีโอกาสเป็นทีมอังกฤษทีมแรกที่จะได้คว้าทุกถ้วยของยูฟ่าแล้ว เรายังมีโอกาสตามรอยน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่เคยคว้าแชมป์ยุโรปได้ติดต่อกัน

แม้ว่าบรานิสลาฟ อิวาโนวิชจะเป็นผู้ทำประตูชัยได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่เราก็ได้ประตูนำจากลูกยิงคลาสสิคของตอร์เรส

สไตรค์เกอร์รายนี้แสดงให้เห็นฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม รวมไปถึงความแข็งแกร่งในการทะลวงผ่านแนวรับสองคน ก่อนจะกระชากหนีผู้รักษาประตูแล้วยิงจากมุมแคบเข้าประตู ทำให้เขายิงประตูที่ 21 ได้สำเร็จ และรวมแล้วเขายิงประตูทั้งหมด 22 ประตูหลังจบเกมสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก แต่เขาไม่ได้สนใจความสำเร็จส่วนตัวมากนัก

“เชลซีให้สิ่งที่ผมต้องการในฐานะนักเตะ นั่นคือถ้วยรางวัล” เขาบอกช่วงต้นฤดูกาลเมื่อย้อนรำลึกช่วงเวลาที่อยู่กับเชลซี “ผมมีความทรงจำที่ดีมากมายกับที่เชลซี”

จากการที่ยิงไปแล้ว 9 ประตูในยูโรป้า ลีก ชิรูด์กำลังมีโอกาสแซงตอร์เรสในฤดูกาลนี้ แต่อาจจะไม่ได้พอใจมากนักถ้ายังไม่ได้ชูถ้วยในเดือนพฤษภาคม

ข่าวอื่นๆ