ประกาศผู้ได้รับผลโหวตสูงสุดในการโหวตตำนานสู่กำแพง Shed Wall

บ็อบบี้ แทมบลิ้งเป็นตำนานอีกคนที่ได้อยู่บนกำแพง Shed Wall

บ็อบบี้ แทมบลิ้งจะเป็นตำนานเชลซีคนใหม่ที่ได้อยู่บนกำแพง Shed Wall ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

วันนี้เราได้ประกาศว่าอดีตดาวซัลโวของเราชนะคะแนนโหวตจากแฟนบอลให้ได้อยู่บนกำแพงของสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ และจะได้รับการเปิดตัวก่อนเกมยูโรป้า ลีก คืนวันพฤหัสบดีนี้ และเราได้สัมภาษณ์เขาด้วย

แฟนบอลหลายหมื่นคนร่วมลงคะแนนโหวตไปเมื่อเดือนก่อน โดยเลือกจาก 5 ตำนานของสโมสรซึ่งรวมไปถึงรอย เบนท์ลีย์, จิมมี่ กรีฟส์, จอห์น ฮอลลินส์ และชาร์ลี คู้ก แทมบลิ้งได้คะแนนมากที่สุดในตอนก่อนเกมพบสลาเวีย ปราก เขาจะได้ขึ้นเป็นหนึ่งในตำนานบนกำแพง Shed Wall

การค้าแข้งของแทมบลิ้งกับเชลซีในช่วงยุค 1960 และหลังจากที่ทำประตูชัยในเกมเดบิวต์เมื่อปี 1959 เขาก็มาทำประตูรวม 202 ประตู ทำหน้าที่เป็นผู้สังหารประตูต่อจากจิมมี่ กรีฟส์ เขาครองสถิตินั้นได้เกือบ 50 ปี จนกระทั่งแฟรงค์ แลมพาร์ดมาทำลายได้ในปี 2013

เขาเป็นกัปตันทีมที่อายุน้อยมาก ในตอนที่ทีมได้เลื่อนชั้น และเขาทำประตูได้ในเกมที่เชลซีคว้าแชมป์ลีก คัพ เมื่อปี 1965 ด้วย ซึ่งเป็นถ้วยรางวัลแรกของเรา เขายังเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูให้เชลซีในเกมเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ และมีส่วนใน 5 ประตูของเกมที่ชนะแอสตัน วิลล่า 6-2 ไม่มีใครที่ทำประตูให้เชลซีในเกมลีกได้มากกว่าเขา เขาเป็นดาวซัลโวสูงสุดของเราตลอดช่วง 6 ฤดูกาลของเขากับเชลซี

Shed Wall ตั้งอยู่ที่ทางใต้ของสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นมุมท่ำคัญสำหรับประวัติศาสตร์ของสโมสรเชลซี เป็นที่ที่ย้อนรำลึกถึงเรื่องราวของสโมสรตั้งแต่ปี 1905 มา และแม้ว่าจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอัฒจันทร์ในสนามแล้ว แต่ในปัจจุบันเป็นจุดที่เป็นบริเวณที่มีผู้คนเดินผ่านไปมามากมายทั้งในวันแข่งและวันปกติ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Shed Wall มีการนำเอาประวัติศาสตร์ต่างๆ ของสโมสรไปติดไว้ด้วย! มีเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของเชลซีมากมาย ทั้งรูปภาพ, ประวัติต่างๆ, เกียรติยศและวลีสำคัญมากมาย แม้แต่ QR โค้ดที่ทำให้คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกด้วย มีคนหลายร้อยคนได้มาถ่ายรูปคู่กับตำนานเชลซีที่ตัวเองโปรดปรานกันอย่างไม่ขาดสาย

ปีเตอร์ โบเน็ตติ, เพตเตอร์ เช็ก, แอสลีย์ โคล, มาร์เชล เดไซญี่, เคอร์รี่ ดิ๊กซอน, ดิดิเยร์ ดร็อกบา, รอน ฮาร์ริส, จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลแบงค์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ปีเตอร์ ออสกู๊ด, จอห์น เทอร์รี่, จานลูก้า วิอัลลี่, เรย์ วิลกินส์, เดนนิส ไวส์ และจานฟรังโก้ โซล่า เป็นตำนานที่ได้อยู่บนกำแพงนี้ในปัจจุบัน

เราได้พูดคุยกับแทมบลิ้งเกี่ยวกับการได้รับเลือกจากแฟนๆ ให้ขึ้นไปอยู่บนกำแพงที่เขามักจะเดินผ่านอยู่บ่อยครั้งจากการเป็นแขกของเราในเกมเหย้า

“ถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้อยู่บนกำแพงนี้” เขาบอก “นี่เป็นเรื่องที่ดีที่ได้เป็นที่จดจำของสโมสร และได้รู้ว่าคุณสร้างอะไรไว้ให้กับสโมสรด้วย”

“ผมมักจะเคารพแฟนๆ เสมอ ในช่วงเวลาที่ผมเล่นอยู่ แฟนๆ มอบอะไรให้กับเรามากมาย มันเป็นเส้นทางสองฝั่งเมื่อพวกเขาพูดสิ่งที่ดีเกี่ยวกับผม ผมบอกได้แค่สิ่งที่ดีเกี่ยวกับพวกเขาเพราะพวกเขามอบชีวิตที่เหมือนฝันให้กับเรา”

“มันดีมากเลยที่ได้เจอกับแฟนๆ ในทุกเกมเหย้าและได้คุยกันด้วย แฟนๆ บางคนอายุเท่าผมเลย ดังนั้นรู้ดีว่าผมเป็นอย่างไร เด็กๆ เองก็ได้รู้จักผมจากหนังสือโปรแกรมแข่งและหนังสืออื่นๆ มันดีมากที่ได้เจอกับพวกเขา และได้คุย รวมถึงได้บอกพวกเขาถึงเรื่องราวในช่วงเวลาของเรา”

“หน้าที่ของผมที่เชลซีทำให้ผมมีความสุขมาก การได้พูดคุยและหัวเราะกับแฟนๆ และให้พวกเขามองเราเป็นคนธรรมดามันเยี่ยมมากเลย”

“การมีคลาสและเป็นตำนาน รวมไปถึงได้คะแนนโหวตสูงสุดนี้ต้องย้อนไปพูดถึงการที่ผมได้เล่นในทีมชุดที่ยอดเยี่ยมของเชลซี เราเป็นเหมือนแมนฯ ยูไนเต็ดในปี 92 ที่พวกเขาก้าวขึ้นมาพร้อมกันจากการเป็นรุ่นเยาวชน เรามีความเป็นหนึ่งเดียวกันมาก เข้ากับแฟนๆ ได้ดี แฟนๆ ชอบดูการแข่งขันของเรา และพวกเขาก็ได้เห็นทีมเราแข่งมาตั้งแต่ยุคแรกๆ เลย”  

สำหรับแทมบลิ้งแล้ว การได้อยู่บนกำแพงฝั่ง Shed End นั้นเป็นเรื่องที่พิเศษมาก...

“หลายๆ คนเคยถามว่าเราอยากเล่นฝั่งไหน และเรามักจะเลือกฝั่ง Shed เสมอ มันเป็นหนึ่งเดียวที่เราอยากจะไปเล่น เสียงเชียร์จากแฟนๆ อยู่ตรงนั้น มันทำให้เราสร้างความแตกต่างได้ในช่วงที่ผมยังเล่นอยู่ พวกเขาช่วยคุณให้มีกำลังใจเล่นมากขึ้นในเวลาที่หลายๆ อย่างมันไม่เป็นอย่างใจ”

ในฐานะที่เป็นเอซผู้ทำประตู เขาได้เลือกประตูที่น่าจดจำมากที่สุดจากฝั่ง Shed ด้วย...

“ประตูที่อยู่ในความทรงจำโดดเด่นที่สุดคือหลังจากที่จอห์น บอยล์และผมอยู่หลังฟรีคิกของปีเตอร์ โบเน็ตติ พยายามจะยิงประตูที่ในสมัยนั้นทำได้ยาก เรามีช่วงเวลาที่ดีมากเลยในตอนนั้น”

“เกมนั้นคือนัดที่พบกับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ และเราได้ฟรีคิกที่ฝั่ง Shed End ดังนั้นจอห์นจับบอลแล้วผมเป็นคนยิง มันเป็นหนึ่งในการยิงที่ผมไม่ค่อยทำได้บ่อยนัก แฟนๆ ชอบมันมากเช่นเดี่ยวกับผม แต่ผมไม่เคยทำได้อีกเลย มันเป็นครั้งเดียวจริงๆ”

ประตูเดบิวต์ของเขาทำได้เมื่อ 60 ปีก่อนในตอนที่เขาอายุ 17 ปี เป็นประตูที่ยิงไปฝั่ง Shed End เช่นเดียวกัน...

“ทั้งแบร์รี่ บริดจ์และตัวผมเอง เราเดบิวต์พร้อมกันในเกมพบเวสต์ แฮมวันนั้น ลงเล่นด้วยกัน หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่แบร์รี่จะได้ลงเล่นให้ทีมสำรองต่อหน้าแฟนบอล 1,500 คน ผมเคยเล่นในรุ่นเยาวชนต่อหน้าแฟนบอลไม่ถึง 12 คนเท่านั้น การได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ที่มีแฟนบอลมาดู 55,000 คนและเราทำประตูได้นั้นเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก หลังจากนั้นเราก็กลับมาที่ห้องแต่งตัวและรุ่นพี่ที่อยู่ในนั้นต่างก็หัวเราะและถามเราว่าเราจะทำอะไรกับโบนัสที่ได้ และเราถามว่าเราได้โบนัสอะไร หลังจากนั้นเราก็เข้าใจว่าทำไมพวกเขาหัวเราะกัน เพราะเราได้โบนัสกัน 4 ปอนด์!”

สิ่งที่อยู่กับเหล่าตำนานบนกำแพง Shed Wall คือหมายเลขเสื้อ แทมบลิ้งอยู่ในช่วงเวลาที่เขาสวมเสื้อหลายหมายเลข ทั้งเบอร์ 8, 10 และ 11 เขาได้บอกกับเราถึงหมายเลขที่ชอบที่สุด...

“จากสไตล์การเล่นที่เปลี่ยนไป ทำให้หมายเลขเสื้อของผมก็เปลี่ยนตาม ผมสวมเสื้อหมายเลข 8 อยู่หลายครั้งเลยในช่วงเวลานั้น ดังนั้นนั่นคือหมายเลขที่ผมชอบที่สุด”

ข่าวอื่นๆ