ย้อนรำลึกการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA ของจอห์น เทอร์รี่

นักเตะกองหลังไม่ค่อยได้รับเครดิตที่พวกเขาสมควรได้มากนักเมื่อพูดถึงรางวัลส่วนบุคคล แต่หลังจากที่เวอร์จิล ฟาน ไดจ์คได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราย้อนกลับไปดูวันที่ตำนานเซ็นเตอร์แบ็คของเชลซีได้รางวัลนั้นกันอีกครั้ง

ตั้งแต่ที่ PFA ได้เริ่มต้นการมอบรางวัลให้กับนักเตะที่ดีที่สุดในประเทศผ่านการโหวตของนักฟุตบอลในฤดูกาล 1973/74 มีผู้ได้รับรางวัลรวม 41 คน เป็นรางวัลที่หลายๆ คนยกให้เป็นรางวัลที่ทรงคุณค่ามากที่สุดในอังกฤษ

สองนักเตะแรกที่ได้รางวัลนี้คือกองหลัง : นอร์แมน ฮันเตอร์ ที่เล่นให้เชลซีในเกมพบลีดส์ ยูไนเต็ด สองนัดที่ตัดสินแชมป์เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ 1970 และคอลิน ท็อดด์ของทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้

ตั้งแต่นั้นมามี 4 กองหลังที่ได้รางวัลนี้คือแกรี่ พอลลิสเตอร์, พอล แม็คเกรธ, จอห์น เทอร์รี่ และเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

ก่อนที่กองหลังของลิเวอร์พูลจะคว้ารางวัลนี้ JT คือกองหลังคนล่าสุดที่ได้รางวัลนี้ไปครอง หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่เราคว้าแชมป์ 2004/05 จบการรอคอยถ้วย 50 ปีของเราลงได้ในที่สุด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารางวัลนั้นเป็นของนักเตะเชลซีอย่างไม่ต้องสงสัยในฤดูกาลนั้น เราชนะการแข่งขัน 29 นัดจากทั้งหมด 38 นัดและแพ้แค่นัดเดียวเท่านั้น และยังทำสถิติใหม่ในพรีเมียร์ลีกโดยเก็บคะแนนไปได้ 95 คะแนน อาร์เซนอลตามหลังเรา 12 คะแนน และเอฟเวอร์ตันที่อยู่อันดับ 4 มีคะแนนห่างจากทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ถึง 34 คะแนน

ข้อเท็จจริงที่มีแค่ 4 นักเตะของเราที่อยู่ในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA นั้นดูไม่ปกตินัก เพตเตอร์ เช็กลงเฝ้าเสาและทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมในฤดูกาลแรกของเขา ความเป็นผู้นำและการเล่นเกมรับที่แข็งแกร่งของ JT ทำให้เขาได้รับเลือก แฟรงค์ แลมพาร์ดทำผลงานได้จนเป็นกองกลางที่ทำประตูได้มากที่สุดในลีกฤดูกาลนั้น และอาร์เย่น ร็อบเบนเองก็ทำผลงานได้ดีทั้ง 18 นัดในพรีเมียร์ลีกที่เขาได้ลงสนามด้วย

จริงๆ แล้วทั้งแบ็คโฟร์ของเชลซีในตอนนั้นคือเปาโล แฟร์เรร่า, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ และวิลเลี่ยม กัลลาส ต่างก็ทำผลงานได้โดดเด่น ช่วยให้เราเสียประตูแค่ 15 ประตูเท่านั้นตลอดทั้งฤดูกาล และโคล้ด มาเกเลเล่เองก็เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับได้ดีเยี่ยม แม้แต่เดเมียน ดัฟฟ์, ร็อบเบนเองก็ทำได้เยี่ยมไม่ต่างกัน

แลมพาร์ดยังได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจาก FWA ด้วย เทอร์รี่คือหัวใจของสโมสรในตอนนั้นก็ได้เป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลในฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

ตั้งแต่เกมแรกของฤดูกาลที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชัดเจนว่า JT มีผลงานที่โดดเด่นตั้งแต่วันนั้น คุมแนวรับของทีมและใช้หัวเคลียร์การบุกของคู่แข่งได้ตลอด ช่วยให้เราเก็บคลีนชีทครั้งแรกจาก 25 นัดในฤดูกาลนั้นได้ และเรายังเสียประตูแค่ 13 นัดเท่านั้นด้วย

เทอร์รี่อายุครบ 24 ปีในช่วงกลางฤดูกาล ลงเล่นครบทุกนัดทั้ง 36 นัดในเกมลีก มีส่วนช่วยให้เราทำสถิติไม่เสียประตูติดต่อกันนานที่สุดในพรีเมียร์ลีกสำเร็จด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีส่วนร่วมในทุกพื้นที่ของสนาม ทำประตูได้ 8 ประตูในทุกรายการ ซึ่งทำให้เขามีสถิติดีที่สุดในฤดูกาลเดียว และต่อมายังช่วยให้เราคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกด้วย รวมถึงการเอาชนะบาร์เซโลน่าในเกมที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรเลย

ผลงานของเขาเข้าขั้นฮีโร่ ทำให้เขาได้เป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดของโลก และรักษาชื่อเสียงนั้นไว้ได้ตลอดช่วงเวลานานกว่าทศวรรษที่เชลซีคว้าแชมป์ได้มากมาย

และในขณะที่ทีมเชลซีให้รางวัลกับเขาแล้ว JT ก็ยังได้รับรางวัลจาก PFA ด้วยเช่นกัน ซึ่งในกีฬาที่กองหลังไม่ค่อยได้รับรางวัลเหล่านี้มากนัก ยิ่งย้ำให้เห็นถึงความทุ่มเทที่โดดเด่นของเขาในช่วงเวลาที่ลืมไม่ลงจริงๆ

ข่าวอื่นๆ