ซาร์รี่วิเคราะห์ผลงานของเชลซี รวมถึงความสำคัญของลอฟตัส-ชีค

เมาริซิโอ ซาร์รี่รู้สึกว่าทีมของเขาเปลี่ยนจากที่เริ่มคุมเกมได้ช้า จนมาคุมเกมได้ดีในนัดแรกที่พบกับไอน์ทรัคต์ แฟรงก์เฟิร์ต และสมควรที่จะเก็บความได้เปรียบกลับมาสแตมฟอร์ด บริดจ์

ซาร์รี่ได้เห็นลูกทีมเสียประตูจากลูกยิงของลูก้า โยวิช แต่ก็มาโต้กลับได้ด้วยประตูของเปโดรในช่วงก่อนพักครึ่ง

รายงานผล : ไอน์ทรัคต์ แฟรงก์เฟิร์ต 1 เชลซี 1

เรามีโอกาสชนะในช่วงครึ่งหลัง แต่ทำประตูเพิ่มไม่ได้ บอสของเราแสดงความเห็นหลังเกมจบลงที่การเสมอกัน...

“เราทำพลาดในช่วง 20 นาทีแรก” ซาร์รี่กล่าว

“ความรู้สึกของผมในตอนนั้นมันเหมือนว่าเราเล่นเพื่อรักษาสกอร์ 0-0 เราทำแบบนั้นไม่ได้ สิ่งที่ยากคือสภาพจิตใจ เรามีจิตใจที่ไม่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันนี้เท่าที่ควรในตอนนั้น”

“โชคดีที่หลังเสียประตูเราก็เริ่มเล่นได้ เราเริ่มต้นตั้งเกมได้หลังนาทีที่ 25 และเราเล่นได้ดีจนกระทั่งนาทีที่ 85 เราสมควรที่จะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะเมื่อดูจากโอกาสที่เราทำได้ เราคุมเกมได้นานกว่า 60 นาทีเลย”

“สกอร์ 1-1 ในเกมเยือนถือว่าไม่เลวเลย แฟรงก์เฟิร์ตเล่นได้อันตรายมากในเกมเหย้า แต่พวกเขาก็เก่งในเกมเยือนเช่นกัน ทุกอย่างอยู่ที่เกมนัดที่สองแล้ว เราต้องเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ให้ดี เราอยากเข้ารอบชิงชนะเลิศแต่รู้ดีเต็มอกว่าเราต้องเล่นให้ดีมากๆ ในเกมสัปดาห์หน้า”

ซาร์รี่พูดถึงผลงานที่ดีของรูเบ็น ลอฟตัส-ชีค

“เขาเป็นนักเตะสำคัญของเรา เขาพัฒนาขึ้นเยอะมากในช่วงฤดูกาลทีผ่านมา เมื่อเขามีสภาพร่างกายในระดับท็อป เขาจะเป็นนักเตะที่สำคัญมากๆ มันไม่ง่ายที่เขาจะซ้อมอย่างมั่นคง เพราะหลังของเขาเจ็บ แต่ในเกมนี้เขาฟิตมาก โชคร้ายที่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายเขาเป็นตะคริวและเล่นต่อไม่ไหว”

ซาร์รี่อธิบายสิ่งที่เขาคิดเบื้องหลังการไม่ส่งเอเด็น อาซาร์ลงตั้งแต่แรก

“เกมนี้เป็นเกมที่ 59 แล้วนะ และอาซาร์เล่นให้ทีมชาติไป 8 นัด สำหรับนักเตะแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะแข่ง 70-75 นัดในฤดูกาลเดียว บางครั้งอาซาร์เองก็จำเป็นที่จะต้องพักบ้าง นี่คือเหตุผลแรก เหตุผลที่สองคือเอเด็นสามารถเปลี่ยนเกมได้เมื่อลงสนาม สำหรับผมแล้วการให้วิลเลี่ยนลงไปก่อนแล้วพยายามเปลี่ยนเกมในช่วง 30 นาทีสุดท้ายดูจะดีกว่าในเกมนี”

ซาร์รี่เผยเบื้องหลังเมื่ออาซาร์รู้ว่าตัวเองไม่ได้ลงเป็นตัวจริง

“ในตอนที่ประชุมก่อนเกม ปกติผมไม่ได้คุยกับนักเตะที่ผมส่งเป็นสำรองมากนัก แต่เอเด็นเป็นนักเตะที่น่าจะดีที่สุด แต่เขาก็เป็นนักเตะคนหนึ่ง ไม่อย่างนั้นผมต้องคุยกับทุกคนเลย เขาอยู่ในห้องแต่งตัวแล้วทำเรื่องฮาๆ ตามปกติ เขารู้ดีว่าบางครั้งเขาก็ต้องพักบ้าง”

อาร์เซนอลชนะ 3-1 ในเกมอีกคู่ หมายความว่าทีมจากอังกฤษทั้งหมดยังคงมีลุ้นที่จะคว้าแชมป์

“ผมอยากเข้าไปรอบชิง เจอกับทุกๆ ทีม ไม่ว่าจะอาร์เซนอลหรือบาเลนเซี่ย สำหรับผมแล้วมันเหมือนกัน ผมอยากเข้ารอบชิง และครั้งนี้ผมไม่ใช่แค่อยากเข้า แต่อยากคว้าแชมป์ให้ได้ด้วย”

“สามเดือนก่อนเราเจอปัญหาในลีก มันยากมากที่จะตอบสนองให้ดี ตอนนี้มาถึง 15 วันสุดท้ายของฤดูกาลแล้ว เรากำลังสู้เพื่อท็อปโฟร์ และสู้เพื่อผ่านเข้ารอบชิงในยูโรป้า ลีก สุดท้ายแล้วเราสมควรได้ถ้วยรางวัลจริงๆ”

ข่าวอื่นๆ