รายงานผล

รายงานผล : เชลซี 1 ไอน์ทรัคต์ แฟรงก์เฟิร์ต 1 (สกอร์รวม 2-2, จุดโทษ 4-3)

เกมรอบรองชนะเลิศจำเป็นต้องตัดสินกันที่จุดโทษ แต่สิงห์บลูส์เป็นฝ่ายที่ได้เดินทางไปแข่งที่บากู และทำให้เกมยุโรปรอบชิงชนะเลิศกลายเป็นของทีมจากอังกฤษทั้งหมด

เอเด็น อาซาร์เป็นผู้ยิงจุดโทษคนสุดท้าย ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะเหนือทีมจากบุนเดสลีก้าได้สำเร็จ แม้ว่าเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าจะยิงจุดโทษคนแรกพลาด แต่เกปา อาร์ริซาบาลาก้าก็เซฟลูกยิงของทีมจจากเยอรมนีได้ถึงสองครั้ง ก่อนที่อาซาร์จะส่งเชลซีผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 6 โดยจะมีอาร์เซนอลเป็นคู่แข่งของเรา

ลอฟตัส- ชีคทำประตูให้เรานำก่อน

ครึ่งแรก
นาที 12 – ผู้รักษาประตูทั้งสองทีมเจองานหนักตั้งแต่ต้นเกม เชลซีพยายามเรียกจุดโทษแต่กรรมการไม่ได้ให้อะไร
นาที 15 – ดา คอสต้าได้โอกาสวอลเลย์เต็มข้อ แต่เกปาปัดข้ามคานไปได้
นาที 23 – เอเมอร์สันโยนยาวเข้ากลางไปให้ชิรูด์ยิงเข้ากรอบ แต่ทรัปป์เซฟไว้ได้

นาที 24 – ดาวิด ลุยซ์ได้โอกาสยิงบ้าง แต่ฮาเซเบ้เคลียร์ออกมาได้
นาที 27 – ลอฟตัส-ชีค ยิงผ่านทรัปป์เข้าไปตุงตาข่าย เชลซีออกนำทันที 1-0
นาที 40 – จอร์จินโญ่, ลอฟตัส-ชีค, อาซาร์ และเอเมอร์สันช่วยกันปั้นเกมขึ้นมา ก่อนที่รูเบ็นจะยิงผ่านเสาออกข้างไปนิดเดียว จบครึ่งแรกเชลซีออกนำก่อน 1-0

ดาวิด ลุยซ์ ขณะเล่นเกมรับในเกมนี้

ครึ่งหลัง
นาที 47 – ทีมเยือนได้ประตูตีเสมอจากโยวิช 1-1
นาที 51 – ชิรูด์ได้โอกาสยิงครั้งแรกของเกมนี้ แต่บอลพุ่งออกข้างเสาสอง
นาที 60 – กาซิโนวิชวอลเลย์มาเข้ากรอบ แต่เกปาบล็อกเอาไว้ได้ บอลไปเข้าทางคอสติชแต่เขายิงออกข้างไป

Loading OPTA feed
ฉลองประตูเปิดเกม

นาที 62 – เปโดรลงสนามมาแทนวิลเลี่ยน
นาที 73 – เชลซีเปลี่ยนผู้เล่นคนที่สอง ส่งซัปปาคอสต้าลงมาแทนคริสเตนเซ่น
นาที 78 – ซัปปาคอสต้ายิงจากระยะไกล แต่ทรัปป์เซฟเอาไว้ได้

ชิรูด์กับจังหวะเสียดายโอกาส

นาที 86 – เชลซีส่งบาร์คลีย์ลงมาแทนลอฟตัส-ชีค
นาที 87 – ชิรูด์ได้โอกาสทดสอบทรัปป์อีกครั้ง แต่นายทวารของทีมเยือนยังคงไม่ปล่อยให้บอลเข้าง่ายๆ
จบช่วง 90 นาทีด้วยการเสมอกัน 1-1

ช่วงต่อเวลาพิเศษ
นาที 94 – รอสส์ บาร์คลีย์ได้บอลที่ริมกรอบเขตโทษแล้วยิง แต่บอลเหินผ่านเสาไป
นาที 96 – เชลซีส่งอิกวาอินลงมาแทนชิรูด์
นาที 101 – ฮอลเลอร์ยิงมาลุ้นประตู แต่ดาวิด ลุยซ์เคลียร์ออกไปได้
นาที 111 – เอเมอร์สันวิ่งทะลวงแนวรับเข้าไปแล้วยิง แต่ก็ยังไม่ผ่านทรัปป์
นาที 114 – ซัปปาคอสต้ายิงบ้าง แต่ทรัปป์ปัดออกไปได้อีก
นาที 116 – อัซปิลิเกวต้าพาบอลเข้าประตูได้สำเร็จ แต่กรรมการเป่าเป็นจังหวะฟาวล์ไปก่อนหน้าแล้ว
จบช่วงต่อเวลา ไปตัดสินกันที่จุดโทษ

เอเมอร์สันกับจังหวะลุ้นประตูท้ายเกม

ดวลจุดโทษ
ไอน์ทรัคต์ แฟรงก์เฟิร์ตยิงก่อน
ฮอลเลอร์ ยิงเข้า 0-1
บาร์คลี่ย์ ยิงเข้า 1-1
โยวิช ยิงเข้า 1-2
อัซปิลิเกวต้า ยิงติดเซฟ 1-2
เด กุซมัน ยิงเข้า 1-3
จอร์จินโย่ ยิงเข้า 2-3
ฮินเตเรกเกอร์ ยิงติดเซฟ 2-3
ดาวิด ลุยซ์ ยิงเข้า 3-3
ปาเซียงเซีย ยิงติดเซฟ 3-3
อาซาร์ ยิงเข้า 4-3

อาซาร์หลังยิงจุดโทษปิดท้าย

เชลซี (4-3-3) : อาร์ริซาบาลาก้า, อัซปิลิเกวต้า (c), คริสเตนเซ่น (ซัปปาคอสต้า น.73), ดาวิด ลุยซ์, เอเมอร์สัน, โควาซิช, จอร์จินโญ่, ลอฟตัส-ชีค (บาร์คลีย์ น.86), วิลเลี่ยน (เปโดร น.62), ชิรูด์ (อิกวาอิน น.96), อาซาร์
สำรองไม่ได้ลงสนาม : กาบาเยโร่, อลอนโซ่, เคฮิลล์
ผู้ทำประตู : ลอฟตัส-ชีค น.28
ใบเหลือง : โควาซิช น.49, อัซปิลิเกวต้า น.82

ไอน์ทรัคต์ แฟรงก์เฟิร์ต (3-4-1-2) : ทรัปป์, อับราฮัม (c), ฮินเตเรกเกอร์, ฟาเล็ตเต้, ดา คอสต้า, โร้ด (เด กุซมัน น.70), ฮาเซเบ้, คอสติช, กาซิโนวิช (ปาเซียงเซีย น.118), โยวิช, เรบิค (ฮอลเลอร์ น.90+2)
สำรองไม่ได้ลงสนาม : รอนนาว, เอ็นดิคก้า, เฟร์นานเดส, แชนดเลอร์
ผู้ทำประตู : โยวิช น.49
ใบเหลือง : ฟาเล็ตเต้ น.38, โร้ด น.40, อับราฮัม น.90, เด กุซมัน น.90+1

กรรมการ : โอวิดิว ฮาเตกั้น จากโรมาเนีย
ผู้เข้าชมในสนาม : 36,070 คน

ข่าวอื่นๆ