เอเด็น อาซาร์ และผู้เล่นอีกหลายคนของเชลซีที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี

การคว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีครั้งที่สี่ของเอเด็น อาซาร์ ทำให้ดาวเตะชาวเบลเยียมกลายเป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรอบ 52 ปี ของสโมสร แต่เขายังห่างไกลกับสถิติของชายคนหนึ่งที่กวาดรางวัลไปมากกว่า

นับตั้งแต่ปีเตอร์ โบเน็ตติ เป็นผู้เล่นคนแรกของเดอะบลูส์ที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปี 1967 หลังจากทีมสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

จนกระทั่งเมื่อคืนวาน อาซาร์ และดาวยิงสูงสุดตลอดกาลอย่างแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีถึง 3 ครั้ง แต่ตอนนี้นักเตะหมายเลข 10 ของเราที่ทำการยิงจุดโทษในศึกยูโรป้า ลีกเอาชนะไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา กลายเป็นผู้เล่นที่คว้ารางวัลนี้ถึงสี่ครั้ง

ในยุคที่มีการมอบรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี มันเป็นที่แน่นอนว่า มักจะไม่ได้เห็นรายชื่อที่ซ้ำกันที่ได้รับรางวัลนี้ ถึงแม้ว่าบางทีอาจมีบางคนที่ถูกตั้งเป็นตัวเต็ง

ในยุคหกศูนย์และเจ็ดศูนย์ เมื่อปีเดอร์ ออสกู๊ด ปีเตอร์ โบเน็ตติ และอลัน ฮัดสัน เป็นที่ยกย่องของแฟนๆ และผลงานของเขาจอห์น ฮอลลิน และเดวิด เว็บบ์ เป็นที่น่าจับตามอง ซึ่งเป็นอดีตผู้เล่นที่คว้ารางวัลนี้ติดต่อกัน เมื่อพวกเราคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ คัพ ในปี 1970 และ 71 ตามลำดับ ขณะที่เว็บบ์ที่เป็นผู้ทำประตูชัยในเกมเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศเหนือลีดส์ ก็คว้ารางวัลนี้ในปี 1969 และ 1972

บางทีมันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ชาร์ลีย์ คุ๊ก จะได้รับเป็นนักเตะการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีถึงสองครั้ง ถึงแม้ว่าระยะเวลานั้นห่างกันถึง 7 ปี กับความสำเร็จของทั้งสองคน นับเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดกว่าคนอื่นๆ ที่ถูกกล่าวมา และนั่นรวมถึงช่วงเวลาที่เขาอยู่กับคริสตัล พาเลซ และหลังจากที่เขาคว้ารางวัลนี้ในปี 1968 ชายคนหนึ่งในนามของเจ้าชาวบอนนีย์ ที่มีทักษะความสามารถในการเลี้ยงบอลที่ทำให้กองหลังดูเขลาไปเลย ก็ต้องรอจนกระทั่งปี 1975 กลับมาคว้ารางวัลนี้อีกครั้ง โดยในครั้งนี้เขาถูกพูดถึงในฐานะผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงที่มีอิทธิพลต่อทีมจากพรสวรรค์ของเขา

ส่วนนักเตะยุค 70 อีกคนหนึ่งที่คว้ารางวัลติดต่อกัน นั่นคือ เรย์ วิลกินส์ หลังจากที่คุ๊กคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี เขายังเป็นนักเตะวัยหนุ่ม เมื่อเขากลับบ้านมาพร้อมกับรางวัลแรกของเขา และแบกความกดดันในฐานะผู้นำทีมของเอ็ดดี้ แม็กเกรดีย์ ที่มีอายุน้อยที่สุด และเขายังเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ และเพื่อนร่วมทีมในการแสดงให้เห็นถึงการเติบโตเกินกว่าอายุ และยังสร้างสรรค์ผลงานทำประตูและแอสซิสจากตำแหน่งมิดฟิลด์

เมื่อพูดถึงยุคที่รุ่งเรือง แพท เนวิน ก็คว้ารางวัลนี้ในยุคแปดศูนย์ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเล่นปีกและเป็นช่วงเวลาที่สดใสของสโมสรในปี 1983/84 หลังจากผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งเกือบจะตกชั้นไปอยู่ดิวิชั่น 3 เป็นครั้งแรก เขาพาทีมกลับมาและพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 และเป็นรางวัลแรกของเขาในปี 1984 และเขาได้พิสูจน์แล้วว่า เขาคู่ควรที่จะลงเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ โดยพาทีมคว้าแชมป์อีกครั้งในสามปีถัดมา

เมื่อเข้าสู่ยุคของพรีเมียร์ลีก นักเตะที่สามารถคว้ารางวัลนี้คนถัดไป อาจไม่ได้มีเทคนิคชั้นเชิงเท่า วี แพท ถึงแม้ว่า ทีมชุดนี้จะถูกมองว่าต่ำกว่ามาตรฐานจริงจากคนภายนอก เดนิส ไวส์เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลนี้ในฐานะกัปตันทีมที่เป็นที่รักของแฟนบอลยุคเจ็ดศูนย์ ซึ่งพาทีมนำถ้วยกลับมาสู่สโมสรหลังจากห่างหายไปเกือบสามทศวรรษ โดยเขาคว้ารางวัลนี้ในปี 1998 และ 2000

หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของเขาในขณะนั้น คือ จานฟรังโก้ โซล่า ที่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมในปัจจุบัน ที่สามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปี 1999 หลังจากพาพวกเราเกือบคว้าแชมป์ในรอบ 44 ปี แต่การคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมครั้งที่สองนั้นเป็นการทำผลงานที่น่าประทับใจมากกว่า ในฤดูกาลสุดท้ายของเขาด้วยวัย 36 ปี โซล่า จบด้วยการเป็นดาวยิง และช่วยให้พวกเรากลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกอีกครั้ง

การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกก็สิ้นสุดการรอคอยเมื่อทีมลอนดอนคว้าแชมป์ในปี 2005 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แฟรงค์ แลมพาร์ดและจอห์น เทอร์รี่ เป็นผู้นำความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งดาวยิงสูงสุดของพวกเราคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีถึงสามครั้ง ในการคว้าแชมป์ปี 2004 2005 และ 2009 หลังจากที่ทำผลงานตัวเขาเองเป็นนักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์ที่ทำประตูมากที่สุดในโลก และเกียรติยศครั้งที่สองของเขานั้นเกิดขึ้นในปีถัดมา เมื่อเขาคว้าอันดับสองในการเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกรองจากโรนัลดินโญ่ ที่คว้านักเตะยอดเยี่ยมของโลก และบัลลงดอร์

เจทีที่ลงสนามน้อยกว่า 40 นัด ในเสื้อสีน้ำเงินก็ได้รับการยกย่องจากแฟนบอลให้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปี 2001 และในอีก 5 ปี ถัดมา เขาก็สามารถทำได้อีกครั้ง หลังกลายเป็นกัปตันทีมเชลซีคนแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดถึงสองครั้ง เขาเป็นคนสร้างเส้นทางในฐานะกัปตันทีม ผู้นำ ตำนาน ด้วยตัวเขาเองได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับพรสวรรค์ในระดับโลกที่เดอะบริดจ์ แน่นอนว่ามีคนที่น่าจดจำอีกหนึ่งคนหลังจากนี้

ดังที่เดอะบลูส์จะต้องเตรียมพร้อมสำหรับเกมรอบชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก มันเหมาะสมที่นำรายชื่อชายคนหนึ่งที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีสองครั้งล่าสุด หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ยุโรป นั่นก็คือ ฮวน มาต้า เป็นเพียงคนเดียว จากที่เขาสามารถคว้ารางวัลในยามที่เขาอยู่กับสโมสร และช่วงเวลาที่เขาอยู่ในถิ่นลอนดอนตะวันตกในปีที่สามก็มาได้เพียงครึ่งทาง เมื่อเชลซีขายเขาออกไปให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวอื่นๆ