เดอะบลูส์ชั่วนิรันดร์ - มองย้อนกลับไปยังคนที่ลงสนามให้กับเชลซียาวนานที่สุด

ในสัปดาห์ที่หนึ่งในนักเตะที่มีความภักดีกับสโมสรมากที่สุดในวงการฟุตบอลยุโรป ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ได้ประกาศว่า เขาจะออกจากทีมโรม่า และหนึ่งในสมาชิกที่รับใช้ทีมมายาวนานที่สุดอย่าง แกรี่ เคฮิลล์ เตรียมที่จะย้ายออกจากเชลซี แล้วมีนักเตะคนอื่นอีกไหมที่ค้าแข้งกับเดอะบลูส์ยาวนานที่สุด?

เชลซีเป็นนักเตะที่อยู่กับทีมมานานกว่าคนอื่นๆ ในผู้เล่นชุดปัจจุบัน หลังจากที่ย้ายมาจากโบลตัน ในปี 2012 หกเดือนก่อนที่เอเด็น อาซาร์ และเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า จะเข้ามาอยู่กับทีม นอกจากนี้เขายังได้กล่าวคำอำลาต่อหน้าแฟนบอลที่สแตมฟอร์ด บริดจ์เป็นที่เรียบร้อยในเกมที่เปิดบ้านเจอกับวัตฟอร์ด หลังจากใช้เวลาอยู่กับทีมมามากกว่า 7 ปี

เด รอสซี่ ดาวเตะทีมชาติอิตาลี ลงสนามให้กับโรม่ามายาวนานกว่า โดยเขาลงสนามให้กับทีมตั้งแต่ปี 2001 และอยู่กับอีเทอร์นัล ซิตี้ จนกระทั่งช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตามการค้าแข้งช่วงเวลา 18 ปี ของเจียโร่รอสซี ก็ไม่ได้ยาวนานเทียบเท่ากับนักเตะลูกหม้อที่อยู่กับทีมยาวนานที่สุดของเชลซี

มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ ดังเช่นเด รอสซี่ ของโรม่า ได้รับการยกย่องเช่นนั้น เมื่อมีสองนักเตะจากเดอะบลูส์ที่สามารถก้าวขึ้นมาจากทีมชุดเยาวชนและอยู่กับทีมยาวนานที่สุดจนกระทั่งกลายเป็นตำนานของสโมสรนั่นคือ จอห์น เทอร์รี่ และรอน แฮร์ริส

ทั้งคู่ใช้เวลา 19 ปี ในฐานะสมาชิกของผู้เล่นชุดใหญ่ หลังจากที่ได้ลงสนามนับตั้งแต่ปี 1961/62 และ 1998/99 ตามลำดับ

สำหรับแฮร์ริสที่ก้าวตามรอยพี่ชายคนโต อลัน เข้ามาอยู่กับเชลซีนั้น ต้องย้อนกลับไปในวันที่เขาลงเล่นในฐานะตัวสำรอง นั่นหมายความว่าเขาเป็นผู้เล่นวัย 17 ปี ที่มีโอกาสลงเล่นตลอด 90 นาที ทีมของทอมมี่ โดเชอร์ตี้ เก็บชัยชนะเหนือเชฟฟิลด์ เวนส์เตย์ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

จากวันนั้นเป็นต้นมาจนเขาย้ายออกจากทีมในปี 1980 ด้วยวัย 35 ปี ‘เดอะช็อปเปอร์’ ลงสนามให้กับเดอะบลูส์มากกว่าผู้เล่นรายอื่นๆ โดยลงสนามไปทั้งหมด 795 เกม ในสีเสื้อของเชลซี พวกเขายังอยู่ในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของสโมสรที่จะเห็นผู้เล่นวัยเยาว์มากกมายลงสนาม การเป็นผู้ชิงแชมป์ และความตกต่ำจนร่วงไปอยู่ดิวิชั่นสองจากปัญหาเรื่องการเงิน ก่อนที่จะกลับมาเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง

ตลอดจนยังเป็นหนึ่งในนักเตะวัยหนุ่มที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ ในปี 1965 ซึ่งแฮร์ริส ในฐานะกัปตันทีมพาเชลซีเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในรายการสำคัญถึงสี่ครั้ง และกลายเป็นนักเตะเดอะบลูส์คนแรกที่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในปี 1970 และคว้าแชมป์ยุโรปในรายการ คัพ วินเนอร์ คัพ ในปีถัดมา

อย่างไรก็ตามหากจะหาคนที่จะทาบสถิติจากการลงเล่นของแฮร์ริส ไม่มีใครเลยนอกจากเทอร์รี่ ที่ประสบความสำเร็จกับเชลซีในฐานะกัปตันทีม หลังจากที่ลงสนามมาในฐานะตัวสำรองแทนที่ แดน เปเตรสคู ในการเก็บชัยชนะ 4-1 เหนือ แอสตัน วิลล่า ในเดือนตุลาคม 1998 เจทีได้สร้างชื่อเสียงกับตัวเขาเองในการเป็นแนวรับที่ดีที่สุดในอังกฤษที่เคยมีมา

ผู้ที่เกิดมาในฐานะแชมเปี้ยนส์รายนี้ เขาคว้าแชมป์มา 15 รายการในช่วงเวลา 19 ปีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ครั้งแรกคือ แชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2000 ซึ่งเป็นหนึ่งจากห้ารายการ และเป็นปีเดียวกันกับที่เขาคว้าแชมป์ลีกครั้งที่ห้า และเป็นครั้งสุดท้ายของเขาในปี 2017

รายชื่อถัดไปเป็นนักเตะที่แฟนๆ คุ้นเคย ฮาโรลด์ มิลเนอร์ ปีกกึ่งกองหน้าของเชลซีที่ย้ายจากชาร์ลตันมาในปี 1923 ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่นานหลังจากที่เขาทำประตูแรกให้กับทีมชาติอังกฤษเอาชนะเหนือ สวีเดน 3-1 เขาลงสนามให้กับเดอะบลูส์จนกระทั่งปี 1936 และเขายังคงสร้างประโยชน์ให้กับทีมจนถึงวัย 37 ปี เมื่อเขาย้ายออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในปี 1939 ซึ่งเป็นไม่กี่เดือนก่อนที่จะเกิดสงครามโลกทั้งที่ 2 โดยเขาลงสนามไปทั้งหมด 365 นัด ทำไปทั้งหมด 45 ประตูในช่วงเวลา 16 ปีที่เขาอยู่กับเชลซี

นักเตะคนอื่นๆ ที่รับใช้เชลซีมาถึง 16 ปี ที่กล่าวมานั้น แท้จริงแล้วยังมีคนที่อยู่จุดสูงสุดจากรายชื่อเหล่านี้ นั่นก็คือ ผู้รักษาประตู ปีเตอร์ โบเน็ตติ ที่ใช้เวลา 20 ปี กับทีมชุดใหญ่ และเขาได้ลงเล่นเปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาล 1959/60 และแขวนสตั๊ดไปในปี 1979 แต่พวกเขาก็ต้องถูกรบกวนการลงสนามโดยต้องใช้อยู่ในอเมริกาช่วงสั้นในเซนต์ หลุยส์ สตาร์ ปี 1975

‘เดอะแคต’ เกือบทำคลีนชีทตั้งแต่นัดแรกที่เขาลงสนาม และกลายเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งเมื่อเขาอายุได้ 18 ปี ตำแหน่งของเขานั่นไม่ได้ถูกยึดไปโดยง่ายจนกระทั่งฤดูกาลสุดท้ายของเขากับสโมสร เมื่อมีผู้เล่นใหม่เข้ามาในทีมจะเข้ามาแทนที่ตัวเขาเสมอ ทำให้เขามีจำนวนการลงสนามเป็นอันดับสองรองจากแฮร์ริสที่ 729 นัด ให้กับเดอะบลูส์

ไม่นานนักคนต่อไปที่มีสถิติตามหลังโบเน็ตติ และมิลเนอร์ ด้วยระยะเวลา 15 ปี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ คือ เพื่อนร่วมทีมยุคแปดศูนย์อย่าง จอห์น บัมสเตด และมิกกี้ ดรอย ซึ่งเป็นนักเตะที่ย้ายมาอยู่กับสโมสรในลำดับถัดมาในช่วงต้นปี 1970 เมื่อเขาย้ายมาในฐานะนักเตะฟรีเอเยนต์จากทีมนอกลีกอย่างสลัค ทาวน์

แนวรับร่างยักษ์อย่างดรอย ได้ทำให้ตัวเขาเองได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้กับเชลซีในสองปีถัดมา และใช้เวลาเกือบทศวรรษในการเป็นหัวใจของแนวรับ เขาเป็นส่วนหนึ่งในทีมที่ตกลงไปในดิวิชั่นสอง แต่ก็สามารถกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดได้ทั้งสองครั้ง ก่อนที่ย้ายไปคริสตัล พาเลซ ในปี 1985

บัมสเตดย้ายมาอยู่กับทีมในฐานะนักเรียน ซึ่งไม่นานหลังจากที่ดรอยได้ยึดตำแหน่งในแผงหลังของเชลซี และเซ็นสัญญาเป็นผู้เล่นอาชีพในปี 1976 เขาใช้เวลาไม่กี่ปีในการรักษาตำแหน่งในทีม และเขาได้มีโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอระหว่างปี 1979 และเขาย้ายไปอยู่กับชาร์ลตันปี 1991 และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจจากการลงสนาม 409 นัด แม้ว่าอาการบาดเจ็บจะขัดขวางช่วงเวลาการลงสนามของเขาในยามที่อยู่กับสโมสรแห่งนี้

ในฐานะมิดฟิลด์ที่ถูกนับว่าอัจฉริยะและเข้าบอลอย่างหนักหน่วง ฟอร์มการเล่นที่มั่นคงของบัมสเตดทำให้เขาเป็นส่วนสำคัญของทีมเชลซีในยุค 80 เขายังเป็นนักเตะที่ชอบยิงไกล และช่วยสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับแฟนบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกฟรีคิกที่เขาทำได้ถึง 7 ลูกในฤดูกาล 1983/84 ซึ่งมีส่วนช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาอีกครั้ง

แน่นอนว่ายังมีนักเตะคนอื่นๆ ที่จดจำอีกหลายคนที่ใช้เวลาอยู่กับทีมถึง 15 ปี หรือมากกว่านั้น และหากช่วงเวลาที่เขาอยู่ที่นี่ไม่ถูกขัดขวางโดยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 คนที่น่าจะถูกพูดถึงมากที่สุดน่าจะเป็น ดิ๊ก ฟอสส์ และดิ๊ก สเปน สองนักเตะที่มีบทบาทสำคัญในทีมชุดเยาวชนหลังจากที่แขวนสตั๊ดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเตะคนหนึ่งที่มีชื่อว่า อัลเบิร์ต เทนแนนต์ นักเตะที่ลงสนามให้เชลซีอย่างเป็นทางการตั้งแต่อายุ 19 จากปี 1934-1953 และเขาทั้งคู่ยังเป็นส่วนหนึ่งในหน่วยสืบราชการลับของสหราชอาณาจักรในสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้พวกเขาลงสนามในเกมลีกเพียง 2 เกม ในเวลานั้น

ข่าวอื่นๆ