คลาสสิก: จอห์น มิเกล โอบิ ก่อนที่จะกลายเป็นแชมป์ในมิวนิค

เนื่องในวันนี้ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม วันที่ถูกจารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ของเชลซีในฐานะจ้าวยุโรป - เป็นครั้งแรกของทีมจากลอนดอน เป็นทีมที่ดีที่สุดในลอนดอน - และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบเจ็ดปีในค่ำคืนที่มิวนิค พวกเราจึงนำบทสัมภาษณ์ที่ถูกเผยแพร่ออกบนเว็บไซต์นี้ในปี 2012 มาให้ได้ติดตามกัน 

ซึ่งมันเป็นการสัมภาษณ์ของมิดฟิลด์ชาวไนจีเรียอย่างจอห์น มิเกล โอบิ ที่เราต้องยกย่องเขาจากการพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักเตะที่ลงเล่นในเวทีการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ถึงแม้จะเป็นที่เข้าใจได้ว่าท้ายที่สุดแล้วจะเป็นดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของยูฟ่า และเพตเตอร์ เช็ค คว้ารางวัลจากการโหวตของแฟนบอล แต่หลายๆ สิ่งนั้นก็เป็นมิเกลที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 120 นาที ในเกมนั้น

นี่เป็นสิ่งที่เขาได้พูดก่อนที่จะเป็นการแข่งขันที่ดีที่สุดในฐานะนักเตะเดอะบลูส์…


สมาชิกในทีมเชลซีที่ได้ลงสนามในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ในรอบสี่ปีที่ผ่านมาไม่ได้หายจากไปไหนเลย แต่มากไปกว่านั้น ดิดิเยร์ ดร็อกบา แฟรงค์ แลมพาร์ด เพตเตอร์ เช็ค และแอสลีย์ โคล ได้ใช้ประสบการณ์ที่เขาเก็บไว้จากเกมที่มอสโคว มาใช้ในเกมที่มิวนิค ซึ่งมันเป็นอีกเกมที่พวกเขากลายเป็นผู้เล่นตัวจริงที่ไม่ต่างอะไรกับปี 2008

จอห์น มิเกล โอบิ ลงสนามเป็นปีที่สองให้กับสโมสร และลงเล่นไป 39 เกม ในฤดูกาลนั้น ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งเดือนก่อนที่จะเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศ และเป็นคู่แข่งรายเดียวกันที่พึ่งจะชนะมาในเกมลีก เขาไม่เคยได้มีโอกาสลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงภายใต้การคุมทีมของอัฟราม แกรนต์ และไม่ใช่ครั้งแรกที่โคล้ด มาเกเลเล่ จะได้โอกาสลงสนามก่อนเสมอ

สำหรับ แกรนต์ เป็นที่รู้ดีว่า เขาชอบใช้ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสลงสนามในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบตัดเชือกมากกว่า และในเกมที่ลุซนิกิ มิดฟิลด์ได้ถูกวางเป็นมาเกเลเล่ แฟรงค์ แลมพาร์ด และมิเชล บัลลัค

‘ไม่นานหลังจากที่เราได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ผมรู้ว่า ผมจะไม่ได้ลงเล่น นั่นเป็นเพราะว่าประสบการณ์ของมากา’ เป็นการยอมรับจากมิเกลเมื่อย้อนกลับไปสี่ปีที่แล้ว ‘มันหัวเสียที่ไม่ได้ลงเล่น แต่มากาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดที่ได้ลงเล่นในตำแหน่งนั้น ผมเคารพเขาอย่างมาก’

‘ผมรู้ก่อนเกมแล้วว่า ผมจะไม่ลงสนาม และผมรู้สึกผิดหวังกับสิ่งนั้น แต่ผมก็พยายามพภาวนาให้ทีมเก็บชัยชนะ และมันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่มันไม่เกิดขึ้น แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันเสาร์นี้ พวกเราจะสามารถทำได้’

มันเป็นการลงสนามนัดสุดท้ายของมาเกเลเล่ในสีเสื้อของเชลซี และมันเป็นตำแหน่งโฮลดิ่งมิดฟิลด์โดยธรรมชาติที่เป็นตำแหน่งเดียวมิเกล ซึ่งเขาอาจจะไม่ได้ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง ส่วนกาลูที่อยู่ในม้านั่งสำรองวันนั้น เขาได้มีโอกาสลงเล่นในช่วงท้ายเกม และยิงจุดโทษหนึ่งลูก ดังนั้นมีเพียงมิเกลเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกส่งลงสนามที่มอสโคว

คอนนี้เขาได้มีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ภายใต้การคุมทีมของโรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ ในระบบการเล่น 4-2-3-1 เขาและแฟรงค์ แลมพาร์ด ทำผลงานได้ดี โดยมิเกลเล่นอยุ่ด้านหลัง ขณะที่มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษจะเล่นในบทบาทเกมรุกมากกว่า พวกเราได้ให้การประสานงานในเกมรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ เมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ด และดิดิเยร์ ดร็อกบา ได้รับเสียงยกย่องในการทำประตูที่สอง และเป็นประตูชัยที่ยอดเยี่ยมในกาเรจอกับลิเวอร์พูล เแต่มิเกลเองก็ทำผลงานได้ดีจนทำให้ทีมคว้าชัยในที่สุด

‘ผมรู้’ เขายิ้ม ‘แต่นี่เป็นสิ่งที่คุณต้องทำในตำแหน่งนั้น คุณจะไม่ได้รับเครดิตมากมายเท่ากับที่คุณควรได้รับ แค่เพียงเก็บชัยชนะได้ ผมก็มีความสุขแล้ว’

 

ไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่เชลซีจะไม่ชนะใครเลย มิเกลเองก็ไม่มีความสุข เขาพูดผ่านหนังสือพิมพ์ประจำชาติหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าเกี่ยวกับช่วงเวลาอันเลวร้ายของเขากับเหตุผลที่เขาเสียตำแหน่งภายใต้การคุมทีมของอังเดร โบอาส หลังจากที่มีโอกาสลงสนามอยู่เป็นประจำในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งดาวเตะชาวไนจีเรียเชื่อว่า มันเป็นเหตุผลด้านการสื่อสารอย่างไม่ปะติดปะต่อ ทำให้มีผลต่อฟอร์มของทีม

‘ตอนนี้ร็อบบี้ ได้พูดกับทุกๆ คน และปฏิบัติกับทุกคนเหมือนกัน’ มิเกลกล่าวถึงชีวิตปัจจุบันที่เชลซี ‘และผมขอขอบคุณร็อบบี้ ไม่ใช่แค่เขาให้โอกาสผม แต่เขาเชื่อในตัวผมด้วย และผมก็มีความสุขที่ได้ทุ่มเททุกสิ่งที่ผมมี และสร้างความมั่นใจให้กับทีมว่าจะเก็บชัยชนะกลับมาได้ ผลงานของทีมเป็นไปได้ด้วยดี และพวกเราเจอแนวทางที่ต้องเล่น มันลงตัวสำหรับเรา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มันจะประสบความสำเร็จในการเจอกับมิวนิค’

‘ทีมเทคนิคทำงานกันได้ดี และทีมกายภาพก็ทำงานอย่างหนักเพื่อให้เราฟิตพร้อมเช่นกัน’

‘พวกเขาเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเหลือในเกมนี้ เพราะว่าพวกเราต้องเล่นทุกๆ สามวัน และพวกเขาพยายามที่จะทำให้ทุกๆ คนรักษาความฟิตและความสดเอาไป และต้องยกเครดิตให้กับพวกเขา พวกเราเพียงแค่ทำมันกับสิ่งที่พวกเราต้องทำ’

ยิ่งไปกว่านั้นความคิดของมิดฟิลด์บาเยิร์น มิวนิค อย่างบาสเตียน ชไวสไตเกอร์ และ โทนี่ โครส เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้มิเกล ยอมรับถึงคุณภาพของพวกเขา แต่ก็ยังเน้นว่า เชลซีต้องมีสมาธิในการเล่นมากกว่าการคิดถึงเรื่องของคู่แข่ง แต่จากนั้นไม่ว่าอย่างไรมิดฟิลด์วัย 25 ปี ก็ได้แสดงออกมาทั้งในและนอกสนามว่า เขาได้มีโอกาสลงเล่นกับสโมสรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก

‘มันเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่เกมหนึ่ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มันจะเป็นวันของเรา หากพวกเราทำประตูได้ก่อนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่พวกเราต้องทำให้มั่นใจด้วยเช่นกันว่า พวกเราจะไม่เสียประตูไปก่อน’

‘มันกำลังจะเป็นเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุด และยากที่สุดสำหรับเรา เพราะว่าพวกเรามีนักเตะคนสำคัญหลายคนที่พลาดการลงสนามไป แต่พวกเขาเหล่านั้นก็เป้นคนที่ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับสโมสร’

‘หลังจากความพ่ายแพ้ที่มอสโคว ผมเห็นว่ามันมีความหมายแค่ไหนสำหรับนักเตะ แต่ตอนนี้พวกเรามีโอกาสอีกครั้ง’

ในกรณีของมิเกล กับโอกาสครั้งแรกที่จะสร้างอิทธิพลต่อเกมนั้นจะเป็นการตัดสินโชคชะตาในเกมยุโรปด้วยหรือเปล่า

ข่าวอื่นๆ