ผู้จัดการทีมชาติสก็อตแลนด์ สตีฟ คลาร์ก ย้อนระลึกถึงก้าวแรกของการเป็นโค้ช

หลังจากที่มีการแต่งตั้งสตีฟ คลาร์ก เป็นผู้จัดการทีมชาติสก็อตแลนด์ พวกเราย้อนกลับไปดูบทสัมภาษณ์ตำนานเดอะบลูส์ เมื่อเขาเปลี่ยนสถานะการผู้เล่นเป็นโค้ชที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

ดูเหมือนว่า หลากหลายคนรู้สึกยินดีที่มีการแต่งตั้งชายผู้หนึ่งที่เคยคว้ารางวัลต่างๆ มากมายในฐานะนักเตะและโค้ช ในช่วงเวลาของเขากับทีมลอนดอนตะวันตก หลังจากที่ประสบความสำเร็จในฤดูกาลแรกกับคิลมาร์น็อค ซึ่งเป็นบทบาทการคุมทีมครั้งที่สามในชีวิตนับตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อายุ 21 ปี

ในช่วงระหว่างที่เขาค้าแข้งอาชีพ เขาลงเล่นให้เพียงสองสโมสร เซนต์ เมอร์เรน และเชลซี ซึ่งเขาย้ายมาอยู่กับเราในปี 1987 และลงเล่นนัดสุดท้ายให้กับเดอะบลูส์ก่อนที่ทีมจะตกชั้นในปีถัดมา เขาก็สนุกสนานกับช่วงเวลาที่น่าประทับใจกับสโมสร

การถูกเลือกในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี 1994 ดังที่พวกเราสามารถก้าวเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี คลาร์กก็บทบาทสำคัญในทีมในสามปีถัดมา จากที่พวกเราสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้อีกครั้ง พร้อมกับผู้เล่น-ผู้จัดการทีมอย่างรุด กุลลิต ทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนสำคัญเทียบเท่ากับซูเปอร์สตาร์ต่างชาติคนอื่นๆ ที่เขาเคยลงเล่นด้วย

ในช่วงเวลาที่เขาแขวนสตั๊ดไปในปี 1998 เขาลงสนามให้กับทีมทั้งหมด 421 เกม ให้กับเชลซี ซึ่งมีนักเตะของเชลซีเพียงสามคนที่มีสถิติที่ดีกว่าในเวลานั้น และมันเป็น 42 เกมสุดท้ายของเขาในการคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ กับการคว้าแชมป์สามรายการ รวมถึงคัพ วินเนอร์ คัพ ในเกมสุดท้ายในฐานะนักเตะ

และนั่นเป็นช่วงเวลาที่คลาร์กได้เริ่มต้นการเป็นโค้ช พวกเราจึงหยิบยกเรื่องราวเหล่านั้นมา จากให้สัมภาษณ์ผ่านหลังสือ Blue Day ซึ่งมันเป็นการย้อนกลับไปในช่วงอาชีพของชายผู้ที่พาเราคว้าแชมป์เอฟเอ คัพในปี 1997

คำพูดเหล่านี้ไม่ได้ดึงจากหนังสือที่ตีพิมพ์เริ่มล่าสุด แต่นี่เรื่องราวการเตรียมความพร้อมของเขาในฐานะผู้จัดการทีมชาติสก็อตแลนด์ เมื่อเขาเปิดบ้านพบกับไซปรัสในวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน

‘ในซัมเมอร์นั้น ผมไปที่เมอร์มูด้า เป็นช่วงเวลาพักผ่อนเล็กๆ และลูคัส (วิอัลลี) เชิญผมให้เข้าร่วมเป็นสตาฟ’ เขากล่าว ‘ดังนั้นผมจึงกลายเป็นผู้เล่น-โค้ช ในฤดูกาลถัดมา นั่นเป็นสิ่งที่กำลังบ่งบอกว่า ผมกำลังถอยห่างออกจากทีม พวกเขาซื้อ แชปปี้ เฟอร์เรร์, เดอไซญี่ ผมกำลังถูกมองข้าม ผมก็เริ่มมีส่วนร่วมกับทีมน้อยลง’

‘จริงๆ แล้ว ผมมีปัญหาอาการบาดเจ็บตั้งช่วงพรีซีซั่น ผมข้อเท้าอักเสบ ซึ่งมันเป็นอาการบาดเจ็บที่ค่อนข้างรุนแรง ผมไม่สามารถยืดเท้าของผมได้ ดังนั้นผมจึงไม่สามารถวิ่งได้่อย่างเต็มที่ ผมลงเล่นพร้อมกับอาการบาดเจ็บ ผมไม่สามารถฟื้นตัวได้ และมันก็เริ่มรามมาที่หลังของผม…’

‘จากนั้นผมก็ได้รับโทรศัพท์ - ผมต้องการไปอยู่กับนิวคาสเซิลไหม? ผมไม่ต้องทำงานเกี่ยวกับโค้ชเลย “มันเป็นสถานการณ์ที่ว่า “คลาร์กคี่กำลังอบอุ่นร่างกาย” ทุกคนในทีมมองมาที่ผม แต่วิสซีเป็นคนหนึ่งที่พูดขึ้นมาว่า “คุณกำลังทำอะไรอยู่?!”

‘“ผมไม่รู้ แต่มันไม่ได้ดูเหมือนว่า ผมจะได้ลงเล่นมากขึ้นกว่าเดิม” จากนั้นพวกเราก็ลงเล่นในโมนาโกสำหรับเกมซูเปอร์ คัพ ผมไม่ได้ลงเล่น และรุดก็โทรมาหาผม และถามถึงความเป็นไปได้ที่ผมจะย้ายไปนิวคาสเซิลในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีม’

‘นั่นเป็นหนึ่งในการตัดสินใจ ที่ผมต้องดีดนิ้ว อีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจ ผมเดินทางไปพบคอลลิน ฮัชชินสัน พวกเขาไม่ต้องการให้ผมไป แต่พวกเขารู้ว่า ผมต้องการที่ย้ายออก และเป็นทางออกที่ยอดเยี่ยม ไม่มีปัญหา ไปเลย - แต่ในเงื่อนไขนั้น ผมไม่สามารถย้ายไปนิวคาสเซิลในฐานะนักเตะ ผมจะถูกลงทะเบียนในฐานะมือสมัครเล่น’

‘รุดไม่ต้องการให้ผมเล่นต่อ แต่หากผมพักรักษาอาการบาดเจ็บหกเดือน และมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง บางที ผมอาจจะได้ลงเล่นในเกมสำรองเพื่อเรียกความฟิตหรือทำอย่างอื่น ซึ่งผมไม่ได้ลงเล่นอีกเลย มันเป็นช่วงสุดท้ายในอาชีพการค้าแข้ง’

‘การแข่งขันนัดสุดท้ายของผมคือ เกมรอบชิงชนะเลิศคัพ วินเนอร์ คัพ ตอนนี้ผมมองย้อนกลับไป มันเป็นเรื่องที่ดีที่จบแบบนั้น แต่ไม่ได้อยู่ในแผนการ มันเพียงเป็นหนทางที่มันเกิดขึ้น ผมไม่เคยกล่าวเลยว่ามันเป็นเกมสุดท้าย’

‘การทำงานกับรุดมันเป็นเรื่องที่ดี และผมสนุกกับมัน เขาอยู่ที่นี่มาหนึ่งสัปดาห์หรือ 10 วัน มาก่อนผม และในเวลานั้น ผมอยู่ที่นั่น เขามีเรื่องราวกับทุกคน! มันเป็นงานที่ยากเสมอ แต่สำหรับผมมันเป็นบางสิ่งที่ผมมองไปถึงอีกเรื่องที่ต้องศึกษา’

‘ผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่ปลอดภัย บางที่ผมชอบทำจนถึงตอนนี้ และต่อไป มันช่างแตกต่างออกไป มันเป็นกลุ่มคนที่ทำงานด้วยลำบาก มันเป็นกลุ่มนักเตะที่มีประสบการณ์ และผมเพียงต้องการที่หยุดตัวผมเอง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มองผมในฐานะนักเตะ พวกเขาเห็นผมเป็นโค้ช “อะไรคือสิ่งที่คุณจะทำ?” มันเป็นคำเรียกร้อง แต่ก็สนุกไปกับมัน’

‘รุดไม่ได้อยู่กับทีมนานนัก นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลหลังจากฤดูกาลนั้น เขายื่นจดหมายและลาออกไป นั่นคือผม มันเป็นผม ผมต้องออกไป ผมกล่าวว่า “แล้วผมล่ะ ผมได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ทางอีสาน” และเขาตอบกลับมาว่า “คุณจำเป็นต้องอยู่ที่นั่นแล้วล่ะ”’

‘บ็อบบี้ ร็อบสัน ย้ายเข้ามาในทีม และผมก็ได้ทำงานร่วมกับเซอร์บ็อบบี้ ผมได้เรียนรู้มากมาย แต่ผมอยู่จนกระทั่งจบฤดูกาล มันเป็นเวลาเกือบสามเดือนก่อนที่ผมจะกลับมาสู่เชลซีในฐานะแมวมอง และผมก็เริ่มต้นบทบาทที่สองของผมที่นี่’

หลังจากที่ได้รับงานในบทบาทแมวมอง และได้คุมทีมชุดเยาวชน คลาร์กก็ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ และมีส่วนสำคัญในการพบทีมคว้าแชมป์มากมาย รวมถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกติดต่อกันถึงสองสมัย

มันทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในโค้ชที่อายุน้อยที่ฉายแววมากที่สุดในอังกฤษ และจากนั้นเขาก็ได้มีโอกาสแสดงฝีมือที่เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ร่วมกับจานฟรังโก้ โซล่า และจากนั้นเขาก็เป็นส่วนหนึ่งทีมของเคนนี่ ดลั๊กลิชที่ลิเวอร์พูล

เขาคุมทีมเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน และเรดดิ้ง และเป็นผู้ช่วยของดิมัตติโอ ที่แอสตัน วิลล่าในช่วงเวลาสั้นๆ และจากนั้นเขาได้รับงานที่ยอดเยี่ยมที่คิลมาร์น็อคจนทำให้เขาเปลี่ยนกลายมาเป็นผู้จัดการทีมทีมชาติสก็อตแลนด์ในที่สุด

ข่าวอื่นๆ