บล็อก

ศัตรูที่คุ้นเคย

การเผชิญหน้ากับคู่แข่งในศึกยูโรป้า ลีก ปีนี้ บางทีมันอาจเป็นเรื่องแปลก แต่กับเชลซีคงไม่ใช่เหมือนกับที่คุณคิด และนี่เป็นการเจอกันครั้งที่สองของพวกเรากับอาร์เซนอลในการแข่งขันระดับทวีป

ตามสถิติ 9 ครั้งของพวกเราก่อนหน้านี้มันจบลงด้วยความสวยงาม โดยเก็บชัยชนะ 4 ครั้ง แพ้ 4 ครั้ง และสองครั้งคือทำประตูกันไม่ได้ในเกมที่พบกับลิเวอร์พูล เมื่อพวกเราเผชิญหน้ากับทีมจากอังกฤษในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปี 2004/05 ก่อนที่กฎระเบียบจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ทีมจากประเทศเดียวกันมาอยู่ในรอบเดียวกัน

นี่เป็นครั้งที่สองที่พวกเราพบกับอาร์เซนอลในเวทียุโรป ซึ่งครั้งแรกเกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบควอเตอร์-ไฟนอล ปี 2003/04 เมื่อพวกเราเอาชนะคู่แข่งร่วมเมืองหลวง

ในเกมนัดแรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้ว่าจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากกุ๊ดยอนเซ่น จากความผิดพลาดของผู้รักษาประตูเยนส์ เลห์มันน์ แต่ในช่วงหกนาทีก่อนหมดเวลาเป็นทางโรแบร์ ปิแรส เป็นผู้ทำประตู และพวกเรายังต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ในช่วง 10 นาที สุดท้าย เมื่อมาร์เชล เดไซญี่ ถูกไล่ออกจากสนาม

นั่นทำให้เป็นการหนักที่ไฮบิวรี่ และมากไปกว่านั้น โชเซ่ อันโตนิโอ เรเยส ยังทำประตูขึ้นนำไปก่อนในช่วงครึ่งแรก หมายความว่าพวกเราต้องทำอย่างน้อยสองประตูเพื่อที่จะเอาชนะพวกเขา แน่นอนว่า พวกเราสามารถผ่านมันไปได้ ซึ่งแฟรงค์ แลมพาร์ด หาประโยชน์จากความผิดพลาดของเลห์มันน์อีกครั้ง

อย่างไรก็ตามประตูที่สองของกุ๊ดยอนเซ่นก็ถูกปฏิเสธ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่แฟนบอลเชลซีคุ้นเคยดีกับสิ่งเกิดขึ้นในปีถัดมา โดยแอสลีย์ โคลสามารถสกัดบอลจากบนเส้น แต่อย่างไรก็ตามดาวเตะชาวไอซ์แลนด์ก็สามารถสร้างประตูชัยจากจังหวะชิ่ง 1-2 ไปให้กับเวย์น บริดจ์ ที่กลายเป็นฮีโร่ของเกมในนาทีที่ 87 ของการแข่งขัน

สำหรับการแข่งขันที่พวกเราเจอกับทีมจากอังกฤษครั้งแรกในเวทียุโรปที่เกิดขึ้นก่อนนี้ และมันเป็นการปูทางไปสู่การคว้าแชมป์ คือการที่พวกเราเผชิญหน้ากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบรองชนะเลิศ ปี 1970/71 ในคัพ วินเนอร์ คัพ

คู่แข่งของพวกเราที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ทำให้อังกฤษได้สิทธิ์ลงเล่นสองทีมจากก่อนหน้านี้สามารถลงแข่งได้เพียงหนึ่งทีม ซึ่งเป็นพวกเราที่เข้ามาแข่งขันในรายการนี้จากการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกของสโมสรในฤดูกาลก่อน

พวกเราเก็บชัยชนะไปได้ 1-0 ที่เดอะบริดจ์ จากการยิงของเดเร็ก สเมทรัสต์ ซึ่งสามวันก่อนหน้าพวกเราก็เผชิญหน้ากับคู่แข่งรายเดียวกันที่จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ในลีก

อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ไม่ได้สร้างข้อผิดพลาด ในเกมที่เราไปเยือนทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ในนัดที่สองของรอบรองชนะเลิศ ซึ่งนักข่าวหลายๆ สำนักได้อ้างว่า นักเตะเดอะบลูส์ต้องเหนื่อยหนักสุดๆ หากมันเป็นเช่นนั้นจริง ผลสกอร์คงไม่เป็นไปตามนั้น จากชัยชนะ 1-0 และนั่นมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของผู้รักษาประตูสำรองอย่างรอน ฮีลีย์ นักเตะลนลานจากการคลำหาบอลที่คีธ เวลเลอร์ ยิงฟรีคิกผิดทาง

อีกสองครั้งที่พวกเรามีชัยเหนือทีมในประเทศด้วยกัน ทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในเกมที่พบกับลิเวอร์พูล ในช่วงปี 2005 และ 2009 เมื่อการแข่งขันระดับทวีปเหมือนเป็นการแข่งขันของทีมภายในอย่างชัดเจน เมื่อพวกเราต้องเผชิญหน้ากับหงส์แดงห้าฤดูกาลติดต่อกัน

ซึ่งชัยชนะของพวกเราเกิดขึ้นในสองครั้งล่าสุดในรายการนี้ และมันไม่ใช่เรื่องราวที่เกิดเรื่องดราม่าเพียงสั้นๆ ในปี 2007/08 ในรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ การทำเข้าประตูของ ยอห์น อาร์เน ริเซ่ ทำให้พวกเราได้ประตูจากประตูอเวย์โกลในแอนฟิลด์ แต่เป็นทางดร็อกบา และเฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่ทำประตูในเกมที่เดอะบริดจ์ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป

สิ่งต่างๆ ไม่ได้จบลงตรงนั้น เมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ด ได้จุดโทษ และดร็อกบาทำอีกหนึ่งประตู พาพวกเราผ่านเข้ารอบ แม้ว่าไรอัน บาเบิล จะทำประตูได้ในช่วงท้ายเกม

เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีถัดจากนั้น ซึ่งเป็นรอบก่อนหน้านี้หนึ่งรอบในการแข่งขันรายการเดียวกัน พวกเราต้องแข่งขันที่แอนฟิลด์ในนัดแรกเช่นเดิม แต่ครั้งนี้พวกเราสามารถบุกไปคว่ำลิเวอร์พูลได้ถึงถิ่น

แม้ว่าเฟอร์นันโด ตอร์เรสจะพาทีมขึ้นนำไปก่อน แต่เกมรุกที่ดุดันภายใต้การคุมทีมของกุส ฮิดดิ้ง เป็นทางดร็อกบายิงประตูใส่ทีมหงส์แดงอีกครั้ง และบรานิสลาฟ อิวาโนวิช การโหม่งทำประตู พาเราเก็บผล 3-1 ขึ้นนำไปก่อนกลับมาเล่นในบ้านที่ลอนดอนตะวันตก

ความสับสนวุ่นวายนั้นเกิดขึ้นที่เดอะบริดจ์ เมื่อฟาบิโอ ออเรลิโอ และชาบี้ อลอนโซ่ พาลิเวอร์พูลขึ้นนำ ก่อนที่ดิดิเยร์ ดร็อกบาทำให้พวกเรามีผลประตูรวมขึ้นนำอีกครั้ง และฟรีคิกสายฟ้าฟาดของอเล็กทำให้โล่งอกอย่างเต็มปอด

อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งนั้นยังไม่จบ เมื่อแลมพาร์ด พาพวกเราขึ้นำในค่ำคืนนั้น แต่ลูคัส เลว่า และเดิร์ก เคาต์ พาลิเวอร์พูลพลิกกลับมาขึ้นนำอีกครั้ง ก่อนที่แลมพาร์ดจะมาทำประตูปิดเกมอีกครั้ง ทำให้ผลสกอร์จบลงที่ 4-4 ที่เดอะบริดจ์ รอบทั้งสองนัด พวกเราเอาชนะไปด้วยผล 7-5

มันสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่า เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ที่พาให้เชลซีคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกในฤดูกาลนี้ เราจะได้เห็นผู้คนที่มีความสุขมากมายสวมเสื้อสีน้ำเงินในลอนดอน และบาคู

ข่าวอื่นๆ