ดาวิด ลุยซ์ชืนชมการปรับตัวช่วงกลางฤดูกาลที่เป็นกุญแจสำคัญสู่รอบชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก

ดาวิด ลุยซ์ย้ำว่าชัยชนะในยูโรป้า ลีกถือเป็นความสำเร็จที่เหมาะสม และไม่ใช่แค่เป็นรางวัลสำหรับการผ่านเข้าไปแข่งในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้เท่านั้น

เชลซีการันตีการเข้าไปแข่งในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าได้แล้วจากการจบที่อันดับสามของพรีเมียยร์ลีก ขณะที่คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีกอย่างอาร์เซนอลยังคงต้องลุ้นผลการแข่งในสัปดาห์นี้อยู่ แต่ผู้ชนะในรอบชิงชนะเลิศนี้จะได้อยู่ในโถใบทีหนึ่งของแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งดาวิด ลุยซ์เชื่อว่าการคว้าแชมป์รายการนี้น่าจะทำให้ทีมมีแรงผลักดันเพิ่มขึ้นสูงมาก

“รายการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเกี่ยวกับแชมป์เปี้ยนส์ ลีก มันคือการคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่” นักเตะชาวบราซิลกล่าว “ทุกคนต่างก็ต้องการที่จะคว้ามันมาให้ได้ และทั้งสองทีมต่างก็ทำได้ดีในการมาถึงรอบนี้ ดังนั้นผมคิดว่านี่จะเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับท็อปเลย สโมสรอย่างเชลซีมักจะอยากคว้าถ้วยแชมป์ให้ได้เสมอ ดังนั้นเราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้ถ้วยมาเหมือนอย่างปี 2013”

นักเตะชาวบราซิลยังได้อธิบายว่าทีมยังคงใช้เวลาตามประเทศอังกฤษตลอดการอยู่ที่อาเซอร์ไบจาน ดังนั้นเราจะเริ่มเกมในเวลา 02.00 น. ของคืนวันพุธตามเวลาในไทย

“มันจะไม่ใช่เกมที่ดึกเกินไปสำหรับเรา เพราะมันยังแค่สองทุ่มที่ลอนดอนเท่านั้น หากคุณมีอาการเจ็ทแล็ก คุณจำเป็นต้องมีเวลาราวๆ 5 วันในการฟื้นฟูร่างกาย แต่หากคุณยึดเวลาตามอังกฤษ คุณก็ยังคงเหมือนเดิม เวลาไม่ใช่เรื่องที่เราจะเอามาแก้ตัวได้ มันอาจจะยากสำหรับแฟนบอลที่เดินทางมาสนามนี้ แต่ไม่ใช่นักเตะอย่างเรา”

กองหลังของเรารายนี้ยังได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงที่เชลซีผ่านมาในระหว่างฤดูกาล หลังจากที่เจอกับช่วงเวลาที่ยากในตอนต้น

“มันเป็นเรื่องของการทำงานหนักในทุกๆ วัน รู้ว่าทำงานกับใคร และพวกเขาทำงานกันอย่างไร เมาริซิโฮมีความหลงใหลในการทำงานวงการฟุตบอลสูงมาก และผมคิดว่าทุกคนเชื่อมั่นในแนวคิดของเขา ในตอนต้นฤดูกาลเราเริ่มต้นได้ดี ทุกคนบอกว่าเชลซีพร้อมสำหรับการคว้าแชมป์แล้ว แต่มันก็มีทั้งขึ้นและลง นี่คือเกมรอบชิงนัดที่สองของเราในฤดูกาลนี้ มันเป็นโอกาสในการจบฤดูกาลที่ดี”

“สิ่งแรกนั้นมักจะเป็นความเข้าใจว่าคุณอยู่จุดไหน ดูว่าคุณจะโตไปได้มากแค่ไหน คุณต้องเข้าใจว่าทีมนี้ดีพอที่จะคว้าแชมป์ได้ และคุณต้องเสียสละตัวเอง ทุ่มเทให้มากขึ้นและทำทุกอย่างเพื่อสโมสร นักเตะหลายๆ คนเข้าใจว่าเราเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของเราได้ มีแค่คนฉลาดเท่านั้นที่จะสามารถปรับตัวและเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี”

ข่าวอื่นๆ