ข้อมูลก่อนแข่ง : ยูโรป้า ลีก รอบชิงชนะเลิศ – ประเด็นพูดคุย

ม่านฤดูกาลนี้กำลังจะปิดลงโดยมีถ้วยรางวัลรอให้เราไปคว้าอยู่ที่อาร์เซอไบจาน ริค แกลนวิลล์ นักประวัติศาสตร์สโมสร และพอล ดัทตั้น สรุปข้อมูลที่น่าสนใจก่อนเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2018/19...

เกมยูโรป้า ลีกรอบชิงชนะเลิศจะจัดแข่งที่อาเซอร์ไบจาน แต่จะเป็นการแข่งขันของสองทีมจากลอนดอนเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี เชลซีและอาร์เซนอลมีส่วนร่วมในการพาถ้วยรางวัลกลับสู่ลอนดอนมาแล้ว 24 ครั้งจากทั้งหมด 25 ครั้ง เชลซีทำได้ 16 ครั้ง ส่วนอาร์เซนอลทำได้ 8 ครั้ง

เมาริซิโอ ซาร์รี่กำลังตั้งเป้าที่จำเป็นผู้จัดการทีมชาวอิตาเลี่ยนคนที่สามต่อจากจานลูก้า วิอัลลี่ และโรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ้ที่นำเอาแชมป์ยุโรปกลับสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้สำเร็จ

กุนซือชาวอิตาเลียนทำตามเป้าหมายได้สำเร็จไปแล้วอย่างหนึ่ง นั่นคือการพาเชลซีกลับไปเล่นในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก อาร์เซนอลจบโดยมีอันดับรองจากเราสองตำแหน่งและได้ไปแข่งในยูโรป้า ลีกฤดูกาลหน้า และเส้นทางเดียวทีพวกเขาจะเข้าไปแข่งในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้คือคว้าแชมป์เกมสัปดาห์นี้เท่านั้น ผู้ชนะยังได้การันตีอยู่ในโถใบท่ 1 ของการจับฉลากรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาล 2019/20 ด้วย

เชลซีเดินทางถึงอาเซอร์ไบจานโดยมีสถิติไม่แพ้ใครในยูโรป้า ลีก 17 นัด เป็นสถิติที่สูงที่สุดในรายการนี้ อาร์เซนอลชนะเกม 5 นัดล่าสุดในรายการนี้

เชลซีผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศรายการใหญ่ 20 ครั้งนับตั้งแต่ปี 1998 มากกว่าแมนฯ ยูไนเต็ดที่ทำได้ 17 ครั้ง

photo of สถิติสำคัญ สถิติสำคัญ

นี่คือการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศครั้งที่ 16 นับตั้งแต่ที่โรมัน อับราโมวิชเข้าซื้อสโมสรในปี 2003 และเป็นครั้งที่ 28 จากทั้งหมด แต่อาร์เซนอลเฉือนชนะเราได้มากกว่าในการพบกันในรอบชิงชนะเลิศครั้งก่อน เชลซีเอาชนะพวกเขาได้ในปี 2007 ด้วยสกอร์ 2-1 ในลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ ขณะที่ทีมจากลอนดอนเหนือเอาชนะในเอฟเอ คัพ 2-0 ในปี 2002 และ 2-1 ในปี 2017

ทั้งสองทีมเจอกันครั้งเดียวในรายการยุโรป คือในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2003/04

นี่เป็นครั้งที่ 5 แล้วที่เชลซีผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในรายการยุโรป และเป็นครั้งที่ 6 ของอาร์เซนอล แต่ฝั่งทีมจากลอนดอนตะวันตกคว้าชัยได้ 5 ครั้ง (รวมในซูเปอร์คัพด้วย) เทียบกับอาร์เซนอลที่ทำได้สองครั้ง ครั้งล่าสุดคือเมื่อ 25 ปีก่อน

ความสำเร็จในยุโรปครั้งที่ 6 จะทำให้เชลซีกลับไปมีสถิติเท่ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อคิดรวมจากถ้วยยุโรปที่ได้มา พวกเขาคว้าแชมป์รายการนี้ได้เมื่อสองปีก่อน

หลังจากที่คว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2013 เชลซีกลายเป็นทีมที่สี่ที่คว้าแชมป์ทั้งสี่รายการของยูฟ่าได้ทั้งหมด เช่นเดียวกับอาแจ็กซ์, บาเยิร์น มิวนิค และยูเวนตุส ความสำเร็จของปีศาจแดงเมื่อปี 2017 ทำให้มีทั้งหมด 5 ทีมแล้ว

ประเด็นร้อนในตอนนี้คือการที่มีทีมจากอังกฤษเข้าชิงแชมป์ทั้งสองรายการของยุโรปในฤดูกาลนี้ และเป็นครั้งที่สามที่ทีมจากประเทศเดียวกันได้มาเจอกันเองในรอบชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก และแชมป์เปี้ยนส์ ลีก เชลซีและท็อตแน่มมีส่วนร่วมครึ่งหนึ่งของทั้งหมดนั้น

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่มีทีมอังกฤษทั้งหมด

1972 ยูฟ่า คัพ ท็อตแน่ม 3-2 วูล์ฟแฮมป์ตัน
2008 แชมป์เปี้ยนส์ ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เชลซี (6-5 หลังดวลจุดโทษ)
2019 ยูโรป้า ลีก เชลซี พบ อาร์เซนอล 
2019 แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ท็อตแน่ม พบ ลิเวอร์พูล
 

ผู้ทำประตูในยูโรป้า ลีก

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (เชลซี) 10
ลูก้า โยวิช (แฟรงก์เฟิร์ต*) 10
วิสแซม เบน เยดเดอร์ (เซบิลล์*) 8
มูนาส ดับบัวร์ (ซาลส์บวร์ก*) 8
ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยัง (อาร์เซนอล) 8
(*ไม่ได้อยู่ในรายการนี้แล้ว)

ผู้ทำแอสซิสต์ในยูโรป้า ลีก

วิลเลี่ยน (เชลซี) 7
อิกอร์ สตาเซวิช (บาเต้*) 7
ไมยัต ยาซิโนวิช (แฟรงก์เฟิร์ต*) 6
แอนเดรียส อัลเมอร์ (ซาลส์บวร์ก*) 5
โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (เชลซี) 4
เปโดร (เชลซี) 4
วิคเตอร์ ไซกันคอฟ (ดินาโม เคียฟ*) 4
(*ไม่ได้อยู่ในรายการนี้แล้ว)

ทั้งสองทีมจะเข้าสู่เกมนี้โดยมีนักเตะบาดเจ็บหลายคน อย่างไรก็ตามเชลซีคงไม่ใช่เชลซีถ้าไม่มีความหลากหลายในทีมที่คว้าแชมป์ยุโรปมาได้ครั้งก่อน ปี 2012 รามิเรส, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น เทอร์รี่ และราอูล เมยเรเลสติดโทษแบนทั้งหมด และในยูโรป้า ลีกรอบชิงชนะเลิศปี 2013 ไรอั้น เบอร์ทรานด์ จอห์น มิเกล โอบิ, เอเด็น อาซาร์, โอริโอล โรเมอู และจอห์น เทอร์รี่บาดเจ็บและลงเล่นไม่ได้ ขณะที่เด็มบา บาก็ไม่สามารถลงเล่นได้เพราะติดกฏของการแข่งขัน และสปิริตของทีมหมายความว่าคนอื่นๆ ต้องรับบทบาทในตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคยจนกลายเป็นตำนานในที่สุด

สิ่งที่ดีที่สุดที่อาจเกิดขึ้นในเกมนี้

เชลซี ความภูมิใจของลอนดอน และยุโรป

ข่าวอื่นๆ