สแตมฟอร์ด บริดจ์จัดงาน Soccer Aid ที่รวมดาวดังมากมาย

มีดาวดังที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างดีกลับมาเยือนที่เดอะบริดจ์เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและได้รับเงินบริจาคเป็นจำนวนมาก นี่เป็นครั้งแรกที่สนามของเราได้เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันฟุตบอลการกุศล Soccer Aid 

โดยปกติในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ จะค่อนข้างเงียบเหงา แต่สำหรับซัมเมอร์นี้กลับตรงกันข้าม เมื่อมีมหกรรมกีฬาการกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถูกจัดขึ้นที่นี่จนตั๋วการแข่งขันถูกขายไม่เหลือ รวมถึงยังมีคนนับล้านคอยติดตามดูการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน

เป้าหมายในการจัดงานการกุศลครั้งนี้ คือ รวบรวมเงินบริจาคให้กับทาง Unicef และให้ผู้ชมสนุกไปกับฟุตบอลที่เต็มไปด้วยเหล่าสตาร์ดังมากมาย รวมถึงการได้เจอกับนักเตะระดับตำนานของสโมสร มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้ยินเสียงเชียร์ จอห์น เทอร์รี่ และดิดิเยร์ ดร็อกบา ก่อนเริ่มการแข่งขัน

นอกจากนี้ยังมีอดีตผู้เล่นคนอื่นๆ ที่เป็นตัวแทนของเดอะบลูส์ในเกมนี้ทั้ง เอสเซียง, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, โจ โคล และเกล็น จอห์นสัน ร่วมกับเจที และดิดิเยร์ พร้อมกับนักกีฬาที่มีชื่อเสียง และเหล่าดาราดัง อยู่ในทีม England และ World XI

อดีตกัปตันทีมหญิงของเชลซีอย่าง เคทีย์ แชปแมน ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นหญิงที่ลงสนามในเกมนี้ด้วย ซึ่งการแข่งขัน Soccer Aid ปีนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีชายและหญิงอยู่ในสนาม และเป็นการทำงานร่วมกับสมาคมฟุตบอลเพื่อเป็นกรณีศึกษาในเกมกีฬาที่ไม่มีการแบ่งแยกเพศ
 

การแข่งขันจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ในเวลา 90 นาที และต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ถึงแม้ว่าในเกมนี้ดร็อกบาจะไม่ได้ยิงประตู แต่ทีม World XI ก็ยังคงคว้าแชมป์รายการนี้ในท้ายที่สุด

ดาราฮอลลีวูด ทอม แฮงค์ เป็นคนเริ่มเขี่ยบอล พร้อมกับช่างภาพที่ต้องวิ่งออกจากสนามอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมฟุตบอลได้เริ่มต้นขึ้น และในเวลาไม่ถึง 10 นาที ยูเซน โบลต์ ตำนานนักวิ่งเจ้าของสถิติโลก 9.58 วินาทีตามเบอร์เสื้อ มีโอกาสเปิดเกมบุกไปที่หน้าประตู แต่เป็นทางแนวรับอย่างจอห์น เทอร์รี่ และเจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่รับมือกับจังหวะอันตรายนั้นได้อย่างไม่มีปัญหา
 

เอสเซียงที่ลงเล่นในบทบาทมิดฟิลด์ตรงกลาง กลับตัวยิง แต่ไปติดบล็อค จากนั้นเป็นทางอดีตแบ็คซ้ายของพวกเราที่มีโอกาสเหมาะเจาะครั้งแรก แต่ไปติดเซฟของจูลิโอ เซซาร์

อดีตผู้รักษาประตูของอินเตอร์ มิลาน ที่ลงเล่นให้กับทีม Inter Forever เผชิญหน้ากับทีม Chelsea class of ‘98 ที่เดอะบริดจ์ เมื่อปีที่แล้ว ทำผลงานได้ดีในเกมเมื่อคืนนี้ รวมถึงการเซฟลูกยิงของมาร์วิน ฮูเมส นักจัดรายการทีวีและวิทยุที่เป็นแฟนบอลเชลซี แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดการทำประตูแรกของเจเรมี่ ลินช์ นักเล่นฟุตบอลฟรีสไตล์ไว้ได้ ทำให้ทีม England ขึ้นนำไปก่อน จากนั้นก่อนหมดครึ่งแรก ลินช์มาทำประตูที่สองให้กับ England อย่างไรก็ตามโบลต์มาทำประตูตีไข่แตก ที่ได้ประโยชน์จากการกะจังหวะโหม่งบอลพลาดของเจมี่ คาร์ราเกอร์
 

ดร็อกบา สามารถสร้างโอกาสในการผ่านบอลช่วงต้นครึ่งหลัง และต้องเจอกับเสียงโห่ เมื่อผู้ตัดสิน มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก ไม่ยอมเป่าตัดสินให้จุดโทษ หลังจากไปปะทะโจ โคล จากนั้นความเกรี้ยวกราวของแฟนบอลเชลซีก็เพิ่มมากขึ้น เมื่อคาร์ราเกอร์เป็นคนทำบล็อคลูกยิงของดร็อกบาหน้าปากประตู

 

ส่วนอีกฟากหนึ่ง นักแสดงตลก ลี มัค สวมหมายเสื้อเบอร์ 9.58 ของยูเซน โบลต์ และเกือบทำให้ทีม England นำห่างออกไปอีกจากลูกวอลเลย์ แต่ก็ลอยขึ้นไปบนสแตนด์ฝั่งแมตธิว ฮาร์ดดิ้ง

โคล เกือบทำประตูได้ แต่ไปติดเซฟ และจอห์น เทอร์รี่ ก็มีโอกาสทำประตูจากลูกฮาล์ฟ วอลเลย์ เช่นกัน ก่อนที่มัคจะยิ่งขึ้นไปบนสแตนด์อีกครั้ง สุดท้ายเป็นทางทีม World XI ได้ประตูจาก เค็ม ผู้เข้าแข่งขันรายการ Love Island ทำให้การแข่งขันจบลงด้วยผลเสมอ 2-2

เมื่อต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งผู้ทำการยิงเป็นเหล่าดาราคนดังทั้งหมด และเป็นทางทีม England ที่ยิงพลาดไปสองลูก เมื่อการยิงของ ลี มัค ไปติดเซฟ ทำให้ทีม World XI คว้าโอกาสและคว้าแชมป์ไปครอง

 

คลิ๊กเพื่อบริจาคให้ Soccer Aid (เวปไซต์เป็นภาษาอังกฤษ)

ข่าวอื่นๆ