บล็อก

ช่วงเวลาที่ยิ่งของใหญ่ของซูเปอร์แฟรงค์กับเดอะบลูส์

เพื่อเป็นการฉลองวันเกิดของแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่อายุครบ 41 ปีในวันนี้ (20 มิถุนายน) พวกเราจึงย้อนกลับไปดูช่วงเวลาสำคัญของเขากับเชลซี

โบลตัน วันเดอร์เรอร์
พรีเมียร์ลีก
30 เมษายน 2005

ซูเปอร์ แฟรงค์ สร้างสิ่งที่น่าจดจำมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยการยิงสองประตูในเกมที่พบกับโบลตันในปี 2005 และพาเชลซีคว้าแชมป์ลีกสูงสุดที่รอคอยมาครึ่งศตวรรษ

เมื่อเกมกำลังเข้าสู่หนึ่งชั่วโมง เขาใช้โอกาสวิ่งไปฉลองที่สุดขอบสนามที่เป็นสแตนด์ฝั่งทีมเยือนในรีบอค สเตเดี้ยม หลังจากที่เขารับบอลมาจากการสะกิดดร็อกบา และใช้ความแข็งแกร่งเบียดไปกับผู้เล่นของโบลตันตัดเข้าในกรอบโทษ และยิงเลียดเข้าประตูไป

ส่วนประตูที่สองของเขาเกิดขึ้นในช่วง 14 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน โดยเขาใช้การทรงตัวรับบอลมาจากการทุ่มของมาเกเลเล่ ก่อนที่จะใช้จังหวะสวนกลับวิ่งไปยังพื้นที่ว่าง และยิงบอลผ่านมือผู้รักษาประตู ยุสซี่ ยัสเคไลเน่น เข้าไป ทำให้ทีมคว้าชัยชนะและคว้าแชมป์ที่รอคอยมาอย่างยาวนานได้สำเร็จ

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ
19 พฤษภาคม 2007

การที่แลมพาร์ดลงเล่นร่วมกับดร็อกบาถึงแปดฤดูกาล ไม่มีช่วงเวลาครั้งไหนที่แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่เข้าใจวิธีการเล่นซึ่งกันและกันมากเท่ากับเกมที่พบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ในช่วงต่อเวลาพิเศษในการเล่นที่สนามเวมบลีย์ใหม่เป็นครั้งแรก เมื่อพวกเขาประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้

ในช่วงเวลาที่ไม่มีประตูเกิดขึ้น 116 นาที และเกือบจะต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ เดอะบลูส์มาได้ประตูจากการเล่นจังหวะหนึ่ง-สองของแลมพาร์ด และจากนั้นมิดฟิลด์รายนี้ใช้สัญชาตญาณวอลเลย์ผ่านบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษของยูไนเต็ดสร้างโอกาสให้ดาวเตะชาวไอวอรี่ โคสต์ โขกบอลผ่านมือเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ซึ่งนั่นเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกม.

 

ลิเวอร์พูล
แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ
30 เมษายน 2008

จาก 211 ประตูของแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ทำไว้กับเดอะบลูส์ คงไม่มีประตูไหนที่ปลุกเร้าอารมณ์ได้เท่ากับการยิงจุดโทษในช่วงต่อเวลาพิเศษในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศที่พบกับลิเวอร์พูลในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เดือนเมษายน ปี 2008 อีกแล้ว

แม้ว่าเขาต้องสูญเสียคุณแม่ที่พึ่งจากไปก่อนหน้านี้หนึ่งสัปดาห์ แลมพาร์ดตัดสินใจลงสนาม และรับหน้าที่ยิงจุดโทษให้กับเดอะบลูส์ในช่วงนาทีที่แปดของการต่อเวลาพิเศษ

เขาส่งบอลเข้าประตู โดยที่เปเป้ เรน่าพุ่งไปผิดทาง จุดประกายการฉลองที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในเดอะ บริดจ์ ด้วยชัยชนะ 3-2 และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

 

เอฟเวอร์ตัน
เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ
30 พฤษภาคม 2009

ซูเปอร์ แฟรงค์ มักจะทำประตูได้จากการยิงไกลให้กับเดอะบลูส์ แต่ไม่มีครั้งไหนที่สำคัญเท่ากับการทำประตูในเกมที่พบกับเอฟเวอร์ตัน ที่ทำให้พวกเราคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองในปี 2009

ในการแข่งขันที่เหลือเวลาอยู่อีก 18 นาที และผลสกอร์ยังหยุดที่ 1-1 แฟรงค์ แลมพาร์ด รับบอลมาจากอเนลก้าในระยะห่างจากประตู 25 เมตร แต่บอลก็ทะลักออกจากเท้าไปเมื่อมีฟิล เนวิลล์ เข้ามาปะทะ

อย่างไรก็ตามเขาสามารถกลับมาทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว และยิงบอลด้วยเท้าซ้ายพุ่งตรงไปที่หัวมุมประตู ทำให้ทิม ฮาเวิร์ด หมดสิทธิ์ป้องกัน

 

บาเยิร์น มิวนิค
แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ
19 พฤษภาคม 2012

เนื่องจากจอห์น เทอร์รี่ และนักเตะอีกสามคนของเชลซีติดโทษแบน ทำให้เหลือนักเตะอยู่เพียงไม่กี่คนที่พร้อมปะทะกับบาเยิร์น มิวนิค ในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2012

อย่างไรก็ตาม แลมพาร์ด รับหน้าที่เป็นกัปตันทีม และนำทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้เดอะบลูส์สร้างความอึดอัดให้กับทีมเจ้าบ้าน จนนำไปสู่การดวลจุดโทษตัดสินหลังจากเสมอกันไป 1-1 ในช่วงเวลาการแข่งขัน

เป็นอีกครั้งที่เขาแสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาดในระยะ 12 หรา ด้วยการยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ก่อนที่เพตเตอร์ เช็ค เซฟสองจุดโทษ และดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นคนยิงประตูชัยปิดท้าย พาทีมคว้าถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาสู่ลอนดอนเป็นครั้งแรก

 

แอสตัน วิลล่า
พรีเมียร์ลีก
11 พฤษภาคม 2013

ในเกมแห่งความทรงจำที่วิลล่า พาร์ค ซึ่งเป็นเกมรองสุดท้ายของฤดูกาล 2012/13 แฟรงค์ แลมพาร์ด ทุบสถิติของบ็อบบี้ แทมบ์ลิง ด้วยการเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของเชลซี หลังจากช่วยให้เดอะบลูส์พลิกกลับมาชนะแอสตัน วิลล่า 2-1

ประตูแรกของเขาในเกมนี้เป็นการทำประตูตีเสมอให้กับทีมในช่วงที่กำลังจะครบหนึ่งชั่วโมง โดยเขาทำการยิงด้วยเท้าซ้ายบริเวณเส้นกรอบเขตโทษพุ่งผ่านมือของ แบรด คูซาน ไปที่มุมสุดของประตู

ในเวลาที่เหลือไม่ถึงนาที เขามาทำประตูที่สอง และเป็นประตูที่ 203 ตลอดการค้าแข้งกับเดอะบลูส์ จากการที่เอเด็น อาซาร์ เปิดบอลเลียดเข้ามาในกรอบเขตโทษ และใช้ความสามารถที่เป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าของเขาชาร์จบอลเข้าประตูไป ซึ่งประตูนี้ทำให้เขาสร้างสถิติใหม่ของสโมสร และเป็นเรื่องที่ยากมากที่ดาวเตะของเดอะบลูส์ในอนาคตจะทำลายสถิตินี้

ข่าวอื่นๆ