แฟรงค์ แลมพาร์ด กลับมาคุมทีมเชลซี

สโมสรฟุตบอลเชลซีมีความยินดีที่จะประกาศว่าแฟรงค์ แลมพาร์ด คือผู้จัดการทีมคนใหม่ของเรา

แลมพาร์ด หนึ่งในสุดยอดตำนานนักเตะจากประวัติศาสตร์ของเรา กลับสู่รังสแตมฟอร์ด บริดจ์อีกครั้ง จรดปากกาเซ็นสัญญา 3 ปี

แลมพาร์ด วัย 41 ปี กล่าวว่า “ผมรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้กลับมาเชลซีในฐานะโค้ช ทุกคนรู้ว่าผมรักสโมสรนี้ และเรามีประวัติศาสตร์ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งเดียวที่ผมโฟกัสคืองานที่ต้องทำ และการเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ ผมมาที่นี่เพื่อทำงานหนัก นำเอาความสำเร็จมาให้สโมสร ผมตั้งตารอคอยวันที่จะได้เริ่มต้นการทำงานอยู่”

มาริน่า กรานอฟสกาย่า กรรมการบริหารของเชลซี กล่าวเสริมว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับแฟรงค์กลับมาที่เชลซีอีกครั้งในฐานะเฮ้ดโค้ช แฟรงค์มีความรู้ที่ยอดเยี่ยมและเข้าใจสโมสรเป็นอย่างดี ฤดูกาลที่ผ่านมาเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นหนึ่งในโค้ชหน้าใหม่ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในการแข่งขันเลย”

“หลังจากที่เล่นให้เรา 13 ปี กลายเป็นตำนานและดาวซัลโวสูงสุดของสโมสร เราเชื่อว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับเขาที่จะกลับมา เราจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้มั่นใจว่าเขาได้รับการสนับสนุนเต็มที่เพื่อที่จะพาทีมไปสู่ความสำเร็จ”

แลมพาร์ดได้เรียนรู้จากผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์หลายคนตลอดช่วงเวลา 13 ปีที่อยู่กับเชลซี มีเพียงรอน แฮร์ริส, ปีเตอร์ โบเน็ตติ และจอห์น เทอร์รี่ทำลงเล่นมากกว่าเขาที่ทำได้ 648 นัด และแลมพาร์ดยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดการของเรา ยิงไปรวม 211 ประตู การทำประตูของเขานั้นเปี่ยมด้วยศักยภาพรอบด้าน และพลังงานที่เหนือชั้น ช่วยเปี่ยนแปลงมุมมองที่มีต่อนักเตะกองกลางในสมัยใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง

ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสามารถรอบด้าน และการอ่านเกมของแลมพาร์ดถือเป็นแบบอย่างที่ดี และสิ่งเหล่านั้นจะช่วยเขาได้มากในการคุมทีมในพรีเมียร์ลีกที่ตัวเขาเองรู้จักดี

ไม่แปลกใจที่แลมพาร์ดมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟนบอลเชลซี หลังจากที่ได้รับคะแนนโหวตจากแฟนๆ ให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีถึงสามสมัย และยังคงมีเสียงร้องเรียกชื่อของเขามาตลอดตั้งแต่ที่เขาลาไปในปี 2014 ทุกคนที่สโมสรต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นเขาทำหน้าที่อยู่ข้างสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ และนำทัพมุ่งสู่การคว้าถ้วยรางวัลให้ได้อีกครั้ง

ในฐานะนักเตะ แลมพาร์ดเป็นชายที่อยู่ในโอกาสสำคัญเสมอ ทำประตูให้ทีมคว้าแชมป์ลีกในนัดที่พบโบลตั้นเมื่อปี 2005, จ่ายบอลให้ดิดิเยร์ ดร็อกบายิงคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้เป็นครั้งแรกที่เวมบลีย์ใหม่ หรือแม้แต่ตอนที่เขานำทีมแทนจอห์น เทอร์รี่ในเกมรอบชิงชนะเลิศแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ที่มิวนิคด้วย

ความยอดเยี่ยมของแลมพาร์ดไม่ได้จำกัดแค่การทำประตูเฉลี่ยมากกว่า 16 ประตูต่อฤดูกาล ในช่วงเวลาที่เล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ หรือความสำคัญของประตูที่เขายิงไปมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้เขาเป็นหนึ่งในสุดยอดตำนานนักเตะ คือฟอร์มการเล่นที่มั่นคงเหนือใครๆ

แลมพาร์ดเคยยิงไป 20 ประตูหรือมากกว่า ในช่วงเวลา 5 ฤดูกาลติดต่อกัน และจากสถิติของพรีเมียร์ลีก เขายังทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ของรายการ ทำสถิติใหม่ด้วยการลงเล่น 164 นัดติดต่อกันในลีกช่วงปี 2001-2005 และยังคงเป็นสถิติสูงสุดในตอนนี้

เขาก้าวจากการเป็นนักเตะกองกลางในพรีเมียร์ลีกของเชลซีเมื่อปี 2001 มาจนกลายเป็นนักเตะระดับโลกยอดเยี่ยมแห่งปี อันดับที่ 2 ของฟีฟ่าในอีก 4 ปีต่อมา ไม่มีนักเตะเชลซีที่เคยได้รางวัลระดับโลกแบบนี้ทั้งก่อนหน้าและนับตั้งแต่นั้นมา

แลมพาร์ดย้ายจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ไปในปี 2014 หลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสามสมัย, เอฟเอ คัพสี่สมัย, ลีก คัพสองสมัย, ยูโรป้า ลีก และแน่นอน แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เขายังเป็นนักเตะเชลซีที่ลงเล่นให้ทีมชาติมากกว่าใครๆ ในประวัติศาสตร์ของเรา เขาอำลาทีมชาติอังกฤษหลังลงเล่น 106 นัด ยิงไปรวม 29 ประตู ก่อนจะแขวนสตั๊ดในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 พร้อมกับทิ้งมรดกอันน่าทึ่งเอาไว้ในฐานะนักเตะ เราหวังว่าเขาจะทำได้อีกครั้งในฐานะผู้จัดการทีม

ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะซูเปอร์แฟรงค์!

ข่าวอื่นๆ