แลมพาร์ดกับสไตล์การคุมทีมและการเดินทางสู่ความสำเร็จ

แฟรงค์ แลมพาร์ดพูดคุยเกี่ยวกับสไตล์การจัดการทีม แผนของเขากับทีมเชลซีในฤดูกาลนี้ และความมั่นใจที่จะประสบความสำเร็จที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในฐานะผู้จัดการทีม

แลมพาร์ดเป็นที่สนใจจากสื่อมากมายหลังออกจากทีมไปห้าปี ซึ่งผ่านทั้งช่วงเวลาที่แขวนสตั๊ดและเริ่มต้นเข้าสู่โลกของการคุมทีมกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ ก่อนจะกลับมาเชลซีอีกครั้งในบทบาทที่เปลี่ยนไปเป็นผู้จัดการทีม

มีความรู้สึกที่ดีมากมายเกิดขึ้นระหว่างการเปิดตัวเขากับสื่อ แต่แลมพาร์ดรู้ดีว่าต้องทำงานอย่างรวดเร็วก่อนที่ม่านฤดูกาลใหม่จะถูกเปิดออกในอีกไม่นานนี้ บอสของเราดีใจที่จะได้มีโอกาสเริ่มต้นพรีซีซั่นกับนักเตะในทีมวันนี้ ซึ่งทั้งทีมจะเดินทางไปไอร์แลนด์เพื่อตั้งแคมป์ฝึกซ้อมที่ดับลิน

ก่อนที่จะเดินทางไปที่นั่น แลมพาร์ดได้พูดคุยถึงงานที่ต้องทำ และการไต่ระดับอย่างรวดเร็วจากดาร์บี้มาจนถึงตอนนี้ อย่างไรก็ตาม เขามีโจดี้ มอร์ริส และคริส โจนส์ตามมาช่วยงานด้วย อดีตนักเตะวัย 41 ปียอมรับว่าการทำงานของทั้งสองที่มันมีความคล้ายคลึงกันอยู่มาก

“สิ่งที่ผมพยายามทำเมื่อปีที่ผ่านมากับดาร์บี้ กับสิ่งที่เราจะทำในฤดูกาลนี้คือการสร้างทีมที่ดุดัน เปี่ยมด้วยพลังงาน ความกล้าหาญเมื่อครองบอล และความสามารถในการเคลื่อนบอลที่รวดเร็ว” แลมพาร์ดอธิบาย

“ผมนับถือทีมที่อยู่ระดับท็อปของลีกในตอนนี้ เมื่อดูจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้และลิเวอร์พูลแล้ว ความเร็วเกมของพวกเขาคือความเร็วในระดับที่ผมอยากเห็นจากทีมของผม”

- อ่าน : แฟรงค์ แลมพาร์ดประเมินตัวเลือกในทีมเชลซี และยืนยันรายชื่อทีมงานเบื้องหลัง

“อัตราการทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผมและมันเริ่มต้นตั้งแต่สนามซ้อม ผมรู้มากยิ่งขึ้นในฤดูกาลที่ผ่านมา หลังได้คุมทีมดาร์บี้ ผมมักจะโฟกัสว่าตัวเองเป็นนักเตะเสมอ แต่ตอนนี้ผมสามารถมองนักเตะได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น และได้เห็นการผลักดันนักเตะจริงๆ ในช่วงฝึกซ้อม และผลงานในช่วงสุดสัปดาห์ นี่คือสิ่งที่ใหญ่มากสำหรับผม”

ชีวิตของแลมพาร์ดในฐานะผู้จัดการทีมนั้นยังผ่านมาไม่นานนัก แต่เขาก็ย้ำว่าต้องการได้รับการมองในฐานะโค้ชที่มองไปข้างหน้า มากกว่าแค่นักเตะเก่าที่ใช้ผลงานในอดีตเป็นจุดขาย

“ผมรู้ว่าหลายๆ คนจะถามผมเกี่ยวกับยุคสมัยที่ผมเล่นอยู่ และถามว่าผมอยากจะตั้งมาตรฐานเดียวกันกับตอนนั้นหรือไม่ แต่สิ่งที่คุณจะไม่ได้ยินจากผมเลยคือ ‘ตอนที่ผมเล่น’ หรือ ‘เราเคยทำแบบนั้นแบบนี้’ เราไม่อยากย้อนกลับไปในอดีตเพราะโลกฟุตบอลมันเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ผมอยากจะเป็นคนที่เปิดใจและเดินหน้าไปมากกว่า”

“เรามีมาตรฐานที่ดีในตอนที่ผมอยู่ที่นี่ในฐานะนักเตะ แต่ผมไม่เปรียบเทียบกับทีมเก่าหลังจบเกมทุกเกม เพราะเราต้องเดินไปข้างหน้าเท่านั้น”

บอสของเรายังได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ของเขาที่อยากจะพัฒนานักเตะในทีม ซึ่งบางคนก็เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมมาตั้งแต่ตอนก่อนที่เขาย้ายทีมไปเมื่อปี 2014

“เชลซีเป็นสโมสรที่มีมาตรฐานสูง และมีแนวทางในการทำงานที่เราพยายามนำเข้าไปสู่นักเตะ แต่พวกเขาก็มีสิ่งที่อยู่ในตัวอยุ่แล้วเช่นกัน” แลมพาร์ดกล่าวต่อ “เราสามารถสร้างมาตรฐานได้ แต่พวกเขาก็ต้องเดินหน้าไปเจอกับทีมที่ยอดเยี่ยมมากมายในพรีเมียร์ลีก ผมอยากจะอยู่ใกล้กับลูกทีมเสมอ ผมอยากผลักดันพวกเขาแต่ก็อยากให้พวกเขารู้สึกว่าสามารถคุยกับผมได้ทุกเมื่อ”

“เราเคารพนักเตะ แต่เราก็คาดหวังให้พวกเขาทำตัวแบบมืออาชีพ เราจะให้ทุกอย่างกับพวกเขาจากวิทยาการกีฬา, อาหารที่ดี และบริการทางการแพทย์ชันเลิศ เพราะเราจำเป็นต้องให้นักเตะมีผลงานที่เหมาะสม ฝึกให้หนักที่สุด และพักผ่อนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

แลมพาร์ดถูกถามตลอดการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ว่าเขารู้สึกถึงการเดิมพันบ้างไหมกับการกลับมาสโมสรในครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อเขาเพิ่งเริ่มต้นคุมทีมได้ปีเดียวเท่านั้น เขายอมรับว่ามันอาจจะเสี่ยงต่อชื่อเสียงของเขา แต่สิ่งเดียวที่เขาโฟกัสคือการสร้างความทรงจำใหม่ๆ และประสบความสำเร็จให้มากขึ้น

“บางทีผมอาจจะกล้ามาก แต่ผมคิดว่าคุณต้องอยู่กับวงการฟุตบอลตต่อไป” เขากล่าว “ดาร์บี้เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมสำหรับผม แต่ผมอยากจะคุมทีมระดับท็อปด้วย และโอกาสนี้มันดีเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้ลง ผมตั้งใจจะเสี่ยงเพราะผมเชื่อมั่นในตัวเองอยู่”

“ผมอยากคิดว่าการเล่นในสนามของผมมันจบไปแล้ว และตอนนี้ผมจะพยายามเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุด ผมเข้าใจว่าหลายๆ คนคิดว่ามันเสี่ยง แต่ผมเลือกที่จะมองในแง่ดีมากกว่า และมาดูกันว่าผมจะประสบความสำเร็จเหมือนในตอนที่เล่นในสนามหรือไม่”

“ผมไม่คิดว่างานของเชลซีมันง่ายเพราะมีหลายๆ คนที่รอคอยโอกาสในการคุมทีมนี้อยู่มาก บางทีการที่ผมมาอยู่ที่นี่หลังคุมทีมไปแค่ปีเดียวมันอาจจะไม่ปกติ แต่ผมก็ภูมิใจและผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนตัดสินจากสิ่งที่ผมทำให้ได้”

ข่าวอื่นๆ