รายงานผล

รายงานผลพรีซีซั่น : โบฮีเมี่ยนส์ 1 เชลซี 1

การคุมทีมเชลซีของแฟรงค์ แลมพาร์ดเริ่มต้นด้วยการเสมอที่ดับลิน เมื่อมิชี่ บัตชูอายี่ยิงประตูได้ในช่วงต้นเกม แต่เสียประตูให้คู่แข่งในช่วงท้ายเกมพรีซีซั่นนัดแรกในช่วงซัมเมอร์นี้...

นักเตะ 22 คนที่เดินทางถึงไอร์แลนด์ตั้งแต่วันศุกร์ ถูกสับเปลี่ยนตัวลงสนามตลอดทั้ง 90 นาที ขณะที่กลุ่มที่เดินทางมาสมทบในวันจันทร์ยังไม่ได้ร่วมลงแข่ง

บัตชูอายี่ยิงประตูได้ตั้งแต่นาทีที่ 8 หลังจากที่เคเนดี้ยิงไปติดเซฟแล้วบอลมาเข้าทางในระยะ 18 หลา บิลลี่ กิลมัวร์และติเอมูเอ้ บากาโยโก้เองก็มีโอกาสได้ลุ้นประตูหลังพักครึ่ง แต่เชลซีไม่สามารถทำเพิ่มได้ และมาเสียประตูในช่วงท้ายเกมทำให้จบลงที่ผลเสมอกัน

เกมต่อไปเราจะไปเจอกับทีมเซ็นต์ แพทริกในคืนวันเสาร์ ก่อนหน้านั้นทีมจะกลับไปที่แคมป์ฝึกซ้อมที่ดับลินเพื่อทำงานกันต่อ

แลมพาร์ดเลือกส่งทีมที่ผสมผสานระหว่างนักเตะรุ่นเยาว์กับนักเตะที่มากประสบการณ์ ส่งวิลลี่ กาบาเยโร่ลงเฝ้าเสาและมีแบ็คโฟร์ที่มีเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าและเคเนดี้ร่วมอยู่ด้วย ขณะที่แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, อีธาน อัมพาดู และคอนอร์ กาลาเกอร์ยืนมิดฟิลด์ บัตชูอายี่ลงเป็นหัวหอก ขนาบข้างด้วยเปโดรแลพเคซี่ย์ ปาล์มเมอร์

ก่อนเกมเริ่มมีการยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้กับโอแรน ทัลลี่ แฟนบอลเชลซีที่จากไปในวัยเพียง 19 ปี หลังป่วยหนัก

เชลซีเริ่มเกมในแผน 4-2-3-1 โดยมีกาลาเกอร์เป็นมิดฟิลด์แดนหน้า เริ่มต้นเกมมาเพียง 8 นาทีเชลซีก็ได้ประตูแรกของพรีซีซั่น และเป็นบัตชูอายี่ที่ยิงเข้าประตู

ประตูแรกในยุคแลมพาร์ด : CHE 1-0 BOH

เคเนดี้ดันเกมขึ้นมาจากแบ็คซ้ายแล้วเล็งไปที่กรอบ แต่บอลพุ่งไปด้านข้างก่อนจะไปเข้าทางให้สไตรค์เกอร์ชาวเบลเยี่ยมยัดซ้ำอย่างมั่นใจเข้าไปที่บนประตูไม่มีเหลือ

ช่วง 15 นาทีแรกเชลซีคุมเกมได้ตลอด และความฟิตของทีมเชลซีดูไม่เลวทีเดียวเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่กำลังอยู่ระหว่างการแข่งขันในลีก เปโดรปั่นฟรีคิกข้ามมาให้กาลาเกอร์ยิงจากด้านขวาแต่ยังทำประตูเพิ่มไม่ได้

อัมพาดูเล่นในแดนกลางได้ดีตลอดช่วงครึ่งแรก

อัมพาดูและดริงค์วอเตอร์ทำหน้าที่สกัดบอลในแดนกลางได้ดีแม้ว่าจะเป็นช่วงพรีซีซั่นก็ตาม แต่ฝั่งเจ้าบ้านก็ค่อยๆ คุมเกมได้มากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้กาบาเยโร่ต้องทำหน้าที่เซฟครั้งแรกในช่วง 10 นาทีก่อนหมดเวลาครึ่งแรก แดนนี่ มานดรูว์วิ่งทะลวงขึ้นมาจากแดนกลางแล้วยิง แต่กาบาเยโร่ชกบอลเคลียร์ออกไปได้

เชลซีกลับลงสนามช่วงครึ่งหลังโดยเปลี่ยนผู้เล่นยกทีม หนึ่งในนั้นคือดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า, บากาโยโก้, เคิร์ท ซูม่า และอิซซี่ บราวน์

เริ่มต้นครึ่งหลังมาเชลซีทำได้ดีและเกือบจะได้ประตูที่สอง เมื่อกิลมัวร์ยิงไปติดข้างประตู ก่อนที่บากาโยโก้จะยิงอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ผ่านแนวรับของโบฮีเมี่ยนส์

กิลมัวร์มาเกือบได้ประตูอีกครั้งจากจังหวะที่ดันเกมจากแดนกลางแล้วจ่ายไปให้ลูคัส เปียซอน ก่อนที่นักเตะชาวบราซิลจะจ่ายคืนมาให้กิลมัวร์ยิง แต่นายทวารของเจ้าบ้านก็ไม่ปล่อยให้เข้าง่ายๆ

กิลมัวร์เกือบจะยิงสองประตูได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง

ความฟิตยังคงเป็นเป้าหมายหลักในเกมช่วงครึ่งหลัง โบฮีเมี่ยนส์มีการเปลี่ยนตัวเช่นกัน หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มดันเกมได้มากขึ้นและสร้างโอกาสยิงประตูได้หลายครั้ง แต่ยังไม่เข้าเป้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเกม เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอสำเร็จจากจังหวะที่เอริค มอลลี่บุกเดี่ยวเข้ามายิงประตูได้สำเร็จ

อิเค อั๊กโบยังมีเวลาพอที่จะสร้างโอกาสกลับไปนำให้ทีมหลังซัปปาคอสต้าลากบอลขึ้นไปด้านขวาแล้วจ่ายให้เขายิง แต่โดนเซฟไว้ได้ก่อน บราวน์เองก็มีโอกาสลุ้นที่หน้ากรอบเช่นกัน แต่โบฮีเมี่ยนส์ก็ยังยันสกอร์เสมอเอาไว้ได้

บอสใหม่ของเราวิเคราะห์เกมจากข้างสนาม

ทีมของแลมพาร์ดจะกลับไปฝึกซ้อมกันต่อในแคมป์ ก่อนจะแข่งกับเซ็นต์ แพทริกอีกสามวันหลังจากนี้

ทีมเชลซีช่วงครึ่งแรก (4-2-3-1) : กาบาเยโร่, สเตอร์ลิ่ง, อัซปิลิเกวต้า (c), กุยฮาย, เคเนดี้, อัมพาดู, ดริงค์วอเตอร์, เปโดร, กาลาเกอร์, ปาล์มเมอร์, บัตชูอายี่
ครึ่งหลัง : คัมมิ่ง, ซัปปาคอสต้า, ชาโลบาห์, ซูม่า, มัตเซน, เบคเกอร์, บากาโยโก้, เปียซอน, กิลมัวร์, บราวน์, อั๊กโบ
ผู้ทำประตู : บัตชูอายี่ น.8

ข่าวอื่นๆ