สัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับเดอะรอยัลส์

เชลซีและเรดดิ้งมักจะเผชิญหน้ากันไม่บ่อยนักนับตั้งแต่เดอะรอยัลส์เข้าร่วมฟุตบอล ลีก ปี 1921 ทั้งสองสโมสรมีความสัมพันธ์กันเหนียวแน่นในเรื่องของผู้เล่นและผู้จัดการทีม

ทั้งสองทีมเจอกันเพียง 20 ครั้งในลีกและฟุตบอลถ้วยตลอด 98 ปีที่ผ่านมา และในเดือนมกราคม ปี 2013 นับเป็นครั้งล่าสุดที่พบกัน เมื่อพวกเราบุกไปเสมอ 2-2 ที่มาเดสกี ในพรีเมียร์ลีก

เนื่องจากเดอะบลูส์จะเดินทางไปเยือนถิ่นเบิร์กเชียร์ในสุดสัปดาห์นี้เพื่อลงเล่นพรีซีซั่นกับทีมจากเดอะแชมเปี้ยนชิพ พวกเรามาดูกันว่ามีใครบ้างที่เคยลงเล่นหรือคุมทั้งสองสโมสร

เคอร์รี่ ดิ๊กสัน

มีข้อสงสัยอันน้อยนิดเกี่ยวกับการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดของเชลซีจากเรดดิ้ง เคอร์รี่ ดิ๊กสัน เป็นเครื่องจักรถล่มประตูในช่วงที่เขาอยู่กับเดอะรอยัลส์ โดยยิงไปทั้งหมด 26 ลูก ในฤดูกาล 1982/83 และคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดในดิวิชั่นสามเดิม แม้ว่าทีมจะตกชั้นก็ตาม

เขายังคงไล่ถล่มประตูอย่างต่อเนื่องหลังจากย้ายมาอยู่กับเดอะบลูส์ และจบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวดิวิชั่นสองที่ 28 ประตู และยังพาพวกเราเป็นจ่าฝูงของตารางในฤดูกาล 1983/84 และในลีกสูงสุดเขายังเป็นดาวยิงสูงสุดร่วมกับแกรี่ ลินีเกอร์ ในปีถัดมา โดยทำไปทั้งหมด 24 ประตู

ดิ๊กสันกลายเป็นตำนานของเดอะบริดจ์ด้วยการรับใช้สโมสรถึงเก้าฤดูกาล ลงเล่นทั้งหมด 420 เกม และทำไปทั้งหมด 193 ประตู กลายเป็นดาวยิงสูงสุดอันดับสองตามหลังบ็อบบี้ แทมบ์ลิง หลังจากที่ย้ายออกจากสโมสรในปี 1992

สตีฟ ฟรานซิส

ผู้ที่ย้ายจากถิ่นลอนดอนตะวันตก ไปเบิร์กเชียร์ในช่วงกลางปี 1980 คือ ผู้รักษาประตู สตีฟ ฟรานซิส ที่ลงสนามให้กับเชลซีตั้งแต่อายุ 17 ในปี 1981 นอกจากนี้เขายังลงแทนที่ผู้เล่นที่บาดเจ็บ เอ็ดดีย์ นิดซวิกี ในศึกฟูล เมมเบอร์ส คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่คว่ำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 1986

เขาลงสนามทั้งหมด 88 เกมให้กับเดอะบลูส์ ก่อนที่จะถูกขายให้เรดดิ้งในปี 1987 และสร้างตัวเองเป็นผู้รักษาประตูดาวเด่น เขาคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในฤดูกาล 1986/87 และลงเล่นในศึกฟูล เมมเบอร์ คัพ รอบชิงชนะเลิศอีกหนึ่งครั้งในปี 1988 และลงสนามมากกว่า 250 เกม ให้กับเดอะรอยัลส์ ก่อนที่จะย้ายไปฮัดเดอร์สฟิลด์ ปี 1993

สตีฟ ซิดเวลล์

หลังจากก้าวขึ้นมาจากชุดเยาวชนของอาร์เซนอล สตีฟ ซิดเวลล์ สร้างชื่อของเขาในตำแหน่งมิดฟิลด์ที่เรดดิ้ง และกลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ที่ช่วยพาเรดดิ้งเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในปี 2006 และยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าอันดับแปดในพรีเมียร์ลีกในปีถัดมา

หลังจากลงเล่นไปทั้งหมด 187 เกม ให้กับเรดดิ้งสี่ฤดูกาลครึ่ง เขาย้ายมาเชลซีแบบไร้ค่าตัวในปี 2007 แต่เขาไม่สามารถสร้างชื่อได้ที่เดอะบริดจ์ และลงเล่นไปเพียง 25 เกม ก่อนที่จะย้ายไปแอสตัน วิลล่าในซัมเมอร์ถัดมา

จอห์น สวิฟต์

ผลผลิตจากอะคาเดมี่ของเชลซี จอห์น สวิฟต์คว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ และเอฟเอ พรีเมียร์ลีก ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ในปี 2012 ก่อนที่เขาจะลงเล่นชุดใหญ่เพียงหนึ่งเกม จากการเปลี่ยนตัวลงสนามในเกมที่เอาชนะคาร์ดิฟฟ์ 2-1 นัดสุดท้ายของฤดูกาล 2013/14

หลังจากที่ถูกปล่อยยืมตัวหลายสโมสร มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้ย้ายไปอยู่กับเรดดิ้งในปี 2016 และลงเล่นไปมากกว่า 100 นัดให้กับสโมสรในเบิร์กเชียร์ตลอดสามฤดูกาลที่ผ่านมา

นักเตะที่ปล่อยยืมตัว

ในฤดูกาลก่อนหน้านี้ เชลซีได้ปล่อยตัวนักเตะดาวรุ่งหลายคนให้กับเรดดิ้งด้วยสัญญายืมตัวเพื่อเก็บประสบการณ์

นาธาเนียล ชาโลบา และนาธาน อเก้ ใช้เวลาอยู่ในถิ่นมาเดสกีฤดูกาล 2014/15 ส่วนปีกชาวบราซิล ลูคัส เปียซอน ลงให้กับเรดดิ้งในปีถัดมา ขณะที่ลูอิส เบเกอร์ และแมตต์ มิอัซก้า ลงเล่นให้กับเดอะรอยัลส์ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันปราการหลังชาวจาเมกาไมเคิล เฮ็คเตอร์ ย้ายมาจากเรดดิ้งในปี 2015 และใช้เวลายืมตัวอยู่กับอดีตสโมสร ก่อนที่จะย้ายไปแฟรงค์เฟิร์ต, ฮัลล์ ซิตี้ และเซฟฟิลด์ เวนส์เดย์

ผู้จัดการทีม

มีผู้จัดการทีมเรดดิ้งหลายคนที่เคยมีความสัมพันธ์กับชลซี เท็ด เดร็ค เป็นผู้จัดการทีมของเดอะรอยัลส์ปี 1947-1952 ก่อนที่จะมาคุมทีมเชลซี และพาพวกเราคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในฤดูกาล 1954/55

กัปตันทีมในยุคของเดร็คที่พาทีมคว้าแชมป์อย่าง รอย เบนท์ลีย์ เข้ามาคุมเรดดิ้งปี 1963-1969 และต่อมาเขากลายเป็นเลขาของสโมสร

เอียน พอร์ตฟิลด์ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของบ็อบบี้ แคมป์เบลล์ ตอนที่เดอะบลูส์เลื่อนชั้นขึ้นมาได้สำเร็จจากดิวิชั่นสองฤดูกาล 1988/89 แต่ผู้ช่วยชาวสก็อตแลนด์ย้ายออกจากไปคุมเรดดิ้งในเดือนพฤศจิกายน 1989 ก่อนที่จะกลับมาคุมทีมเดอะบริดจ์ในปี 1991

อดีตโค้ชของเชลซี เบรนดัน ร็อดเจอร์ส (2009) และพอล คลีเมนต์ (2018) คุมทีมเรดดิ้งในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะที่อดีตกองหลังและผู้ช่วยผู้จัดการทีมของเชลซี สตีฟ คล้าร์ก เข้ามาคุมทีมปี 2014-2015 และพาเดอะรอยัลส์ไปถึงรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ

ข่าวอื่นๆ