ข้อมูลก่อนแข่ง : เชลซี พบ เลสเตอร์

ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์วันอาทิตย์นี้จะมีการต้อนรับสุดพิเศษรอเราอยู่ ริค แกลนวิลล์ นักประวัติศาสตร์สโมสร และพอล ดัทตั้น นักสถิติ เตรียมข้อมูลก่อนเกมต้อนรับแฟรงค์ แลมพาร์ดกลับบ้านมาให้ได้อ่านกัน...

ประเด็นพูดคุย

ไม่ต้องสงสัยเลยสแตมฟอร์ด บริดจ์จะอยู่ในจุดที่ยอดที่สุดเมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ดนำทีมลงสนามครั้งแรกในเกมพบเลสเตอร์ ซิตี้วันอาทิตย์นี้ เชลซีไม่แพ้ใครในลีกที่เดอะบริดจ์มา 9 นัดแล้ว และสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของสโมสรที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด นับตั้งแต่มีนาคม 1965

ทั้งสองทีมกำลังตั้งตารอคอยการทำประตูแรกในลีกสูงสุดอยู่ การแพ้เลสเตอร์ในเกมเหย้า 0-1 เมื่อเดือนธันวาคมเป็นครั้งเดียวของเราในฤดูกาลที่ผ่านมา และเป็นครั้งที่สองจากการพบกับเลสเตอร์ 13 นัด (ชนะ 7 เสมอ 4) และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000

อีกด้านหนึ่ง เชลซีแพ้แค่เกมเดียวจากเกมเหย้านัดแรกของฤดูกาลในลีก และแพ้แค่นัดเดียวจาก 22 นัดล่าสุดในลีกที่เดอะบริดจ์ (ชนะ 13 เสมอ 8)

สถิติสำคัญ
เชลซีชนะเกมเหย้านัดแรกของฤดูกาลมาแล้ว 14 นัดจาก 16 ฤดูกาลล่าสุด

นักเตะรุ่นเยาว์จากอะคาเดมี่

เบรนแดน ร็อดเจอร์สเป็นอดีตนักเตะรุ่นเยาว์และทีมสำรองของเชลซี ในปี 2007 เขาบอกบทบาทของตัวเองที่ค็อบแฮมว่าเป็น “การสร้างสะพานเชื่อมระหว่างอะคาเดมี่และทีมชุดใหญ่ ทำให้มั่นใจว่าหลายๆ คนจะข้ามสะพานนั้นมาได้อย่างราบรื่น” ดังนั้นเขาต้องเห็นความศรัทธาในนักเตะรุ่นเยาว์ของทีมงานในปัจจุบันได้แน่นอน

เขาตั้งเป้าที่จะรักษาการส่งนักเตะจะอะคาเดมี่เข้ามาในทีมชุดใหญ่อยู่ตลอด และ “หากเราส่งเข้ามาได้ปีละคน ก็ถือว่าโอเคแล้ว” เขาบอกไว้ในตอนนั้น

ไม่กี่เดือนหลังแลมพาร์ดเข้ามาคุมทีม เราได้ประทับใจกันไปแล้วในเกมซูเปอร์คัพ จากสไตล์การจ่ายบอลที่ลื่นไหลและดุดัน ขณะที่ทางทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์มักจะใช้การจ่ายบอลยาวไปหาปีกข้างดาวเด่นอยู่เสมอ

ไม่มีแฟนเชลซีคนไหนที่ไม่เห็นพัฒนาการของนักเตะรุ่นใหม่ และวันอาทิตย์นี้แน่นอนว่าเด็กๆ จะได้สัมผัสกับเสียงเชียร์ที่ดังแน่นอนเมื่อตำนานดาวซัลโวสูงสุดของเราลงสนาม

 

เอ็นโกโล่ ก็องเต้กลับมาแล้ว

เชลซีเสียคริสเตนเซ่นไปจากการบาดเจ็บช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่โทนี่ รูดิเกอร์และวิลเลี่ยนนั่งสำรอง แต่โอกาสของพวกเขาอาจมาถึงแล้วในสุดสัปดาห์นี้

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ใกล้จะกลับมาฟิตเต็ม 100% อีกครั้งแล้ว ในเชิงแท็คติก เชลซีเล่นเกมรับที่ลึกมากขึ้นและกระชับขึ้นในเกมที่พบลิเวอร์พูล เมื่อเทียบกับเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มีระบบการเล่นที่แน่นอนมากขึ้น กดดันคู่แข่งได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งก็องเต้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีใครทำได้ดีกว่าเขาในช่วงเวลาเหล่านั้น

แอสซิสต์แรกของคริสเตียน พูลิซิช (และเชลซี) ในฤดูกาล 2019/20 แสดงให้เห็นการทำงานหนักที่ผ่านมาได้ดีเยี่ยม ขณะที่เขาและเมสัน เมาท์ต่างก็พลาดประตูแรกของฤดูกาลไปจากธงล้ำหน้าของกรรมการ

แทมมี่ อับราฮัมทำหน้าที่ได้น่าประทับใจ แต่การพลาดจุดโทษนั้นกลายเป็นเรื่องที่บดบังสิ่งที่ดีไปจนหมด จอร์จินโญ่ยิงเปิดฤดูกาลได้จากจุดโทษ

ด้านทีมเยือน คักลาร์ โยซุนคู ลงเล่นแทนที่แฮร์รี่ แม็กไกวร์ คู่กับจอห์นนี่ อีแวนส์ นักเตะทีมชาติตุรกีวัย 23 ปีไม่ค่อยเจอกับปัญหามากนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในเกมพบวูล์ฟ (เกมที่สามของเลสเตอร์ในลีกที่ไม่มีประตู)

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มักจะใช้แผนบุกสวนแบบ 4-5-1 ใช้อะโยเซ่ เปเรซและเจมส์ แมดดิสันเป็นตัวทำเกม ส่วนนอมปาลิส เมนดี้ยังคงรอดูอาการอยู่

เชลซี พบ เลสเตอร์ : เมื่อไร, ที่ไหน และความพร้อมของทีม
เริ่มเตะ : 22.30 น.
กรรมการ : แกรห์ม สก็อตต์
VAR : ไมค์ ดีน
ติดโทษแบน : เชลซี – ไม่มี, เลสเตอร์ – ไม่มี
บาดเจ็บ : เชลซี – ฮัดสัน-โอดอย, เจมส์, คริสเตนเซ่น, ลอฟตัส-ชีค ; เลสเตอร์ – เมนดี้

ข่าวอื่นๆ