สัมภาษณ์

เจาะลึกเรื่องราวของเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ตอนที่ 2 : บทบาทกัปตันทีม, แฟรงค์ แลมพาร์ด และอะคาเดมี่ของเชลซี

ในบทความตอนแรกที่เราพูดคุยกับกัปตันทีมเชลซี เซซาร์ อัซปิลิเกวต้าได้พูดคุยถึงหน้าที่ในการนำทีมและย้อนเรื่องราวการเป็นกัปตันในทีมชาติรุ่นเยาวชน วันนี้เขาบอกกับเราถึงแบบอย่างที่มีอิทธิพลกับตัวเขาในอดีต และการนำทัพสิงห์หนุ่มของเชลซีในฤดูกาลนี้...

เรียนรู้จากแฟรงค์ แลมพาร์ดและจอห์น เทอร์รี่

“จอห์น เทอร์รี่เป็นส่วนสำคัญในการค้าแข้งของผมกับเชลซี เขาคือกัปตันทีมเราก่อนหน้านี้ และผมได้มีโอกาสพบปะกับเขาทุกวันทั้งในและนอกสนาม” อัซปิลิเกวต้ากล่าว

“แนวทางที่เราฝึกซ้อมและแนวทางที่เขานำทีม เทอร์รี่เป็นคนที่มีอิทธิพลสูงและนั่นคือสิ่งที่เราต้องเก็บเกี่ยวมาจากเขาให้ได้ และมันช่วยได้เยอะเลย”

หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่แน่นอนว่าต้องเป็นแฟรงค์ แลมพาร์ด รองกัปตันของ JT เมื่อตอนนั้น คงไม่ต้องบอกว่าการที่ทั้งกัปตันทีมและผู้จัดการคนปัจจุบันเคยเล่นร่วมกันมาก่อนนั้นช่วยให้การทำงานของอัซปิลิเกวต้าง่ายขึ้นแค่ไหน

การที่แลมพาร์ดพร้อมเสมอในทุกช่วงการฝึกซ้อมเป็นสิ่งที่ตราตรึงในใจกัปตันชาวสเปนมาตลอด เขาจำได้ว่าเห็นแลมพ์ยังคงอยู่ซ้อมต่อทุกครั้งเพื่อฝึกยิงประตูให้ได้ดีในแบบที่เราเห็นกันมา

“นี่คือสิ่งที่ผมเห็นมาจากการได้อยู่ในทีมเดียวกัน ตอนนี้ผมได้เห็นเขาอีกครั้งในฐานะผู้จัดการทีมแล้ว” อัซปิกล่าว “ความหลงใหล, ความกระหายชัยชนะนั้นหล่อหลอมให้เขากลายเป็นผู้ชนะในที่สุด”

“ผมสะท้อนสิ่งที่เห็นมาที่ตัวเอง กับการมาอยู่ที่ค็อบแฮมนี้ ผมรู้จักสโมสรดี รู้จักคนรอบข้างและผมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของสโมสร ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปสนามซ้อม ผมชอบที่จะเอาชนะเกมแย่งบอลทุกเกม หรือเกมอะไรก็ตามในช่วงซ้อม ผมอยากจะนำเอาสิ่งเหล่านั้นลงไปใช้ในเกม ซึ่งผมภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้นำทีมเชลซี”

อะคาเดมี่ของเชลซี

ฤดูกาลนี้เชลซีใช้นักเตะชุดที่อายุน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก บทบาทของกัปตันจึงน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญมากยิ่งขึ้นในยุคใหม่ของสโมสรนี้

“นี่คือความท้าทายครั้งใหม่เลยครับ และมันไม่ใช่เรื่องปกตินักที่ทีมจะโดนโทษแบนห้ามซื้อตัวนักเตะใหม่” อัซปิลิเกวต้ายอมรับ

“เรามีนักเตะหลายคนที่มาจากอะคาเดมี่ ถือเป็นความรับผิดชอบครั้งใหญ่เลยครับ แต่ผมก็แฮปปี้กับบทบาทนี้นะ ผมมีโอกาสได้เล่นหลายเกมและคว้าถ้วยมาหลายรายการ ดังนั้นหน้าที่ของผมคือช่วยน้องๆ ให้ได้เข้ามาอยู่ในทีมและมั่นใจมากพอที่จะแสดงศักยภาพออกมาให้เต็มที่”

“ผมพร้อมเสมอที่จะช่วยในเวลาที่น้องๆ ต้องการ ทุกคนรู้ว่าผมอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเต็มที่ แต่สิ่งที่ผมมีอยู่เสมอคือความหลงใหลและกระหายชัยชนะ นั่นคือสิ่งที่เราต้องไม่เสียมันไป”

เมื่อพูดคุยถึงการแพ้การแข่งขัน นี่คือหนึ่งในหน้าที่ที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับการเป็นกัปตัน ซึ่งเขามักจะเป็นคนแรกๆ ที่ต้องคุยกับสื่อทันทีหลังออกจากสนาม

“มันยากนะ” เขาบอก

“บางครั้งคุณไม่อยากอยู่ตรงนั้นเลยเพราะอารมณ์และความรู้สึกมันยังไม่เข้าที่ แต่ผมมีประสบการณ์มาแล้ว มีคาแร็คเตอร์ที่เผชิญหน้ากับความจริงอยู่เสมอ ในเวลาที่คุณเป็นกัปตันนั้นผมทำได้ดีมาก และตอนนี้เรามีทีมที่หนุ่มขึ้น บางครั้งคุณต้องเผชิญหน้ากับเรื่องแบบนี้เพราะนี่คือส่วนหนึ่งในงานของคุณ”

นี่คือส่วนหนึ่งของงานที่มีความสมดุลมากกว่าการชูถ้วยหลังจบฤดูกาลเท่านั้น

“ผมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมเสมอไม่ว่าทุกอย่างจะไปได้ดีหรือไม่ก็ตาม” อัซปิกล่าวสรุป

“ผมเป็นคนแรกที่ต้องวิเคราะห์และปรังปรุง เริ่มที่ตัวผมก่อนเลย เพราะผมเป็นคนที่ชอบชัยชนะเสมอ และพยายามเข้าใกล้จุดที่ดีที่สุด”

“ด้วยบุคลิก ความหลงใหล และคาแร็คเตอร์ของผมทำให้ผมพยายามสร้างแรงผลักดันให้กับคนรอบข้างตลอดช่วงฝึกซ้อมและทุกการแข่งขัน เมื่อมีเวลาที่ยากลำบากกับแฟนบอล ผมเป็นคนแรกที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือทุกคน เรารู้ว่าเราคือเชลซีและเรามีภาระหน้าที่หนักหน่วงมากทั้งในและนอกสนาม คุณต้องพร้อมเสมอในทุกช่วงเวลา”

- คลิ๊กที่นี่เพื่อซื้อแบบเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าทางร้านค้าออนไลน์ของเรา

ข่าวอื่นๆ