สัมภาษณ์

โจ โคล กับการกลับมาทำงานร่วมกับเชลซี และบทบาทในอะคาเดมี่

หลังคว้าแชมป์ 6 รายการในช่วงเวลา 7 ปีที่อยู่กับเชลซี โจ โคลได้กลับมาทำงานกับทีมอีกครั้งในบทบาทโค้ชของอะคาเดมี่ และเขาก็คงมีความสุขมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ในฐานะโค้ชเทคนิคของอะคาเดมี่ 6 เดือนข้างหน้านี้อดีตนักเตะวัย 37 ปีจะได้ร่วมงานกับนักเตะรุ่นเยาว์ในหลายๆ กลุ่มอายุ รวมถึงทีม U18 และทีมเยาวชน ซึ่งเขามีเป้าหมายในการส่งต่อความรู้ที่เขาสะสมมาตลอดช่วงค้าแข้งไปสู่นักเตะรุ่นเยาว์ของเชลซี

ไม่นานหลังจากที่เริ่มต้นบทบาทใหม่ของเขา โคลก็ได้มาพูดคุยกับเว็บไซต์เชลซีเกี่ยวกับการกลับมาทำงานกับสโมสร และสิ่งที่เขาจะนำเข้ามาให้กับทีมได้ ตลอดจนบทเรียนสำคัญที่เขาได้เรียนรู้มาตั้งแต่อายุยังน้อย...

โจ โคล เริ่มต้นทำงานเต็มรูปแบบแล้ว

เขาเป็นแฟนบอลเชลซีตั้งแต่ยังเด็ก จนในปี 2003 เขาก็ได้เข้ามาเล่นให้ทีมในฝันตั้งแต่เด็กโดยย้ายมาจากทีมเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด

โคลเติบโตขึ้นจนกลายมาเป็นกำลังสำคัญของทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในปี 2005 และ 2006 ตลอดจนคว้าถ้วยได้อีก 4 รายการ และได้กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลโปรดปราน

ในตอนนี้เขาได้กลายมาเป็นโค้ชคนใหม่ เขาได้มอบภารกิจให้กับนักเตะที่หวังจะตามรอยเขาให้ได้ด้วย

“ผมดีใจมาก มันน่าตื่นเต้นมากเลยนะ” โคลกล่าว “ส่วนมากแล้วในโลกนี้เป็นเรื่องของตัวบุคคลมากกว่า แต่ฟุตบอลทำให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมในบางอย่างด้วยกัน ผมได้เป็นส่วนหนึ่งกับฟุตบอลมานานมาก มันน่าตื่นเต้นมากเลยที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมันอีกครั้ง และผมอยากจะช่วยให้สโมสรนี้ไปสู่ระดับท็อปของโลกให้ได้”

อดีตเพื่อนร่วมทีมของโคลหลายคนได้ผันตัวเข้ามาในด้านการคุมทีมแล้ว แฟรงค์ แลมพาร์ดคุมทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้ และจอห์น เทอร์รี่ก็เป็นผู้ช่วยของดีน สมิธอยู่ที่แอสตัน วิลล่า ขณะเดียวกันสก็อตต์ ปาร์คเกอร์ก็มีบทบาทเดียวกับเขาอยู่ที่ฟูแล่ม

แล้วอะไรที่โคลเชื่อว่าเขาจะนำเข้ามาสู่ทีมได้?

“แน่นอนว่าคือความรู้และประสบการณ์จากการเป็นนักเตะมา 20 ปี นี่แหละคือสิ่งที่ผมจะนำมามอบให้”

“ผมคิดว่าเส้นทางที่ผมผ่านมานั้นจะช่วยนักเตะรุ่นเยาว์ได้รู้ตัวเองมากขึ้น เพราะคุณได้ย่อเส้นทางที่พวกเขาอยากจะไปให้ชัดเจนขึ้น มันง่ายขึ้นมากเลย”

“พวกเขาอยากจะเรียนรู้ และนั่นคือข้อดีของผม แต่ผมต้องมั่นใจก่อนว่าผมจะฮลาดมากพอที่จะส่งข้อมูลเหล่านี้ไปให้พวกเขาได้ ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาฟังผมเท่านั้น ผมจำเป็นต้องมั่นใจว่าข้อมูลที่ส่งไปนั้นชัดเจนว่าอะไรที่จำเป็นต่อการเป็นนักเตะเชลซี”

“คุณอยากจะอยู่กับคนที่มีคุณภาพ และทุกคนที่นี่ต่างก็เก่งๆ กันทั้งนั้น ผมรู้สึกว่าผมสามารถเพิ่มอะไรเข้าไปได้ และเราสามารถพัฒนานักเตะเหล่านี้ได้”

โคลพูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับงานของเขา และแนวทางที่เขามีผลกับนักเตะในค็อบแฮมช่วงที่ผ่านมา”
“ช่วง 6 สัปดาห์แรกผมจะช่วยจอห์น ฮาร์ลี่ย์กับทีม U18 เพราะแอนดี้ มายเออร์บาดเจ็บไป ดังนั้นผมจะทำหน้าที่ผู้ช่วยโค้ช” เขาบอก

“แต่มันจะคล่องตัวมากกว่า ผมได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมมาแล้ว ซึ่งมีหลายอย่างที่ผมได้เห็นมา ผมจะใช้เวลากับทีมอีกสองสามวันหรือนานกว่าสัปดาห์ ผมจะคุยกับทีม แมวมองนิดหน่อย หาตัวนักเตะเข้ามาเพิ่ม และช่วยเหลือพวกเขา หน้าที่ของผมมันกว้างมาก มันทำให้ผมมีโอกาสได้เห็นสโมสรจากทุกมุมมองเลย”

“ผมเคยเป็นโค้ชควบนักเตะอยู่ที่แทมป้า เบย์ ราวดี้ส์อยู่ 6 เดือน และผมก็ทำอะไรหลายๆ อย่างเลย แต่การฝึกซ้อมที่ผมลงซ้อมด้วยในตอนนี้ไปได้สวย และเด็กๆ ทุกคนก็ดูสนุกกันดีมากเลย”

โคลเป็นนักเตะคนล่าสุดที่ผันตัวมาเป็นโค้ชในอะคาเดมี่ของเรา ต่อจากมายเออร์, ฮาร์ลี่ย์, โทเร อังเดร โฟล และโจดี้ มอร์ริสที่เพิ่งย้ายไปช่วยงานแลมพาร์ดที่ดาร์บี้

อ่าน : โจ โคลประกาศแขวนสตั๊ด

นีล บาธ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเยาวชนพยายามนำเอาแบบอย่างที่ดีเข้ามาในอะคาเดมี่เพื่อส่งต่อความรู้ความสามารถให้กับนักเตะรุ่นใหม่เพื่อที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพ และยังมีโอกาสเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของเชลซีด้วย

“ผมคิดว่ามันยิ่งใหญ่มาก” โคลกล่าว “สโมสรนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และมันเติบโตขึ้นมาตลอด โดยเฉพาะในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีสายสัมพันธ์จากอดีตเข้ามาช่วย และเราจำเป็นต้องรู้ถึงคุณค่าและหลักการที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นนักเตะที่ดีของเชลซีได้”

“ทุกสโมสรต่างก็มีภาพลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และเชลซีก็เช่นกัน นักเตะรุ่นใหญ่หลายๆ คนช่วยส่งต่อความรู้ให้กับรุ่นเล็ก นั่นคือมาตรฐานที่เราพยายามรักษาเอาไว้ตลอด”

“มันเยี่ยมมากเลยที่ได้มาที่นี่และทำงานกับที่นี่ ผมชอบอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มากความสามารถ มันเป็นสิ่งที่อยู่ในใจผมมาตลอด และสโมสรก็ดีกับผมมาก หนึ่งในสิ่งที่นักเตะรุ่นเยาว์ยังไม่รู้คือมาตรฐานของที่นี่คืออะไร และการเป็นนักเตะเชลซีมีความหมายยังไง นี่คือสิ่งสำคัญ คุณจำเป็นต้องมีความคิดแบบนี้กับสโมสร”

ในตอนที่ยังหนุ่ม โคลมีประสบการณ์มากมาย เป็นหนึ่งในนักเตะมากพรสวรรค์ของประเทศ ทำให้มีความได้เปรียบกับตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน เขาได้พูดคุยถึงบทเรียนที่สำคัญที่เขาได้รับมาจากการลงเล่นตลอดชีวิตที่ผ่านมา

“มีหลายบทเรียนที่เราได้เรียนรุ้กันเมื่อคุณขึ้นไปเล่นให้ทีมชุดใหญ่ และเมื่อคุณรับรู้ถึงความเร็วของเกมนั้น” เขาบอก “ทุกๆ ระดับที่คุณขึ้นไป เกมมันจะยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ และคุณต้องเลือกเอาว่าจะยอมจมไปกับมันหรือสู้มันต่อไป”

“ครั้งแรกที่มีคนวิ่งผ่านคุณ เตะคุณ กระโดดข้ามคุณ หรือตะโดนใส่คุณ มันใหญ่มากเลยนะในฟุตบอลของผู้ชาย หรือครั้งแรกที่มีคนเข้ามารุมล้อมคุณ ผมจำได้เลยว่าเคยมีคนอายุรุ่นพ่อมาหาเรื่องผม มันสามารถกลืนกินคุณไปได้เลย ผมช็อคมากเลยนะ และคุณจะไม่รุ้เลยว่าต้องตอบโต้ยังไง นั่นน่าจะเป็นบทเรียนที่ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยเจอมาเลย”

จากประสบการณ์นั้น ทำให้โคลขยับเข้ามาอยู่ในโลกของการฝึกสอนนักเตะ

“ประสบการณ์คือข้อมูลที่ผมมีในตอนนี้ ดังนั้นมันคือสิ่งที่จะส่งต่อให้กับรุ่นใหม่” เขาบอก

“ผมคิดว่าทุกคนสามารถจัดการฝึกซ้อมได้ แต่ความงดงามของมันคือการส่งต่อ และสิ่งที่คุณพูดไปมันถูกที่ถูกเวลาหรือไม่ และไปถึงคนที่ถูกต้องหรือไม่ด้วย”

จากความสำเร็จที่เขามีกับสโมสรมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแฟนบอลเชลซีจะต้องสนับสนุนโคลให้เดินไปในทิศทางที่ถูกได้แน่นอน

ข่าวอื่นๆ