บทวิเคราะห์

เมาริซิโอ ซาร์รี่ กับการค้นหาฟุตบอลของตัวเองที่เชลซี และแรงผลักดันของทีมหลังแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เมาริซิโอ ซาร์รี่เจอกับคำถามมากมายว่าสไตล์การเล่นของเขาจะประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดของอังกฤษได้อย่างไร รวมไปถึงอนาคตของเขา ในระหว่างให้สัมภาษณ์หลังแพ้มา 6-0

แมนฯ ซิตี้เป็นฝ่ายที่มอบความปราชัยครั้งใหญ่ให้กับเชลซี จาก 4 ประตูในครึ่งแรก โดยเซร์คิโอ อเกวโร่ทำแฮตทริคได้สำเร็จในครึ่งหลังด้วย

เมื่อถูกถามว่าผลการแข่งนัดนี้ และนัดก่อนๆ ที่ผ่านมานั้นทำให้เขารู้สึกสงสัยบ้างหรือไม่ว่าสไตล์การเล่นของเขาจะเหมาะกับเชลซี ซาร์รี่ตอบคำถามไว้ชัดเจนว่า...

“ไม่ครับ เพราะวันนี้ผมไม่เห็นฟุตบอลของผมเลย เพราะตั้งแต่เริ่มต้นมามันได้ผล ดังนั้นตอนนี้เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่าทำไมช่วงเวลานี้มันไม่ได้ผลแล้ว”

“มันไม่ง่ายนะ ในตอนแรกเราเล่นเกมเยือนได้ดีกว่าเกมเหย้า ตอนนี้เราเล่นเกมเหย้าได้ดีกว่าเกมเยือน มันมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป ในตอนนี้ผมยังไม่สามารถเห็นเหตุผลที่เกิดขึ้น แต่ผมต้องทำงานเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ เพราะเป้าหมายของผมคือการเล่นฟุตบอลรูปแบบของผม ไม่ใช่เปลี่ยนไปแบบอื่น ซึ่งในตอนนี้เรากำลังเล่นในแบบอื่นกันอยู่”

หลังแพ้อาร์เซนอลมาเมื่อเดือนก่อน บอสของเราบอกว่าดูเหมือนมันยากมากที่จะสร้างแรงผลักดันให้กับนักเตะ เขาถูกถามว่าเกมที่แมนเชสเตอร์มีปัญหาเรื่องแรงผลักดันเช่นกันหรือไม่...

“ผมไม่คิดแบบนั้น ความรู้สึกระหว่างช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาของผมมันดีมากเลยนะ ในระหว่างที่ประชุมกันเมื่อวันทุกอย่างดีมาก และในช่วงวอร์มอัพก็ดีมากจริงๆ ดังนั้นความรู้สึกของผมคือในเกมนี้แรงผลักดันของทีมอยู่ในระดับที่ดีมากเลย”

“เราเริ่มต้นเกมได้ดี และมาเสียประตูในนาทีที่ 4 แบบที่แย่มากๆ ในตอนนั้นเราแต่ต้องตั้งเกมให้ได้ แต่เราก็ทำไมได้และทำพลาดติดต่อกันหลายครั้งกับคู่แข่งที่ผิด เราต้องบอกเลยว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้เล่นกันได้อย่างดีมากๆ”

คำถามต่อมาคือหลังผลงานและฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาของเชลซี เขารู้สึกกลัวที่จะเสียตำแหน่งงานนี้ไปหรือไม่?

“ผมไม่รู้ คุณต้องถามสโมสร ผมกังวลเรื่องทีมกับผลงานมากกว่า แต่งานของผมมันเสี่ยงอยู่เสมออยู่แล้ว ผมไม่กังวัลกับสโมสร คุณต้องถามเรื่องนี้กับสโมสรเอา"

ซาร์รี่เคลียร์ประเด็นเรื่องที่เขาไม่จับมือกับเป๊ปหลังจบเกม และคำอธิบายของเขาก็ได้รับการยืนยันจากบอสของซิตี้เองแล้วด้วยเช่นกัน...

“ตอนนั้นผมไม่เห็นเขานะ” ซาร์รี่บอก “แต่แน่นอนว่าปกติแล้วผมจะไปทักทายเขาทีหลัง มันบังเอิญนะเพราะผมอยากไปห้องแต่งตัวเร็วๆ ในตอนนั้นผมไม่เห็นเขา และผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเป๊ปเลย”

ข่าวอื่นๆ