สัมภาษณ์

เส้นทางสู่ฝัน : เอเด็น อาซาร์

เอเด็น อาซาร์เป็นผู้เล่นคนล่าสุดที่มาพูดคุยถึงเส้นทางการค้าแข้ง จากวันแรกที่โตมาในเบลเยี่ยม และความสำเร็จส่วนตัวกับเชลซี และความสำเร็จกับที่ฝรั่งเศส

นักเตะชาวเบลเยี่ยมได้พูดถึงการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ที่ฝรั่งเศส และการเดบิวต์สุดมหัศจรรย์ที่เชลซี ตลอดจนผลงานที่ดีที่สุดของเขา

ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กมากๆ เลย พ่อทูนหัวของผมเคยเป็นผู้จัดการทีมในหมู่บ้านและสวนที่บ้านผมนั้นอยู่ใกล้สนามมากเลย ผมดูพวกเขาฝึกซ้อมกันจากสวนที่บ้านของผม และผมก็ถามพ่อว่าผมจะไปเล่นด้วยได้มั้ย และพ่อก็บอกว่าได้ ผมอายุราวๆ 4-5 ปีเท่านั้นเอง และวกที่อยู่ในสนามก็อายุราวๆ 8-9 ปี ผมได้ไปฝึกซ้อมร่วมกับพวกเขาและผมก็ทำได้ดีทีเดียว หลังจากนั้นพ่อทูนหัวของผมก็บอกกับพ่อผมว่าเขารู้สึกว่าผมน่าจะมีพรสวรรค์ที่ดีในฟุตบอล

ผมย้ายไปเล่นให้ลิลล์ตอนอายุ 14 แต่ผมได้ฝึกซ้อมร่วมกับพวกเขาตั้งแต่ตอนอายุ 12 ผมได้ไปแข่งทัวร์นาเม้นต์ก่อน แต่เมื่อตอนอายุ 14 ผมบอกกับพ่อว่าผมจำเป็นต้องไปอยู่ที่นั่นแบบจริงจังเลย พ่อแม่อยากให้ผมอยู่บ้านก่อนเพราะผมยังเด็กมาก ดังนั้นผมจึงไปซ้อมในช่วงสัปดาห์และกลับบ้านในช่วงสุดสัปดาห์ ผมแฮปปี้มากที่ได้เล่นที่นั่น เพราะในตอนนั้นลิลล์เป็นหนึ่งในทีมที่มีอะคาเดมี่ดีที่สุดในฝรั่งเศสเลย เมื่อตอนที่ผมอายุ 15 ผมได้เริ่มฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ เมื่อผมมองย้อนกลับไปวันเหล่านั้นมันดีมากเลยนะ เพราะผมได้เจอกับเพื่อนที่ดีที่สุดหลายๆ คนที่นั่น และพวกเขายังคงเป็นเพื่อนของผมมาจนถึงวันนี้ ผมอายุ 16 ตอนที่ผมลงเดบิวต์ให้ทีมชุดใหญ่ของลิลล์

ฤดูกาล 2010/11 ลิลล์คว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ ซึ่งมันเหลือเชื่อมากเลย ครั้งล่าสุดที่ลิลล์ทำได้คือปี 1954 เมื่อฤดูกาลเริ่มต้นขึ้นคุณหวังว่าคุณจะจบที่อันดับ 4-5 เพราะทีมเปแอสเช, มาร์กเซย, โมนาโก เป็นทีมที่ดีกว่า แต่เมื่อฤดูนั้นเริ่มขึ้น เรารู้ว่าเรามีความพิเศษ มิคคาเอล ลองดรูว์ ผู้รักษาประตูของเรามหัศจรรย์มาก เรามีมูซา ซอว์ ที่ทำประตูได้ 25 ประตู ผมอยู่ที่นั่นพร้อมกับแชร์วินโญ่ที่ฟอร์มร้อนแรงสุดๆ เราน่าจะเป็นทีมที่ดีที่สุดในฝรั่งเศสตอนนั้นเลย สำหรับแฟนแล้วมันพิเศษมากเลยนะ เพราะพวกเขารอคอยมานานมาก หลังจากนั้นเราก็คว้าแชมป์บอลถ้วยได้อีก มันสุดยอดมากเลยนะ เราไม่ได้แข่งเกมที่เยี่ยมยอดในรอบชิงชนะเลิศ เกมมันจบที่สกอร์ 0-0 แต่สุดท้ายเราก็ทำประตูจากฟรีคิกได้ ผมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฝรั่งเศสเป็นปีที่สองติดต่อกัน แต่มันไม่ใช่รางวัลส่วนบุคคลเท่านั้น ทั้งทีมเราเล่นได้สุดยอดมาก รูดี้ การ์เซีย ผู้จัดการทีมของเราก็เยี่ยมมาก มันพิเศษมากเลยเมื่อคุณคว้าชัยชนะรายการอะไรซักอยย่างกับทีมที่คุณเริ่มต้นค้าแข้ง

ประเทศใหม่ ลีกใหม่

เกมเดบิวต์ในพรีเมียร์ลีกที่พบกับวีแกน ผมทำได้ดีมาก เมื่อคุณเริ่มต้น คุณคงไม่คาดหวังอะไรแบบนั้น เพราะคุณคิดว่ามันเป็นลีกใหม่ มันแตกต่างไปจากเดิม และบางทีมันก็ยากขึ้น แต่หลังผ่านไป 8 นาที ผมจ่ายบอลให้บรานิสลาฟ อิวาโนวิชยิงได้ และหลังจากนั้นผมก็ทำให้ทีมได้จุดโทษ ช่วงพรีซีซั่นผมรู้สึกดีมาก และความสัมพันธ์ของผมกับนักเตะคนอื่นๆก็ดีมาก มันทำให้ผมมั่นใจที่จะเล่น และหลังจากนั้นผมก็แค่พยายามทำในสิ่งที่ผมทำได้เมื่ออยู่ในสนาม

ผมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกกับเชลซีได้ในฤดูกาล 2014/15 และผมก็ได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA และ FWA ถือเป็นฤดูกาลที่สมบูรณ์แบบมากเลย เราได้แชมป์ทั้งทีมและส่วนตัวผมเองด้วย มันสุดยอดมากๆ ดิดิเยร์ ดร็อกบากลับมาเชลซีเพื่อช่วยเรา เราชนะได้หลายนัดเลย คว้าแชมป์ลีก คัพ และเราทำประตูได้มากมาย เราสนุกกันมากและนั่นคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นแชมป์

เราคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในฤดูกาล 2016/17 ความรู้สึกยังเหมือนเดิม แต่การคว้าแชมป์ของเรามันสุดยอดมาก เพราะตอนเริ่มฤดูกาลมาเรามีปัญหาบางอย่าง เราแพ้อาร์เซนอลและลิเวอร์พูล และหลังจากนั้นเราก็เปลี่ยนแปลงระบบการเล่นไปอย่างสิ้นเชิง เราเก็บชัยชนะได้หลายนัด และเมื่อจบฤดูกาลเราก็แฮปปี้กับชัยชนมาก สำหรับอันโตนิโอ คอนเต้แล้วมันก็ยิ่งดีไปอีกเพราะเขาคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่มาคุมเลย

ผู้จัดการทีมที่ผมเคยเล่นให้ ต่างก็มอบอะไรหลายๆ อย่างให้กับผม ตั้งแต่ที่ผมเริ่มเล่นให้โคล้ด ปูเอลที่ลิลล์ จนถึงเมาริซิโอ ซาร์รี่ในตอนนี้ พวกเขาทุกคนมองฟุตบอลในแบบที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเป็นนักเตะแบบทุกวันนี้ พวกเขาให้คำแนะนำที่สำคัญกับผม โชเซ่ มูรินโญ่มีความพิเศษมาก แต่แนวทางการเล่นของซาร์รี่และการ์เซียมันเหมือนกับหลักการของผมมากกว่า แต่ทุกคนต่างก็มอบอะไรให้ผมมากมายเลย

เวทีโลก

การเดบิวต์ของผมกับเบลเยี่ยมมันพิเศษมาก ผมอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น แต่เมื่อ 10 ปีก่อนมันเล่นง่ายกว่า เพราะทีมยังไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก เมื่อตอนที่เราเริ่มเล่นฟุตบอล คุณมักจะฝันว่าอยากเล่นให้ทีมชาติเสมอ ผมจำได้ว่านั่งอยู่ในรถแล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมรับและปลายสายคือผู้จัดการทีม เขาบอกผมว่าผมต้องไปพบกับทีมในวันรุ่งขึ้น ตอนนั้นผมคิดว่าเขาล้อเล่นด้วยนะ

ผมได้ลงเล่นในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ๆ มาสามรายการให้เบลเยี่ยม แต่ฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมามันเป็นประสบการณ์ที่เหลือเชื่อมากๆ สำหรับผมแล้วนักเตะและแฟนบอลต่างก็ประสบความสำเร็จด้วยกัน เราผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เมื่อปี 1986 เบลเยี่ยมจบที่อันดับสี่ ซึ่งทุกคนต่างก็พูดคุยกันในประเทศ แต่ครั้งนี้เราจบที่อันดับสาม การฉลองที่บรัสเซลหลังกลับจากรัสเซียมันคือสิ่งที่เราทุกคนเล่นฟุตบอลเพื่อสิ่งนั้น มันเป็นความผูกพันที่แข็งแกร่งระหว่างนักเตะและแฟนบอล และพวกเขาก็แฮปปี้กันมาก เพราะเราทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้

ผมคิดว่าชัยชนะในเกมพบบราซิลในรอบก่อนรองชนะเลิศเป็นผลงานที่ดีที่สุดในการค้าแข้งของผม แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกเกี่ยวกับเกมนั้นคือผมไม่ได้ทำประตูหรือแอสซิสต์เลย เพราะทุกคนต่างก็พูดถึงการทำประตูของผม แต่เราเล่นกันเป็นทีม และการเอาชนะบราซิลได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และคว้าแชมป์บอลโลกมาแล้ว 5 ครั้ง แต่เราเล่นได้ดีมาก ความทรงจำในครั้งนั้นจะอยู่กับผมไปตลอดกาลเลย

ตอนนี้ผมได้เล่นกับธอร์แกน น้องชายของผมในทีมชาติด้วย ผมรู้สึกดีมากเลย คีเลี่ยนอาจจะได้ขึ้นไปเล่นด้วยกันในอนาคต แต่การมีพี่น้องอยู่ในทีมเดียวกันมันหายากมากนะ มันพิเศษสำหรับเรามาก โดยเฉพาะกับพ่อแม่ของเรา เรามีความสุขกับการเล่นด้วยกัน เหมือนอย่างที่เล่นในสวนหลังบ้านเมื่อ 20 ปีก่อน เราแค่อยากจะทำให้ครอบครัวมีความสุขและทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ มีเกมหนึ่งที่เราทั้งคู่ทำประตูได้ มันเป็นความรู้สึกที่เยี่ยมมากเลยนะ มันไม่ง่ายเลยในตอนแรกที่เขาค้าแข้ง เพราะเขาเป็นน้องชายผม แต่เขาก็ทำได้ดีและผมก็ภูมิใจในตัวเขามาก

ข่าวอื่นๆ