ประวัติ

โจ โคล - เหตุผลของการคว้าแชมป์ลีก คัพ คือ ทุกสิ่งทุกอย่าง

เนื่องจากมีการแข่งขัน คาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นการนำไปสู่ความทรงจำในการคว้าแชมป์ลีก คัพ ในปี 2005 ซึ่งเป็นโทรฟี่แรกภายใต้ยุคของโรมัน อับราโมวิช แน่นอนว่ามันก็เป็นถ้วยเมเจอร์แรกสำหรับโจ โคลด้วยเช่นกัน

ก่อนเกมที่จะพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันนี้ เว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการของเชลซี ได้มีการพูดคุยกับอดีตมิดฟิลด์ของพวกเราเกี่ยวรอบชิงชนะเลิศ คาริ่ง คัพ เมื่อ 14 ปีที่ผ่านมา และเป็นช่วงที่เอาชนะลิเวอร์พูล 3-2 หลังจากช่วงต่อเวลาพิเศษ…
 

โจ เมื่อพูดถึงเกมเมื่อปี 2005 ที่เป็นการเข้าชิงครั้แรกภาพใต้เจ้าของทีมคนใหม่ และยังเป็นการเข้าชิงครั้งแรกของมูรินโญ่ที่มาคุมทีมเชลซี รวมถึงสโมสรที่ล้างแชมป์มาสี่ปี คุณมีความรู้สึกอย่างไรก็โอกาสในครั้งนั้น?

‘มันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในเวลานั้น ในการเอาชนะทุกอย่างในอาชีพของคุณ คุณต้องโชคดีมากๆ นักฟุตบอลหลายๆ คน ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นคุณต้องเคารพมัน และในวันนั้นเป็นวันที่ยอดเยี่ยม มันยังคงฝังอยู่ในใจของผมในฐานะนักเตะ ที่สามารถคว้าแชมป์รายการนั้นมาได้ มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจริงๆ’
 

พวกเราพุ่งทะยานไปพร้อมกับความสำเร็จในฤดูกาลนั้น โดยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก แต่กลับมาพ่ายแพ้นิวคาสเซิลในเกมเอฟเอ คัพ และแพ้ให้กับบาร์เซโลน่าในแชมเปี้ยนส์ ลีก…

‘มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก พวกเราพึ่งเซ็นสัญญากับ จิริ จาโรสิค และเขาได้มีโอกาสลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศ แต่สุดท้ายการไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้แม้ว่าจะทำผลงานได้ดีกว่า เพราะว่ามันต้องใช้พลังงานอย่างมาก จากที่พวกเราได้มีโปรแกรมเตะถี่ๆ และมันเป็นความโล่งใจมากนั้น คือ เรื่องเงินที่สโมสรคาดหวังให้เราคว้าแชมป์’

เกมนั้นเล่นที่ คาร์ดิฟฟ์ และหลังคาก็เปิดกว้าง…

‘มันเป็นบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม เป็นสนามที่ยอดเยี่ยม เวมบลีย์เป็นสนามที่ยอดเยี่ยม และมันเป็นประวัติศาสตร์ แต่คาร์ดิฟฟ์มีหลังคาที่เปิด และมันมีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมจากประสบการณ์ที่ผมได้รับ โชโซ่ ไถลลงไปกับพื้นต่อหน้าแฟนบอลลิเวอร์พูลระหว่างเกม มันเป้นครั้งแรกในช่วงเวลานั้น และมันสร้างความดราม่าและความเผ็ดร้อนในเกม ผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งในการแข่งขันลีก คัพ ที่น่าหลงใหลที่สุด ผู้คนจำมันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนบอลของเชลซี’

พวกเรามีสกอร์ตามหลัง หลังผ่านไปเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น!

‘พวกเราทำได้ดีกว่าลิเวอร์พูลในเวลานั้น แต่ในวันของพวกเขา พวกเขาเป็นคู่แข่งของพวกเรา พวกเราเป็นทีมที่ดี และเมื่อจอห์น ริเซ่ ทำประตู คุณคิดว่ามันไม่ใช่วันของเรา แต่พวกเราก็พยายามกดดันพวกเขาทั้งเกม และพวกเราสามารถกลับมาได้อีกครั้งด้วยเวลาไม่นาน’

‘ทีมที่ดีที่สุดคว้าชัยชนะ แต่พวกเราทำมันช้า กับสิ่งที่ต้องทำ พวกเขาทำได้ดีในแนวรับ แต่พวกเราพยายามทำมันให้ละเอียด และละเอียด ให้แหลก และมันเป็นบางสิ่งที่เจอร์ราร์ดทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้พวกเรากลับมาสู่เกม ซึ่งมันสร้างหายนะให้กับพวกเขา หรือเป็นบางสิ่งที่พิเศษสำหรับเรา โชคดีเหลือเกินสำหรับเรา แต่ไม่ใช่สำหรับสตีวี่ มันเป็นนักเตะที่พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง และพยายามอย่างเต็มที่ แต่บอลก็ตกไปโดนหัวของเขาและเข้าไป’

ในช่วงต่อเวลาพิเศษดร็อกบาพาทีมได้ประตูขึ้นนำ ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่พวกเราไม่เคยรู้ว่ามันจะเป็นหนึ่งในประตูท้ายสุด…

‘เขาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ในเกมแบบนี้ มันไม่มีข้อสงสัยเลยเกี่ยวกับสิ่งนั้น เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับสโมสร และในเกมใหญ่ ในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ คุณมักจะมองคนเช่นนี้เป็นแบบอย่างเสมอ’

มาเตญ่า เคซมัน มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับเชลซี แต่เขาก็ทำประตูที่สามในวันนั้น และทุกๆ คนรู้สึกมีความสุขกับเขา…

‘เคซมันเป็นเพื่อนที่ดี แต่เขาก็มีปัญหาในการทำประตู นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขามาอยู่ที่นี่เพื่อสิ่งนั้น เพื่อปลดปล่อย และจัดวางเกมให้เหมาะสมกับเขา เมื่อบอลลอยมาในกรอบเขตโทษ และตกลงไปที่จุดนั้น เขาโหม่งเข้าไปและพวกเราก็รู้สึกมีความสุขกับเขา มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งฤดูกาลแรก และท้ายที่สุดก็คว้าเหรียญมาด้ มันช่วงสร้างความมั่นใจให้กับคุณ’
 

เป้าหมายอื่นที่ตั้งไว้ในฤดูกาลนั้น คุณได้ฉลองไปกับมันไหม?

‘พวกเราสุดยอดมากๆ ในฐานะทีมเพื่อที่จะคว้าเหรียญรางวัลกลับมาสู่ถิ่นเดอะบริดจ์ ซึ่งมันเป็นไปได้ด้วยดี แต่พวกเรามีเกมนัดที่สองที่เจอกับบาร์เซโลน่าที่กำลังจะมา พวกเราทำได้ดีมากๆ และโดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่คิดว่าพวกเราจะเอาชนะได้ หากพวกเราไม่ชนะเกมลีก คัพ นั่นเป็นความสำคัญที่มันเป็น’

ข่าวอื่นๆ