ข่าว

โจดี้ มอร์ริส ผู้ช่วยเฮ้ดโค้ชของเรา รับหน้าที่เป็นตัวแทนแฟรงค์ แลมพาร์ดในงานแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยืนยัน มาร์กอส อลอนโซ่ยังไม่พร้อมลงช่วยทีมในเกมเอฟเอ คัพสุดสัปดาห์นี้

มอร์ริสถูกรับมอบหน้าที่ดังกล่าว หลังบอสของเรานั้นไม่สะดวกเนื่องจากมีอาการป่วยเล็กน้อย ทว่าเจ้าตัวยืนยันว่าแลมพาร์ดได้นำลูกทีมลงซ้อมด้วยตัวเองในช่วงเช้า และจะอยู่ข้างสนามในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 เปิดบ้านรับการมาเยือนน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์วันอาทิตย์นี้แน่นอน

“เขามีอาการป่วยเล็กน้อย ซึ่งเขาเป็นมา 7-10 วันได้แล้วมั้งตอนนี้” มอร์ริส กล่าว “คนเราพอยิ่งแก่ตัว มันก็ยิ่งยากที่จะสลัดอาการป่วยเหล่านั้นออกไป แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเขาจะพร้อมสำหรับวันอาทิตย์นี้”

ถือว่ายังมีข่าวดีให้ได้ยินในแผงแนวรุก แม้ว่าอลอนโซ่ดูเหมือนจะไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ก็ตาม

“เรื่องอาการบาดเจ็บ อลอนโซ่ดูเหมือนจะต้องพลาดเกมนี้ ส่วนรูเบ็นอันนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่พร้อม นอกจากนั้นแล้ว เราก็ยังคงมองหาว่าใครที่ยังคงมีอาการล้าจากเกมกับไบร์ทตัน”

“ฟิกาโยเข้ามาซ้อมในวันนี้ แต่เขายังรู้สึกไม่สบายตัว ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อถึงช่วงนี้ของปี”

“โอลิวิเยร์ ชิรูด์ก็ไม่มีปัญหา ก็คงต้องดูกันไปก่อนว่านักเตะสภาพเป็นยังไงบ้าง โดยเราจะพยายามใช้ประโยชน์จากนักเตะทั้งหมดให้มากที่สุด ซึ่งผมมั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในหลายตำแหน่งจากเกมกับไบร์ทตัน แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะกี่ตำแหน่ง เราจะรอดูว่าสภาพนักเตะเป็นยังไงบ้างหลังผ่านเกมถี่ๆติดต่อกัน แต่ที่รู้คือจำเป็นที่จะต้องดึงประโยชน์จากผู้เล่นในทีมออกมาได้ให้มากที่สุด”

มอร์ริสพูดถึงความหมายของเอฟเอ คัพ หลังเจ้าตัวเคยคว้าถ้วยใบนี้มาแล้วเมื่อปี 2000 สมัยยังเป็นนักเตะเชลซี

“นี่คือรายการที่มีเกียรติ ไม่ว่าคุณจะลงเล่นในรายการไหนก็ตาม สิ่งที่ควรทำคือการตั้งใจไปให้ไกลที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าผู้จัดการทีมก็ย่อมเลือกผู้เล่นที่มีความพร้อมสำหรับการออกไปเล่นและคว้าชัยชนะ”

“แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสำคัญของถ้วยใบอื่น อาจจะทำให้มนต์ขลังของเอฟเอคัพเจือจางลงไปหากคุณไม่ได้รู้จักมันดีพอ แต่ภายในห้องแต่งตัวของเรา เรามีคนมากพอที่รู้จักคุณค่าของมัน กับถ้วยที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกใบนี้”

ประเด็นเรื่องฟอร์มในบ้านก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง

“เราได้พูดถึงเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ซึ่งมันยิ่งทำให้เราตระหนักมากขึ้นหลังจบเกมกับอาร์เซน่อลว่าเราควรกลับไปเน้นฟอร์มในบ้านให้มากขึ้น ผมไม่คิดว่ามันเป็นแค่เรื่องสภาพร่างกายหรือเทคนิคหรอก แต่มันย่อมเกี่ยวกับสภาพจิตใจ ที่ส่งผลกระทบในวันที่เราเล่นไม่ดีหรือผ่านเกมมามากมายด้วยประสิทธิภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐาน”

“เราจำเป็นต้องหันมาจริงจังกับเรื่องนี้ และแน่นอนว่ามันจะต้องถูกย้ำอีกครั้งก่อนเกมวันอาทิตย์ ไม่ว่าจะผ่านทางวิดิโอหรือพูดให้ฟังโดยตรง”

“ย่อมมีความกดดันเกิดขึ้นกับทีมส่วนใหญ่อยู่แล้ว ยิ่งเมื่อคุณเป็นทีมใหญ่ที่เล่นในบ้าน คุณจะถูกคาดหวังว่าต้องเล่นดีกว่าปกติ ซึ่งมันก็มีหลายปัจจัยที่เราทุกคนสามารถช่วยกันทำให้มันเกิดขึ้น”

“ผู้เล่นจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปลุกให้แฟนบอลได้มีพลังเชียร์ และบางครั้งผู้เล่นก็ต้องการการสนับสนุนจากแฟนบอลเช่นกัน มันจะมีช่วงเวลาในเกมที่พาให้ทุกคนอึดอัด ซึ่งมันคืออยู่ที่ว่าเราจะร่วมพลังไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อผ่านมันไปได้หรือเปล่า?

นอกจากนี้มอร์ริสยังถูกถามถึงความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายที่เปิดฉากขึ้นแล้ว

“ยังมีหลายๆตำแหน่งที่เรากำลังมองๆดู แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือ ต้องบอกว่าเรื่องพวกนี้มันขึ้นอยู่กับความเคลื่อนไหวภายในสโมสรด้วย จริงๆผมก็ไม่ใช่คนที่จะเข้าไปรู้ลึกในเรื่องพวกนั้นเท่ากับผู้จัดการทีมหรอกนะ แต่ที่มั่นใจคือจะต้องมีการดำเนินการอะไรสักอย่างอยู่แน่นอน ไม่ว่าจะมีการเคลื่อนย้ายอะไรยังไง ดีลนั้นจะต้องเป็นประโยชน์ต่อสโมสรและช่วยพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งขึ้น”

“เราก็คงจะไม่ปล่อยให้นักเตะเดินลงไปในสนามหากรู้ว่าจะต้องส่งผลเสียต่อทีมตรงไหนสักจุด เราจำเป็นต้องมองเป็นรายบุคคล ซึ่งทุกคนล้วนแต่มีความหมายสำหรับเรา เราไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในแง่ของเรื่องอาการบาดเจ็บและฟอร์มการเล่น จนกว่าพวกเขาจะได้ลงไป เพราะฉะนั้นทุกคนจึงมีความสำคัญ”

สุดท้ายนี้ อดีตโค้ชชุดเยาวชนของเราได้ถูกถามถึงความภาคภูมิใจที่ได้เห็นนักเตะดาวรุ่งหลายคนก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ในซีซั่นนี้

“จริงๆแล้วยังมีทีมงานอีกมากมายหลายคนที่จะต้องสัมผัสกับความภูมิใจนี้ แน่นอนคุณมีความสัมพันธ์ที่เป็นกันเองกับนักเตะเหล่านี้อยู่แล้ว แต่การที่ได้รู้จักพวกเขามาเป็นเวลากว่า 6-7 ปี และได้เห็นว่าเขามาไกลขนาดนี้คืออะไรที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

“หลังจบเกมกับนอริช มันเป็นความรู้สึกแรกเริ่มที่สวยงาม แต่ตอนนี้เราได้มาไกลเกินกว่านั้นและผู้เล่นเหล่านี้ก็สมควรที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ซึ่งล้วนมาจากประสิทธิภาพของพวกเขาที่ดีพอสำหรับเกมระดับนี้”

“มันเป็นความภาคภูมิใจของทุกคนในอะคาเดมี่ ซึ่งเรายังคงใกล้ชิดกับพวกเขาอยู่ และนับว่าเป็นทศวรรษที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคนเลยละ”

“มันสมควรจะเป็นแบบนี้นะกับสโมสรส่วนใหญ่ แต่ที่ผมรู้มาคือมันไม่ใช่ เพราะยังมีผู้จัดการทีมหลายคนที่มีวิสัยทัศน์ต่างออกไป โชคดีที่เราได้มีอะคาเดมี่และผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม ที่ต้องการมอบโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งได้เฉิดฉายในสนาม”

ข่าวอื่นๆ