บทวิเคราะห์

แลมพาร์ดประเมินเหตุผลที่การคุมเกมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ในเกมพ่ายนิวคาสเซิ่ล กำชับลูกทีมต้องเฉียดขาดกว่านี้

หลังการพ่ายแพ้อย่างน่าผิดหวังในเกมพรีเมียร์ลีกที่ไทน์ไซด์ แฟรงค์ แลมพาร์ดได้ออกความเห็นว่า เราต่างหากที่เป็นฝ่ายคุมเกมนี้ได้ทั้งหมดแต่ดันต้องมาชวดชัยจากจังหวะสุดท้ายของเกมเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

ลูกโขกของไอแซค เฮย์เด็น ในช่วงอึดใจสุดท้ายของช่วงทดเวลาบาดเจ็บส่งให้เราต้องกอดความพ่ายแพ้ไปในเกมนี้ แม้ว่าเราจะมีเปอร์เซนต์การครองบอลสูงถึง 70% และโอกาสเข้าทำประตุอีก 19 ครั้งด้วยกัน ซึ่งทางด้านแลมพาร์ดที่มีแววตาดูท้อแท้ ได้กล่าวถึงความหงุดหงิดภายในใจ กับสิ่งที่ตามหลอกหลอนเขาในหลายๆ เกมของซีซั่นนี้ อย่างการที่ทีมเล่นดีแล้วแต่กลับไม่ได้เป็นฝ่ายชนะ

“มันเป็นเพราะเราทำประตูไม่ได้” บอส กล่าว “ผมรู้ว่าพวกเขาได้โหม่งใส่เรา 3 ครั้ง แต่เราคุมเกมนี้ไว้ได้ทั้งหมดนะ เรื่องราวในซีซั่นนี้ของเรามันถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ เรามีเรื่องราวที่ดีและน่าจดจำมากมายในซีซั่นนี้ แต่มันจะมีส่วนหนึ่งที่เราคอนโทรลเกม สร้างสรรค์โอกาส แต่ยิงประตูไม่ได้”

“ถ้าเรายิงประตูได้ไม่มากพอ ทีมอย่างนิวคาสเซิ่ลจะไม่มีทางถอดใจเลย พวกเขามีการจัดระเบียบมาเป็นอย่างดีกับสิ่งที่พวกเขาทำ และคุณก็มีโอกาสจะต้องเจอกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น”

“เราศึกษาเกม เราเปลี่ยนวิธีการเล่น พวกเขาลงไปรับต่ำและมันไม่ง่ายเลยที่จะเจาะเข้าไป เพราะงั้นคุณจะต้องถ่ายบอลจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งให้เร็วที่สุด มีหลายจังหวะในครึ่งแรกที่เราอาจจะทำกันช้าเกินไป แต่ในครึ่งหลังมันก็ดีขึ้น”

“เมื่อถึงจังหวะที่เราเปิดเกมบุก มีหลายจังหวะที่เรายังขาดคุณภาพทั้งในเรื่องลูกจ่ายสุดท้ายและแน่นอนการจบสกอร์”

แฟรงค์ได้ถูกถามถึงการที่เราพังประตูคู่แข่งนอกบ้านไม่ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดฉากฤดูกาลเป็นต้นมา

“เราจะหวังพึ่งแต่แทมมี่ อับราฮัมคนเดียวไม่ได้ เราจะต้องได้ประตูจากผู้เล่นในแนวรุกทั้งหมด ถ้าเราอยากยกระดับทีมไปข้างหน้า ที่ผ่านมาแทมมี่ทำหน้าที่ของเขาอย่างยอดเยี่ยม วันนี้ไม่เป็นใจสำหรับเขาสักเท่าไหร่ แต่นั่นก็เป็นธรรมชาติของฟุตบอลนะ”

“ผมไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องบ่นทีมจริงๆ นะ แน่นอนเราไม่อยากเสียลูกโขกในกรอบเขตโทษของตัวเองหรอก แต่พวกเขาตัวใหญ่และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากนั้น เราได้ทุ่มเททุกอย่างที่มีเพื่อพยายามเอาชนะเกมนี้แล้ว”

“เราเน้นย้ำกับนักเตะกันไปแล้วในสนามซ้อม เราไม่สามารถหาโอกาสเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายได้มากกว่านี้แล้วละ ซึ่งเราต้องเฉียบขาดมากกว่านี้และนักเตะของผมก็รู้เรื่องนั้นดีอยู่แล้ว”

มิชี่ บัตชูอายี่ถูกส่งลงมาในช่วงท้ายเกม และเหตุผลจากแลมพาร์ดกับการตัดสินใจเลือกปรับมาเล่นหน้าคู่

“บางครั้งเราสามารถปรับมาเล่นหน้าคู่ได้ ถ้ารูปเกมออกมาแบบนั้น แต่นั่นหมายความว่าคุณจะต้องถอดก็องเต้ออก ซึ่งเล่นได้อย่างโดดเด่นเกมนี้ หรือไม่ก็จอร์จินโญ่ที่ยืนปักหลักตรงกลาง อีกทั้งยังต้องคอยระวังลูกสวนกลับของพวกเขาด้วย”

“เราสร้างโอกาสได้เยอะในเกมนี้ การเปลี่ยนมิชี่ลงมาคือการเปลี่ยนสไตล์ของกองหน้า เราอยากรู้ว่าเขาจะสามารถลงมาและทำอะไรบางอย่างให้เกิดขึ้นได้ไหม เพราะเขามีความอันตรายมากในกรอบเขตโทษ ซึ่งมันก็แค่การเปลี่ยนกองหน้าลงไปแทนกองหน้าทั่วไปแหละ”

ข่าวอื่นๆ