ข่าว

แลมพาร์ดกับการคืนสนามและประโยชน์จากสมาธิในการซ้อมของบาร์คลี่ย์, อัปเดตอาการบาดเจ็บก็องเต้

เป็นชัยชนะในบ้านของเชลซีที่มีต่อคู่แข่งเราประจำค่ำคืนนี้อย่างนิวคาสเซิ่ล ในเกมแรกย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม พร้อมกับความโชคร้ายของรอสส์ บาร์คลี่ย์ที่จำเป็นต้องถูกถอดออกจากเกมก่อนพักครึ่ง

ดูเหมือนจะเป็นการห่างหายจากสนามที่ยืดเยื้อพอสมควรสำหรับมิดฟิลด์เลือดผู้ดีที่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนได้โอกาสหวนกลับมาช่วยทีมอีกครั้งในเดือนนี้ พร้อมกับลงเล่นเต็ม 90 นาทีใน 2 เกมหลังสุด เก็บชัยครบทั้ง 2 นัด ทำได้หนึ่งประตูจากเกมแรกในเอฟเอ คัพพบน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ อีกทั้งยังได้รับการชื่นชมจากฟอร์มการเล่นอันสวยหรูในเกมพรีเมียร์ ลีกนัดถัดมากับเบิร์นลี่ย์อีกด้วย

แลมพาร์ดรู้สึกยินดีที่ได้แข้งจากทัพสิงโตคำรามรายนี้กลับมาเป็นหนึ่งในตัวเลือก อีกทั้งยังกลับมาแสดงประสิทธิภาพในระดับสูงให้เขาเห็นอีกครั้ง

“ถือเป็นข่าวดีสำหรับเรา” บอสกล่าว

“มีปัญหามากมายที่เกิดขึ้นกับรอสส์ในปีนี้ ทั้งเขาและเราก็ต่างรู้ดี การซ้อมในช่วงเดือนที่ผ่านมาจึงถูกเน้นเป็นพิเศษ”

“เขาทำงานเพิ่มเติมจากปกติ และอาการบาดเจ็บของเขาก็ดูจะยืดเยื้อเล็กน้อย ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับตัวเขา เพราะเขาซ้อมด้วยเท้าข้างเดียว ส่วนอีกข้างใช้งานไม่ได้ เขาลงซ้อมในเปอร์เซ็นต์ที่ถูกจำกัดและพยายามทำให้เราเห็นว่าเขาพร้อม แต่เราก็เห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่พร้อมแน่ๆ ผมเคารพตรงนั้นนะที่เขามีความพยายาม”

“แต่ถึงตรงนี้ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้วและเขาก็กำลังทำงานหนัก เค้นฟอร์มเก่งออกมาโดยเฉพาะในเกมกับเบิร์นลี่ย์ และนั่นคือข่าวดีสำหรับพวกเราทุกคน”

ในช่วงฤดูกาลนี้ มีการพูดถึงไปต่างๆ นาๆ ตามหน้าข่าวเกี่ยวกับการแชะภาพของรอสส์ บาร์คลี่ย์ในขณะถูกปล่อยออกจากสโมสรเพื่อไปพักผ่อน ทั้งในกรณีรับประทานมันฝรั่งทอดกรอบและมีเรื่องกับคนขับแท็กซี่ในบ้านเกิดของเขาที่เมืองลิเวอร์พูล รวมถึงเรื่องปาร์ตี้ในดูไบ โดยแข้งสิงห์ที่ได้มีโอกาสกลับมาลงช่วยทีมในเดือนนี้อีกครั้ง ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องข่าวฉาวทั้งหลายแหล่ และบทเรียนที่เขาได้เรียนรู้ รวมถึงการคิดไตร่ตรองเรื่องการวางตัวและรักษาความเป็นมืออาชีพในยุคที่ทุกคนก็ต่างมีสมาร์ทโฟนไว้บันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อหน้าตัวเองกันแล้วทั้งนั้น

“ผมได้อ่านที่รอสส์พูดแล้ว และเรื่องแรกเลยคือเราควรจัดการตัวเองให้ดีก่อน ผมจะโทษตัวเองเสมอเมื่อผมเผลอทำอะไรผิด” แฟรงค์กล่าว

“ทำตัวเองให้ดีแล้วไม่ต้องไปโทษอะไรอื่น เพราะว่าคุณไม่สามารถควบคุมสังคมหรือคนรอบข้างตามที่สาธารณะได้อยู่แล้ว แต่ในอีกแง่หนึ่ง โอเคผมเห็นด้วยกับเขาว่าทุกวันนี้เราใช้สมาร์ทโฟนกันมากเกินไป ซึ่งก็นำมาซึ่งการถกเถียงในข้อที่สองที่ว่า ถ้าหากเรากลัวว่าคนรอบตัวจะพร้อมทำให้เราเสื่อมเสียด้วยสมาร์ทโฟน นั่นหมายความว่าคุณจะต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตของตัวเอง เช่นเดียวกันกับความไว้เนื้อเชื่อใจคนรอบข้างด้วย”

“นั่นคือสิ่งที่โลกของเรากำลังเป็นในวันนี้ คุณต้องกลับมาย้อนดูตัวเอง และทำให้มั่นใจว่าได้ประพฤติตนให้มีความเป็นมืออาชีพมากพอ อย่างที่สองคือให้ระมัดระวังเรื่องเหล่านั้น เพราะคุณไม่สามารถไปบังคับโลกนี้ไม่ให้หมุนไปได้หรอก”

โดยแลมพาร์ดได้ออกมาเผยว่า การทานมันฝรั่งทอดกรอบนั้นไม่ใช่เหตุการณ์ที่เป็นปัญหาหรอก หากแต่เป็นการที่นักเตะนั้นมีโปรแกรมลงซ้อมในวันถัดไปต่างหาก

“ผมไม่ได้เป็นคนออกคำสั่งให้ลูกทีมห้ามกินมันฝรั่ง หรือห้ามกินเบียร์เพื่อฉลองหลังคว้าชัยชนะมาได้หรอกนะ แต่คุณแค่ต้องมั่นใจว่ามันอยู่ในฐานที่คุณยังรู้สึกตัวได้ว่าคุณยังต้องซ้อมและลงไปสร้างผลงานในระดับมาตรฐานให้ได้เหมือนเดิม”

“ยิ่งโลกแห่งฟุตบอลเดินไปข้างหน้าเท่าไหร่ ความเร็วและความเข้มข้นก็ยิ่งมาก จนมากกว่าสมัยผมเสียอีก ผู้เล่นจะต้องอยู่ในสภาพที่เต็มขีดจำกัดจริงๆ ไม่งั้นพวกเขาจะรับมือไม่ไหว และนั่นไม่ใช่แค่รอสส์ มันคือเรื่องการใช้ชีวิตและวางตัวของนักเตะทุกคน”

“เรามีการพูดคุยกันภายในเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ และอย่างที่ผมเคยพูดไป ผมชื่นชอบรอสส์นะ ในชีวิตค้าแข้งของผมมันก็มีบ้างที่ผมทำอะไรแล้วต้องมานั่งเสียดายและผิดหวังกับตัวเองอยู่ มันคือเรื่องที่ว่าคุณจะทำยังไงให้ก้าวข้ามมันไป และนั่นคือสิ่งสำคัญ ซึ่งปฎิกิริยาของรอสส์เมื่อเดือนที่ผ่านมานับว่าน่าสนใจเลยทีเดียว”

“รอสส์คือคนที่มีไฟแรง เขาสอดแทรกขึ้นมาเล่นให้เอฟเวอร์ตันชุดใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย และก็ยังติดทีมชาติอังกฤษตอนอายุไล่เลี่ยกันอีก เพราะงั้นคนเลยชอบประเมินเขาในแนวทางที่ต่างกันออกไป”

“ถ้าเกิดคุณเพิ่งจะหายบาดเจ็บมาหรือเผชิญเหตุการณ์อะไรมา มันสำคัญมากนะที่คุณจะแสดงความสามารถตัวเองออกมา และนั่นคือสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ เขาทำให้เราเห็นว่าเขาคือใคร ผมเชื่อเสมอนะว่า หากการซ้อมของคุณออกมายังไง วันแข่งก็จะออกมาแบบนั้นแหละ และในสองเกมให้หลังเขาก็ทำให้เห็นแล้วว่าเขาก็เล่นได้ดีเสียด้วย”

ก่อนหน้านี้แลมพาร์ดได้ออกมาสยบข่าวลือเรื่องการปล่อยยืมรอสส์ บาร์คลี่ย์ในเดือนนี้ และย้ำอีกทีว่าตัวเขาเองนั้นต้องการอยู่ในสนามซ้อมเดียวกันกับแข้งวัย 26 ปีรายนี้ต่อ

“รอสส์คือนักเตะที่มีพรสวรรค์สูง และในฐานะโค้ช ผมต้องการที่จะใช้ประโยชน์ตรงนี้เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของทีมและสำหรับตัวเขาเอง”

โดยก่อนเกมกับนิวคาสเซิ่ลในค่ำคืนนี้จะเริ่ม แลมพาร์ดยังได้ออกมาอัปเดตเรื่องสภาพความฟิตของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ไม่พร้อมลงเล่นเกมเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน เนื่องมาจากปัญหาที่แฮมสตริง

“เขามีปัญหาบาดเจ็บรบกวนนิดหน่อยในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผมท่ามกลางความกังวลใจ แต่วินาทีนี้ดูเหมือนสภาพของเขาจะพร้อมลงไปเล่นนะ” แลมพาร์ดประเมินด้วยสายตา

ข่าวอื่นๆ