รายงานผล

รายงานผล : เชลซี 2 อาร์เซนอล 2

แม้อาร์เซนอลจะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน แต่สิงห์บลูส์กลับพลาด ชวดสามแต้มที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปอย่างน่าเสียดาย 

ทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ดทำประตูนำได้ในครึ่งแรก ด้วยจุดโทษของจอร์จินโญ่ หลังจากที่แทมมี่ อับราฮัมโดนดาวิด ลุยซ์ทำฟาวล์แล้วโดนใบแดงไป เชลซีพยายามไล่ล่าประตูที่สองต่อเนื่องทันที

แต่เมื่อผ่านชั่วโมงแรกของเกมไป เชลซีได้ลูกเตะมุมแล้วโดนทีมเยือนสวนกลับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่สบโอกาสทำประตูตีเสมอให้อาร์เซนอลได้ทันที

ทว่าเชลซียังกลับมาทำประตูนำได้อีกครั้งในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม เมื่อเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าทำสกอร์ได้จากลูกเตะมุม แต่ก็ยังไม่พอ เมื่อคู่แข่งร่วมเมืองตามตีเสมอได้อีกครั้งจากจังหวะที่เฮ็คเตอร์ เบลเยรินปั่นลูกเรียดผ่านแนวรับเจ้าบ้านเข้าไปตุงตาข่าย

หลังจบเกมมีเรื่องให้ต้องกังวลอีก เมื่อแทมมี่ อับราฮัมต้องให้ทีมแพทย์ช่วยพาออกสนามเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ

ครึ่งแรก

นาที 10 – เอเมอร์สันเปิดลูกเตะมุมไปให้คริสเตนเซ่นได้โขก แต่บอลพุ่งไม่ตรงกรอบ
นาที 15 – ฮัดสัน-โอดอยโยนยาวไปให้รูดิเกอร์จ่ายเข้ากลางไปให้อับราฮัมโขกจ่อๆ ที่ 6 หลา แต่ตรงตัวเลโน่
นาที 17 – ฮัดสัน-โอดอยโยนยาวผ่านหัวทุกคนไป รวมถึงเลโน่ด้วย แต่บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

ฮัดสัน-โอดอย ผู้แบกเกมรุกช่วงต้นเกม

นาที 26 – ดาวิด ลุยซ์โดนใบแดงและเชลซีได้จุดโทษ ก่อนที่จอร์จินโญ่จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่มีเหลือ
นาที 32 – ฮัดสัน-โอดอยซัดลูกฮาล์ฟ-วอลเลย์ไปที่ประตู แต่เลโน่หยุดเอาไว้ได้
นาที 45 – รูดิเกอร์และโควาซิชได้โขกลุ้นกันคนละที แต่ยังพาบอลเข้ากรอบไม่ได้ ข้ามคานกันไปทั้งคู่

จุดโทษไม่ต้องสงสัย!

ครึ่งหลัง

นาที 59 – อัซปิลิเกวต้าเปิดบอลต่ำไปให้อับราฮัม แต่เลโน่ออกมาตัดไปได้ก่อน
นาที 63 – มาร์ติเนลลี่วิ่งทะยานเข้ามาทำประตูตีเสมอให้ทีมเยือนได้สำเร็จ สกอร์กลายเป็น 1-1
นาที 65 – รูดิเกอร์ส่องไกลจากระยะ 30 หลา บอลพุ่งเข้ากรอบเต็มแรง แต่เลโน่ก็ยังเซฟได้สบาย
นาที 66 – แลมพาร์ดเลือกส่งบาร์คลี่ย์ลงมาแทนโควาซิช
นาที 69 – เชลซีส่งเมาท์ลงมาแทนก็องเต้

ทีมเยือนยิงตีเสมอได้ครั้งแรก

นาที 73 – วิลเลี่ยนทะลวงเข้าไปจากกราบซ้ายก่อนจะซัดเต็มข้อด้วยเท้าขวา เลโน่ปัดเคลียร์ออกมาได้
นาที 79 – เชลซีเปลี่ยนผู้เล่นคนสุดท้าย ส่งบัตชูอายี่ลงมาแทนวิลเลี่ยน
นาที 80 – จอร์จินโญ่จ่ายบอลให้บาร์คลี่ย์ได้โขกลุ้น แต่มือกาวชาวเยอรมันก็ยังจะปัดออกข้างไปได้อีก
นาที 84 – อัซปิลิเกวต้ายิงให้เชลซีกลับมานำอีกครั้ง
นาที 87 – ไม่ทันไรทีมเยือนก็ตีเสมอได้อีก จากประตูของเบลเยริน

จบเกมเชลซีชวดสามแต้มในรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ไปอย่างน่าเสียดาย

อัซปิยิงให้ทีมกลับมานำ

ข้อมูลการจัดทีมในเกมนี้

แฟรงค์ แลมพาร์ดเปลี่ยนผู้เล่นสองคนหลังพ่ายนิวคาสเซิลมา รีซ เจมส์พลาดลงเล่นในเกมนี้เนื่องจากบาดเจ็บ อัซปิลิเกวต้าสลับไปเล่นอีกฝั่งและเอเมอร์สันกลับมาลงเป็นแบ็คซ้าย ส่วนอีกตำแหน่งที่เปลี่ยนคือส่งโควาซิชลงมาแทนเมาท์

อาร์เซนอลเปลี่ยนแค่คนเดียว ส่งเบลเยรินลงเป็นฟูลแบ็คและรับหน้าที่กัปตันทีม ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยองติดโทษแบนในเกมนี้

ฟอร์มเกมเหย้า

หลังพ่ายมา 3 นัดจาก 5 เกมในช่วงท้ายปี 2019 เราเก็บชัยได้ 2 นัดและเสมอ 1 นัดจาก 3 เกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในปี 2020 นี้ หนึ่งแต้มที่ได้มาวันนี้ทำให้เชลซียังคงนำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6 แต้ม โดยปีศาจแดงจะเจอกับวูล์ฟหลังจากนี้

พรีเมียร์ลีก 2019/2020
1ลิเวอร์พูล22211052143864
2แมนเชสเตอร์ ซิตี้24163565273851
3เลสเตอร์ ซิตี้23143648232545
4เชลซี2412484132940
5แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด239773627934
6วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส2381053430434
7เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด248972523233
8ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์238783631531
9เซาท์แฮมป์ตัน2494113142-1131
10อาร์เซนอล2461263234-230

อะไรรอเราอยู่?

เชลซีจะแข่งเกมเอฟเอ คัพกับฮัลล์ ซิตี้ในคืนวันเสาร์นี้

เชลซี (4-3-3) : เกปา, อัซปิลิเกวต้า (c), รูดิเกอร์, คริสเตนเซ่น, เอเมอร์สัน, ก็องเต้ (เมาท์ น.69), จอร์จินโญ่, โควาซิช (บาร์คลี่ย์ น.66), ฮัดสัน-โอดอย, อับราฮัม, วิลเลี่ยน (บัตชูอายี่ น.79)
สำรองไม่ได้ลงสนาม : กาบาเยโร่, ซูม่า, อลอนโซ่, เปโดร
ผู้ทำประตู : จอร์จินโญ่ น.28, อัซปิลิเกวต้า น.87
ใบเหลือง : เอเมอร์สัน น.21, คริสเตนเซ่น น.59

อาร์เซนอล (4-2-3-1) : เลโน่, เบลเยริน (c), มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, ซาก้า, ตอร์เรย์ร่า, ชาก้า, เปเป้ (โฮลดิ้ง น.80), โอซิล (เกนดูซี่ น.55), มาร์ติเนลลี่ (วิลล็อค น.90), ลาคาแซ็ตต์
สำรองไม่ได้ลงสนาม : มาร์ติเนซ, เมตแลนด์-ไนล์ส, เซบายอส, เอ็นเคเตียห์
ผู้ทำประตู : มาร์ติเนลลี่ น.63, เบลเยริน น.87
ใบแดง : ดาวิด ลุยซ์ น.26
ใบเหลือง : เกนดูซี่ น.76

ผู้เข้าชมในสนาม : 40,577
กรรมการ : สจ๊วต แอตต์เวลล์

ข่าวอื่นๆ