สัมภาษณ์

โทโมรีกับช่วงเวลาที่เล่นให้ฮัลล์, อุปสรรคจากเหล่าไทเกอร์ และความคาดหวังในบอลถ้วย

ในฐานะที่เป็นนักเตะที่เคยเล่นให้ทั้งเชลซีและฮัลล์มาแล้ว ฟิกาโย โทโมรีจึงเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบที่จะมาพูดคุยถึงการพบกันระหว่างทั้งสองทีมในเอฟเอ คัพ คืนวันนี้...

จากสามฤดูกาลที่ไปเล่นในแชมป์เปี้ยนชิพ ปีที่ไปเล่นให้ฮัลล์น่าจะเป็นปีที่เขาได้รับความสนใจน้อยที่สุด แต่ปราการหลังดาวรุ่งของเราก็เชื่อว่ามันคือส่วนหนึ่งในการสร้างพัฒนาการของเขา

หลังจากที่ไปเล่นให้ไบรท์ตันอยู่ 6 เดือนในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2016/17 โทโมรีได้ลงเล่นไปเพียง 2 นัดให้กับทีมนกนางนวลซึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาในพรีเมียร์ลีกได้สบายๆ

อาจจะเป็นการเสี่ยงถ้าเขาจะอยู่ที่เดิมแล้วรอคอยวันที่ได้ลงเป็นตัวจริง ดังนั้นเขาจึงกลับมาเชลซีในช่วงซัมเมอร์และร่วมเดินทางมาเยือนเอเชียกับทีมชุดใหญ่ในช่วงพรีซีซั่น

ฤดูกาลต่อมา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโอกาสในการได้ลงเล่นเป็นตัวจริงสำหรับสามสหายเชลซีที่ถูกยืมไปเล่นในสนามเคคอม สเตเดี้ยม ภายใต้การคุมทีมของลีโอนิด สลัตสกี้ ที่คุมทีมอยู่จนถึงแค่ช่วงคริสต์มาส ซึ่งโทโมรีก็ยอมรับว่าประสบการณ์ในปีนั้นช่วยหล่อหลอมให้เขาเก่งขึ้นในหลายๆ ทาง

“ฤดูกาลนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่มีทั้งขึ้นและลงเลยนะ” นักเตะวัย 22 ปีกล่าวกับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเชลซี “ตอนนั้นเป็นฤดูกาลแรกเลยที่ผมถูกยืมไปแบบเต็มทั้งฤดูกาล ดังนั้นผมแค่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดและลงเล่นให้มากที่สุด”

“ผมต้องห่างบ้านไกลเป็นครั้งแรก ช่วงแรกๆ ผมต้องปรับตัวเยอะเลยในช่วงแรกๆ แต่มันก็ดีมาก ผมสนุกมาก รวมๆ แล้วก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผมเลย”

“ผมอยู่ที่นั่นพร้อมกับโอลา ไอน่า และไมเคิล เฮ็คเตอร์ ทำให้มันง่ายสำหรับผมมากขึ้น ผมอยู่ไม่ไกลจากโอลา ทำให้เราได้ใช้เวลาหลังฝึกซ้อมด้วยกันบ่อย และมันช่วยเราได้มากเลย”

“แน่นอนว่าที่นั่นไม่ใช่ลอนดอน” โทโมรีกล่าว “คนที่ฮัลล์ชอบฟุตบอลในแบบของตัวเองมาก และเหมือนเป็นลักษณะฟุตบอลทางเหนือ สำหรับผมมันดูแตกต่างไปมาก ที่นั่นไม่ได้ยุ่งเหมือนที่ลอนดอน ซึ่งผมสนุกมากเลยล่ะ”

ฤดูกาลที่ผ่านมาเขาถูกยืมไปเล่นให้ดาร์บี้ เคาน์ตี้ที่มีแฟรงค์ แลมพาร์ดคุมทีม ร่วมกับเมสัน เมาท์ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งสำหรับโทโมรี เขารู้สึกว่าผลงานที่น่าประทับใจในไพรด์ ปาร์คนั้นมีผลมาจากที่ยอร์คเชียร์ตะวันออกด้วย

“มันสำคัญมากจริงๆ แต่ที่ดาร์บี้มันต่างไปเพราะเราได้เล่นในรอบเพลย์ออฟด้วย” เขาอธิบาย “มีอะไรดีดีมากมายตลอดทั้งฤดูกาล เราชนะได้หลายนัด ซึ่งทำให้ทุกคนในห้องแต่งตัวมีความสุขมาก”

“ที่ฮัลล์ เราสู้ในตำแหน่งเหนือโซนตกชั้นเกือบทั้งฤดูกาล และมันมีบางช่วงที่เราหล่นไปอยู่อันดับนั้นด้วย มันอาจจะแย่เพราะเป็นสถานการณ์ที่ยากมาก ผมไม่ได้ลงเล่นหลายนัดเหมือนที่ดาร์บี้”

“มันทำให้เราต้องสู้ ต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นและมั่นใจว่าเราพร้อมเสมอเมื่อถูกเลือกให้ลงสนาม มันแตกต่างจากดาร์บี้ และมันทำให้ผมพัฒนาขึ้นเยอะเลย”

ครั้งล่าสุดที่เราพบกับเดอะไทเกอร์คือในเอฟเอ คัพ ฤดูกาลนั้น แต่สามสหายเชลซีไม่ได้ลงแข่งกับทีมแม่ของตัวเองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ 18 เดือนต่อมา โทโมรีและเมาท์ได้ลงแข่งกับเชลซีในคาราบาว คัพ ในฐานะนักเตะของดาร์บี้

“ในตอนที่เรารู้ผลจับฉลากเจอกับเชลซี มีคำถามทันทีว่าเราจะลงเล่นกันได้หรือเปล่า” โทโมรีย้อนความจำ “มันน่าผิดหวังเมื่อเราได้รับแจ้งว่าเราเล่นไม่ได้ แต่มันก็ทำให้เรามีแรงผลักดันในการทุ่มเทให้มากขึ้น”

นักเตะหลายคนในทีมฮัลล์ฤดูกาล 2017/18 ต่างก็แยกย้ายกันไป แต่โทโมรีอาจจะได้เจอกับคนคุ้นเคยในคืนนี้อยู่บ้าง

“ยังมีบางคนที่อยู่เหมือนเดิม อย่างจาร์รอด โบเว่น, คามิล โกรซิชกี้, แจ็คสัน เออร์ไวน์”

“ตัวอันตรายของพวกเขาคือปีกข้างทั้งสองฝั่ง” โทโมรีเผย

“ฮัลล์มีผู้จัดการทีมที่ต่างจากฤดูกาลที่แล้ว ดังนั้นเราน่าจะเจอกับสไตล์การเล่นที่ต่างไป แต่เรารู้ว่านี่คือเกมเอฟเอ คัพ เป็นการแข่งขันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในฟุตบอลอังกฤษ เป็นโอกาสที่ทำให้ทีมจากลีกล่างได้มาเจอกับทีมจากพรีเมียร์ลีก”

“นี่คือโอกาสที่พวกเขาจะได้ทดสอบฝีมือ แต่เราเองก็รู้ว่าเป็นโอกาสที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปด้วย”

ครั้งแรกที่โทโมรีลงเล่นในทีมชุดใหญ่คือเกมเอฟเอ คัพ รอบที่สี่เมื่อสามปีก่อน เป็นเกมที่ไบรท์ตันแพ้ลินคอล์น ซิตี้ 3-1 โทโมรีทำพลาดเข้าประตูตัวเองทำให้ดิอิมพ์เป็นฝ่ายขึ้นนำ

ในช่วงแรกที่ได้เล่นในฟุตบอลถ้วย เขาอยู่ในฐานะทีมรองบ่อนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเขารู้ว่าในฐานะนักเตะเชลซีตอนนี้จะเป็นอะไรที่แตกต่างกันไป

“หลายคนคาดหวังว่าเราจะทำได้ดีในรายการนี้ และเอาชนะทีมจากลีกระดับต่ำกว่าได้ แต่ในตอนที่อยู่ดาร์บี้ เราได้เจอกับยูไนเต็ด, เซาท์แฮมป์ตัน และเชลซีในฐานะทีมรองบ่อน เพราะเราเจอกับทีมจากพรีเมียร์ลีกทั้งนั้น เราเล่นกันแบบมีอิสระมากและสามารถแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่”

“ที่เชลซีมันมีแรงกดดันที่ต่างไป เพราะเราถูกคาดหวังว่าจะเป็นทีมที่ชนะ แต่ในทีมใหญ่ๆ แล้วมันเป็นแรงกดดันที่คุณต้องแบก รอบที่แล้วเราทำได้ดีมาก และหวังว่าวันนี้เราจะทำได้ดีอีกครั้ง”

ข่าวอื่นๆ