สัมภาษณ์

ช่วงโค้งสำคัญของก็องเต้, แรงจูงใจจากแลมพาร์ดและประโยชน์ที่ซึมซับจากช่วงพักเบรกหนีนาว

จากการเป็นผู้ชนะ จนมีโอกาสได้ยกโทรฟี่ใหญ่ทั้งในนามสโมสรและทีมชาติในระดับประเทศ รวมถึงเวทีระดับโลกมาแล้ว, ก็องเต้จึงรู้ดีถึงปัจจัยในการเอาชนะเกมฟุตบอลในช่วงที่มีความหมายมากที่สุด โดยดาวเตะทัพตราไก่เชื่อว่าโปรแกรมสาหัสถัดจากนี้ จะสามารถเป็นตัวชี้วัดเป้าหมายของเราในซีซั่นนี้ได้เลย

ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่มและบาเยิร์น มิวนิค คือบรรดาทีมที่เตรียมมาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ในการแข่งขัน 3 รายการที่ไม่ซ้ำกัน หลังจากที่ภารกิจของเราต้องเดินหน้าต่ออีกครั้งเมื่อจบช่วงเบรกหนีหนาวของลีกเมืองผู้ดี

อย่างไรก็ตาม, ด่านแรกของเรากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทำแต้มหนีห่างทัพปีศาจแดงเป็น 9 คะแนน และจุดโฟกัสของเกมนี้ก็คงจะเป็นการที่แฟรงค์ แลมพาร์ดและลูกทีมจะล้างตานัดเปิดสนามที่บุกไปพ่ายมาก่อนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดถึง 4-0 ย้อนไปเมื่อเดือนสิงหาคม พร้อมความเชื่อจากก็องเต้ว่าความมุ่งมั่นในห้องแต่งตัวของแข้งสิงห์นั้นคือการรักษาตำแหน่งท็อปโฟร์ให้ได้เท่านั้น

"เราเดินทางมาถึงช่วงที่สำคัญมากๆของซีซั่น เพราะเราทุกคนต่างกำลังต่อสู้เพื่ออันดับ 4" ก็องเต้ กล่าวถึงเป้าหมายในการคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่ม ที่เป็นที่ต้องการของทุกทีมในช่วงครึ่งตารางบนในตอนนี้

"ก่อนนี้แมนฯยูไนเต็ดตามหลังเราพอสมควร แต่ตอนนี้พวกเขาเข้าใกล้มาเรื่อยๆ นี่จึงเป็นโอกาสดีสำหรับเราทั้งคู่ที่ฝ่ายหนึ่งจะได้ทิ้งห่างส่วนอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ไล่มาชิดกว่าเดิม มันสำคัญมากๆสำหรับเราทั้งคู่"

"เรารู้อยู่แล้วว่าการเล่นกับแมนฯยูไนเต็ดในบ้านของพวกเขาจะเป็นเกมที่ยาก, โดยเฉพาะกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมแรก ซึ่งเราต้องมองข้ามตรงนั้นไป เราต้องมองไปข้างหน้าเพราะยังเรายังอยากรักษาระยะห่างและนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราต้องชนะ ไม่ใช่ลงไปเพื่อล้างแค้น"

การเล่นในบ้านอาจจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับความได้เปรียบในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ และก็องเต้เองก็มองว่าความเชื่อมั่นของแฟนๆ ในสแตมฟอร์ด บริดจ์จะมีผลกับเกมของพวกเขาอย่างแน่นอน

"มันสำคัญต่อเราและแฟนๆ เราจึงต้องการให้พวกเขาอยู่สนับสนุนพวกเราต่อไปเหมือนที่ทำมาตลอด และเราเองก็จะพยายามทำผลงานออกมาให้ดีที่สุดเพื่อให้พวกเขาภูมิใจด้วย" ก็องเต้ กล่าว 

แม้ว่าแข้งวัย 28 ปี จะมีพลังอันเหลือล้น ที่ทำให้คู่แข่งมักรู้สึกว่ามีเขาถึง 2 คนอยู่ในสนาม, แต่การกำศึกหนักตลอด 90 นาทีในทุกสัปดาห์ ก็อาจทำให้ความพิเศษตรงนั้นหดหายได้เช่นกัน โชคดีที่ว่าการที่แลมพาร์ดได้ปล่อยนักเตะออกไปพักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้ย้อนกลับมาเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเต็มๆ 

ด้วยการเดิมพันโชคชะตาของฟุตบอลสโมสรที่สูงลิ่ว ไหนจะฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในช่วงซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึงอีก ดูเหมือนความหนักหนาเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาพจิตใจเสียมากกว่าสภาพร่างกายของบรรดานักเตะเสียอีก

"ผมใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนๆ ที่บ้านในเมืองปารีส แค่พักผ่อนน่ะ" ก็องแต้ กล่าว "มันเป็นเรื่องที่ดีนะ, เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับพรีเมียร์ ลีกและมันดีสำหรับนักเตะโดยตรง ผมได้โฟกัสกับการให้เวลาครอบครัวโดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องฟุตบอลจนหนักสมอง"

"ทีนี้เราต้องกลับมาและพยายามรักษาสภาพความฟิต, เตรียมความพร้อมสำหรับเกมต่อไป เพราะเราต้องมั่นใจว่าจะคว้าสามแต้มให้ได้"

หลังจากถูกอาการบาดเจ็บตามรบกวนในหลายๆช่วงเวลาของซีซั่น, แข้งหมายเลข 7 สามารถกลับมาประจำในแผงกองกลางของแลมพาร์ด พลาดลงเล่นเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 14 นัดหลังสุดในลีก และจากการที่กลับมาฟิตในครั้งนี้ เขายังได้เพลิดเพลินกับโอกาสที่ได้เรียนรู้วิชาจากกองกลางจอมทำประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราอีกด้วย

"เขาอยู่ที่นี่มานานและคว้าแชมป์ได้มากมายในสมัยเป็นนักเตะ แต่ตอนนี้เขากลับมาในฐานะผู้จัดการทีมของเชลซี" ก็องเต้พูดถึงแลมพาร์ด "เรารู้จักเขาดีอยู่แล้วตอนเป็นผู้เล่น เพราะฉะนั้นเมื่อใดที่เขาพูดถึงตำแหน่งของผม ไม่ว่าจะสั่งผมดันขึ้นข้างบนหรือคอยรักษาสมดุลของทีม ผมก็ย่อมต้องฟังเขา"

"เขามีไอเดียที่เฉียบแหลม, เขาอยากให้ทีมลงเล่นด้วยกันโดยมีทั้งผู้เล่นดาวรุ่งและมากประสบการณ์ เพื่อให้ได้ไปถึงเป้าหมายของเราอย่างการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก แฟรงค์รู้ดีว่าจะดึงศักยภาพของนักเตะออกมายังไง และเรายังมีเวลาที่จะคว้าสิ่งที่เราต้องการมาให้ได้ภายในซีซั่นนี้"

ทั้งนี้เองยังมีข่าวดีออกมาในสัปดาห์นี้ เมื่อเราได้บรรลุข้อตกลงกับอาแจ็กซ์ในการเซ็นสัญญากับฮาคิม ซิเย็ค หลังตกลงเงื่อนไขส่วนตัวเรียบร้อย หากแต่ดาวเตะชาวโมร็อคโคจะไม่เดินทางมาสมทบกับทีมจนกว่าจะถึงช่วงซัมเมอร์ ในระหว่างนี้เอง รูเบ็น ลอฟตัส-ชีคก็ได้กลับมามีส่วนร่วมกับการซ้อม หลังผ่านช่วงรักษาอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายในระยะยาวมาหมาดๆ ซึ่งก็องเต้เองก็ยินดีที่ได้เห็นแข้งสิงโตคำรามรายนี้กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง 

"รูเบ็นเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถนำประสิทธิภาพมากมายมาสู่ทีม เขาทำผลงานได้ดีในฤดูกาลก่อนและมันเป็นข่าวดีที่ได้เขากลับมาร่วมซ้อมกับเราอีกครั้ง หวังว่าเขาจะสามารถช่วยทีมให้บรรลุเป้าหมายได้"

"ผมเชื่อว่าเรามีองค์ประกอบในทีมที่พร้อมสำหรับการคว้าสิ่งที่เราต้องการในซีซั่นนี้ นั่นคือการจบท็อปโฟร์, ผ่านเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้าให้ได้ รวมถึงลุ้นถ้วยติดมือสักใบ ภายในทีมนี้เรามีทุกอย่างที่จำเป็นอยู่แล้ว"

การบุกไปเยือนยูไนเต็ดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดในสัปดาห์นี้ยังเร็วไปสำหรับลอฟตัส-ชีค แต่ก็ยังคงมีเกมสำคัญรอเขาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอ้าท์หรือเอฟเอ คัพ และจากประสบการณ์ของก็องเต้ เขาทราบดีว่าการรับมือกับบททดสอบที่กำลังจะมาถึง สามารถชี้วัดผลงานในระยะยาวนับต่อจากนี้ได้เลย

"นี่คือบรรดาเกมสำคัญที่เหลือของเราในซีซั่นนี้ เพราะในลีกเองยังมีอุปสรรคอีกมากในการคว้าท็อปโฟร์ เรารู้อยู่แล้วว่าบาเยิร์น มิวนิคเป็นทีมที่แข็งแกร่ง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องสู้อย่างเต็มที่เพื่อผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้าย รวมถึงลิเวอร์พูลที่เราก็รู้ซึ้งเป็นอย่างดี"
"เอฟเอ คัพ คือรายการฟุตบอลของอังกฤษที่มีความงดงามและมันอาจจะเป็นอีกหนึ่งโทรฟี่สำหรับเรา เหล่านี้คือเกมสำคัญและผมหวังว่าเราจะจัดการกับมันให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุดได้นะ"

ติดตามเกมอย่างใกล้ชิดได้ที่ 5th Stand แอปพลิเคชั่นมือถืออย่างเป็นทางการของสโมสรเชลซี

ข่าวอื่นๆ