ข้อมูลก่อนแข่ง

ข้อมูลก่อนแข่ง : เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง กับเกมในบ้านที่ทุกคนต่างตั้งตารอมากที่สุดนัดหนึ่งของพรีเมียร์ ลีกในแทบจะทุกซีซั่น วันนี้ ริค แกลนวิลล์ นักประวัติศาสตร์สโมสร และพอล ดัทตั้น นักสถิติ ได้เตรียมข้อมูลที่น่าสนใจก่อนเกมคืนวันจันทร์นี้ มาให้คุณได้ติดตามกัน...

เหลือโปรแกรมเพียง 1 ส่วน 3 ให้เชลซีได้ลงเก็บแต้มต่อในซีซั่นนี้ ซึ่งชัยชนะของเชลซีในวันจันทร์นี้ ( เกมแรกในรอบ 4 นัดของเรา) จะส่งให้เดอะ บลูส์ทะยานทิ้งห่างทัพปีศาจแดงไปเป็น 9 แต้ม ขณะที่ยังเหลืออีกทั้งหมด 12 เกมให้ลงเล่น

หลังเสร็จสิ้นจากช่วงพักเบรก ก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงโปรแกรมสำคัญของเชลซี ที่มีคิวเล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ถึง 5 จาก 6 นัดต่อจากนี้ อีกทั้งในช่วงหลายสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง เชลซีที่มีค่าสัมประสิทธิ์ตามแรงค์กิ้งของยูฟ่าที่อันดับ 5 จำเป็นต้องกำศึกหนัก เตรียมปะทะกับทีมอันดับ 7 (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), อันดับ 16 (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส), อันดับ 3 (บาเยิร์น มิวนิค), อันดับ 85 (วูล์ฟแฮมป์ตัน)และอันดับ 14 (ลิเวอร์พูล)

นอกจากนี้ นี่ยังเป็นการย้อนไปถึงเกมนัดเปิดฤดูกาล พร้อมกับแลมพาร์ดที่ย่อมต้องการให้ลูกทีมสะสางสิ่งที่คาใจกับเกมที่เชลซีกุมความได้เปรียบเหนือกว่าเกือบตลอดทั้งเกม แต่กลับได้ผลสกอร์ที่ผิดเพี้ยนไปจากรูปเกมอย่างสิ้นเชิง

เกมวันจันทร์นี้จะเป็นการล้างแค้นนัดเปิดสนามของซีซั่น

เป็นเวลากว่า 32 ปีแล้วที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่สามารถคว้าชัยชนะเหนือทีมจากลอนดอนแบบไปกลับได้เลย มีเพียงพาเลซเท่านั้นที่มีแต้มน้อยกว่าลูกทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชานับตั้งแต่ปีนั้น นอกจากนี้ทั้งคู่ยังยิงประตูใส่กันไม่ได้เลยในสามนัดหลังสุดที่พบกัน

และจงอย่าลืมว่าเวลาที่เสียงนกหวีดของเกมที่เชลซีจะลงเล่นในคืนวันจันทร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน จะดังขึ้นในเวลา 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
 

เชลซีพลาดท่า เปิดรังปราชัยต่อแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปเพียงแค่หนเดียวเท่านั้น จาก 17 เกมหลังสุดในลีก (ชนะ 10 เสมอ 6) อีกทั้งยังไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้เลยใน 6 นัดหลังสุด

photo of ประเด็นที่น่าสนใจ ประเด็นที่น่าสนใจ

ระวังช่องว่างให้ดี

เราจะสามารถรู้คุณค่าของหนึ่งแต้มที่เราคว้าจากเกมกับเลสเตอร์ได้ชัดเจนขึ้นทันทีหลังผ่านความท้าทายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในเร็วๆนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมนี้และเกมที่ต้องพบกับสเปอร์สในคืนวันเสาร์ 

โดยการแบ่งเตะคนละสัปดาห์ในการพักเบรกครั้งนี้ ส่งผลให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดได้เก็บแต้มไปตุนไว้ก่อนแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ปัจจุบัน จี้เรามาติดๆ ตามหลังเพียง 2 แต้มเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสสำหรับทีมอื่นๆที่จะทำคะแนนเกาะกลุ่มกับทัพดาบคู่ขึ้นมาก่อนเกมวันจันทร์นี้จะเริ่มต้นขึ้น (เกมพรีเมียร์ลีกทุกเกมจะทำการถ่ายทอดสดบนทีวี เพราะฉะนั้นจึงสะดวกต่อการติดตาม)

เกมนัดเปิดฤดูกาลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นเชลซีที่คุมเกมเหนือกว่า ทั้งการครอบครองบอล, โอกาสยิงตรงกรอบและลูกเตะมุม, มียิงชนเสาคานสองครั้ง, แต่กลับมาเสียท่า โดนทีเด็ดเกมสวนกลับอันมีประสิทธิภาพของยูไนเต็ดเล่นงาน

ไม่ต้องสงสัยก็รู้อยู่แล้ว ยอดทีมจากแมนเชสเตอร์ถนัดการขึ้นบอลจากแนวหลัง และคาดว่าเกมจะเป็นแบบนั้นเช่นกันในวันจันทร์นี้ เปิดโอกาสให้เดอะ บลูส์จะได้บีบพื้นที่ให้กองหลังได้สร้างความผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมา และอย่าลืมว่าพวกเขาจะหมดสิทธิ์ใช้งานดาวซัลโวประจำทีมอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ดในเกมนี้ ในขณะที่คัลลัม ฮัดสัน-โอดอยและโทนี่ รูดิเกอร์ที่ชวดเกมในนัดแรกเมื่อเดือนสิงหาคม รวมถึงก็องเต้ที่ห่างไกลคำว่าฟิตในช่วงนั้น จะพร้อมช่วยทีมแล้วในเกมนี้

มีเพียงอีก 2 ทีมในพรีเมียร์ ลีกเท่านั้นที่เสียประตูจากลูกเซ็ตพีซมากกว่าแมนฯยูไนเต็ด, และในเกมกับเลสเตอร์ ซิตี้ รูดิเกอร์ได้แสดงถึงความอันตรายในพื้นที่นั้นจากการเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่สามารถโขก 2 ประตูให้เชลซีได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่จอห์น เทอร์รี่เคยทำได้ในเกมกับฟูแล่มเมื่อเดือนเมษายนปี 2013 และมีเพียงกองหลังจากสโมสรอื่นอีก 5 คนเท่านั้น ที่สามารถทำประตูได้เยอะกว่าเขาและเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า

ดาวิด ลุยซ์ซัดสุดโหด และสองประตูจากเจทีในเกมกับฟูแล่ม🔥


ประตูในพรีเมียร์ ลีกที่เกิดขึ้นจากกองหลัง

เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า 2

โทนี่ รูดิเกอร์ 2

มาร์กอส อลอนโซ่ 1

ฟิกาโย โทโมรี 1

นอกจากนี้ยังมีสถิติห่างกันที่ 186 ครั้งระหว่างจำนวนโอกาสยิงที่เชลซีทำได้ กับจำนวนครั้งที่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ยิงในซีซั่นนี้ (407 และ 201), เป็นรองเพียงแค่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ทีมเดียวเท่านั้น

การบ้านของแลมพาร์ดคือการกำชับเรื่องความเฉียบขาดของเหล่ากองหน้าให้ดีขึ้นกว่าที่เป็น แม้ว่า 8 จาก 13 ประตูทั้งหมดของอัมบราฮัมในพรีเมียร์ ลีกซีซั่นนี้ จะเป็นประตูที่ช่วยส่งให้ทีมออกนำคู่แข่ง ซึ่งเป็นสถิติที่เหนือกว่านักเตะทุกคนในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี แต่กระนั้นเองดูเหมือนว่าอัตราการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูของเดอะ บลูส์ยังค่อนข้างต่ำไปเสียหน่อย

 

อันดับดาวซัลโว พรีเมียร์ ลีก

เจมี่ วาร์ดี้ 17

เซร์จิโอ อเกวโร่ 16

ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง 14

แดนนี่ อิงส์ 14

มาร์คัส แรชฟอร์ด 14

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ 14

แทมมี่ อับราฮัม 13
 

การเสริมทัพของโซลชา 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีการจัดงบเสริมทัพผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาสองรายด้วยกันในช่วงเดือนมกราคม : โอเดี่ยน อิกาโล่ จากเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว และบรูโน่ เฟร์นานเดส, อดีตสตาร์จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน...ในช่วงพีค ภายใต้การคุมทีมวัตฟอร์ดของกีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส, อิกาโล่คือตัวจบสกอร์ธรรมชาติสไตล์คลาสสิคที่จับคู่ผนึกกำลังกับตัวสร้างสรรค์โอกาสอย่าง ทรอย ดีนี่ย์ โดยเมื่อซีซั่นก่อน อิกาโล่รั้งอันดับที่ 22 บนตารางดาวซัลโวของไชนีส ซุปเปอร์ลีก ยิงไปทั้งสิ้น 10 ประตู (มากกว่า ออสการ์ อดีตสตาร์เชลซี 1 ประตู)

โอเดียน อิกาโล่เผชิญหน้ากับเชลซีในสีเสื้อแตนอาละวาด

ทั้งนี้เองยังไม่ชัวร์ว่าหอกวัย 30 ปีชาวไนจีเรียรายนี้จะได้มีส่วนร่วมกับเกมวันจันทร์นี้หรือไม่ เนื่องจากนักเตะยังต้องเรียกความฟิต จากการที่ลงเล่นเกมอย่างเป็นทางการนัดสุดท้ายย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม และกำลังใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการซ้อมเดี่ยว เนื่องจากติดปัญหาในการเดินทางไปเก็บตัวกับเพื่อนที่แคว้นอันดาลูซีอา ประเทศสเปน

ขณะที่ทางบรูโน่ เฟร์นานเดส ได้ลงประเดิมสนามในเกมเสมอกับวูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 ไปแล้วเมื่อราวๆสองสัปดาห์ก่อน พร้อมกับการติดโทษแบนของเนมันย่า มาติช โดยในเกมดังกล่าว ดาวเตะชาวโปรตกีสสามารถเพิ่มมิติให้แก่ลูกเซ็ตพีซของยูไนเต็ดได้ทันที อีกทั้งยังแสดงความเชี่ยวชาญในตำแหน่งเบอร์ 10 ได้หาโอกาสยิงและสร้างสรรค์เกมให้เพื่อนเล่นได้อย่างไหลลื่น

รวมประตูและแอสซิสต์ในพรีเมียร์ ลีกจากนักเตะเชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ประตูแอสซิสต์รวม
แทมมี่ อับราฮัม(เชลซี)13316
อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล(แมนฯยู)8311
เมสัน เมาท์ (เชลซี)549
ดาเนี่ยล เจมส์ (แมนฯยู)369
วิลเลี่ยน (เชลซี)448
คริสเตียน พูลิซิช (เชลซี)527
จอร์จินโญ่ (เชลซี)426
เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า (เชลซี)235
คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (เชลซี)145


เกมเหย้าและเกมเยือน

เกมพบกันระหว่างเชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเป็นการพบกันระหว่าง ทีมที่มีผลงานในบ้านดีเป็นอันดับ 10 และทีมที่มีผลงานการออกไปเยือนดีเป็นอันดับ 10 เช่นกัน โดยเชลซีเป็นเพียง 1 ในสามสโมสรจากลีกสูงสุดที่สามารถเก็บแต้มนอกบ้านได้มากกว่าในบ้านภายในฤดูกาลนี้ ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเก็บแต้มได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นวัดจากจำนวนที่พวกเขาสามารถโกยได้ในโอลด์ แทรฟฟอร์ดรังเหย้าเก่งของตัวเอง

ในยามลงเล่นเกมเยือน, ลูกทีมของโซลชาเจาะประตูคู่แข่งได้ถึง 11 ประตูในช่วงครึ่งหลัง, ขณะที่ 2 ใน 3 ของประตูทั้งหมดที่เชลซีเสียในเดอะ บริดจ์นั้นล้วนเกิดขึ้นในช่วง 45 นาทีหลังทั้งสิ้น

โปรแกรมที่หนักอึ้งของทีมไล่ล่าท็อปโฟร์ที่เหลือ

หลังจบเกมนี้ ยูไนเต็ดจะมีเวลาให้พักเพียง 2 วัน ก่อนเตรียมลงหวดเกมยูโรป้าลีกรอบ 32 ทีมนัดแรกกับ คลับ บรูกก์ในวันพฤหัสบดี และยังต้องยกพลบุกเบลเยี่ยมในสัปดาห์ถัดมาอีกต่างหาก ซึ่งนั่นร่วมไปถึงทีมที่ลงเล่นยูโรป้า ลีกทีมอื่นอย่างอาร์เซน่อลและวูลฟ์แฮมป์ตัน ที่ต้องลงเตะรอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นรอบที่ไม่มีแข่งขันในถ้วยใบใหญ่อย่างแชมเปี้ยนส์ ลีก

หากพวกเขาสามารถผ่านคู่แข่งจากเบลเยี่ยมไปได้ นั่นหมายความว่ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในเดือนมีนาคมจะเพิ่มความเหนื่อยล้าให้แมนฯยูไนเต็ดได้ไม่น้อยเลย เมื่อต้องเล่นถึง 11 นัดภายใน 5 สัปดาห์ ในระหว่างที่เชลซีจะลงเล่นเพียง 9 นัดเท่านั้นในช่วงเวลาเดียวกัน

Loading OPTA feed
ฟาอุสติโน่ อันโจรินมีชื่อใส่สกอร์ในเกมยูธ คัพ


จบลงไปแล้วสำหรับโปรแกรมพักหนีหนาวในช่วงครึ่งฤดูกาล

นี่คือเกมแรกที่เชลซีจะกลับมาทำศึกอีกครั้งหลังได้โอกาสพักเบรกในช่วงครึ่งซีซั่นเป็นเวลานานสุดในรอบ 26 ปี โดยครั้งนั้นเป็นเกมลอนดอน ดาร์บี้ที่เราพบกับควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส ถ่ายทอดสดทางสกาย สปอร์ตสในวันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม แต่เป็นอันต้องถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากติดปัญหาน้ำขังในสนามลอฟตัส โร้ด 

และดูเหมือนการที่โปรแกรมต้องหยุดชะงักไประหว่างวันที่ 11 ถึง 27 ธันวาคม ปี 1993 จะส่งผลดีต่อลูกทีมของเกล็น ฮ็อดเดิ้ล เมื่อมาร์ค สตีน หัวหอกสิงห์ในยุคนั้น ที่หาประตูในลีกไม่เจอมานานกว่า 7 เกมรวด,จะสามารถฟื้นกลับมาถล่มประตูได้อีกครั้ง ซัดประตูคู่แข่งไปถึง 7 นัด ช่วยให้สิงห์บลูส์บุกไปคว้าชัยชนะ (สวินดอนในวันขึ้นปีใหม่) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กด ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส 2-1 ที่ไวท์ ฮาร์ท เลนเมื่อ 13 เดือนก่อนหน้า

และในปี 2010 เหตุการณ์คล้ายคลึงกันก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง (21-27 ธันวาคม) โปรแกรมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องเดินทางมาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากเผชิญปัญหาหิมะตกอย่างหนัก แถมยังเป็นการชะลอการหายจากอาการบาดเจ็บของแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ตั้งตาคอยจะกลับมาช่วยคาร์โล อันเชล็อตติ ป้องกันศักดิ์ศรีดับเบิ้ลแชมป์อีกต่างหาก

แต่ในครั้งนี้ โปรแกรมการพักเบรกได้ถูกจัดสรรค์ให้เป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง และแลมพาร์ดก็ได้ใช้เวลาดั่งกล่าวอย่างคุ้มค่าด้วยการให้ความหมายกับมันว่าเป็น มินิ ปรีซีซั่น เพื่อจัดเตรียมทีมให้เป็นรูปเป็นร่างก่อนโปรแกรมอันหนักหนาจะมาถึง

 

พรีเมียร์ลีก 2019/2020
1ลิเวอร์พูล25241060154573
2แมนเชสเตอร์ ซิตี้25163665293651
3เลสเตอร์ ซิตี้25154654262849
4เชลซี2512584334941
5เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด2610972824439
6ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์2510784032837
7เอฟเวอร์ตัน26106103438-436
8แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด259883629735
9วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส2581163532335
10อาร์เซนอล2561363234-231

ข่าวอื่นๆ