สัมภาษณ์

แฟรงค์ แลมพาร์ด สะท้อนถึงเรื่องเป้าหมายในระยะสั้นและยาวของทัพสิงห์บลูส์

ช่วงพักเบรกหนีหนาวที่ผ่านพ้น ถือเป็นโอกาสที่แฟรงค์ แลมพาร์ดจะได้วิเคราะห์ผลงานทีมในช่วงที่ผ่านมา, พร้อมกระตุ้นนักเตะให้เตรียมรับมือกับความกดดันในการเบียดแย่งท็อปโฟร์ และหาจิ๊กซอว์แบ่งแยกระหว่างความสำเร็จและล้มเหลวชิ้นนั้นให้เจอ

กลับมาลุยต่อกันอีกครั้งกับเกมพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในคืนมันเดย์ ไนท์ หลังผ่านพักเบรกพรีเมียร์ ลีกหนแรกกันไปกว่า 2 สัปดาห์ เริ่มต้นจากเกมนี้เป็นต้นไป อะไรคือกุญแจสำคัญในการช่วยให้เราผ่านพ้นศึกหนักเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายในการคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีกกัน?

หลังจากที่เราอยู่ในสถานการณ์ที่ดีสำหรับโอกาสการบรรลุเป้าหมาย เฮ้ดโค้ชของเราเองก็ค่อนข้างพอใจกับผลงานจนถึงตอนนี้ แม้ว่าเจ้าตัวจะรู้อยู่แก่ใจว่ายังมีงานให้ต้องสะสางอีกมากในระว่างปัจจุบันไปจนถึงช่วงปิดซีซั่น และการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นก็สามารถเกิดขึ้นได้ในสนามซ้อม

"ผมมักจะย้อนกลับมาดูตัวเองและวิธีการทำงานของผมต่อนักเตะก่อน บ่อยครั้งที่ผมเลือกที่จะโทษตัวเอง แต่การได้มีเวลาพัก มันช่วยให้ผมมองภาพชัดเจนขึ้นว่าควรมีความสุขกับการยึดอันดับ 4 มาได้จนถึงตอนนี้"

"เรารู้ว่าเราทำแต้มหล่นในเกมเหย้ากับอาร์เซน่อลและในเกมเยือนนิวคาสเซิ่ล รวมถึงก่อนหน้านั้นด้วย ณ จุดนี้พอมานึกถึงแต้มที่คุณทำหล่นไป มันก็รู้สึกเจ็บ, แต่ในขณะเดียวกันเราต้องคำนึงถึงจุดที่เรายืนอยู่ด้วย ทีมเรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายและพรีเมียร์ ลีกก็ไม่เคยสูสีกันเท่านี้มาก่อนด้วย"

"การที่เชลซีจบอันดับ 4 คือเป้าหมายของเราในตอนนี้, แต่มันจะไม่ใช่เป้าหมายของเราในระยะยาวแน่นอน เราต้องการที่จะเข้าใกล้มาตรฐานให้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้มาตรฐานนั้นคือลิเวอร์พูล นั่นคือวิสัยทัศน์ในระยะยาวและในการมองอะไรที่มันไกลบางครั้งคุณก็ต้องยืดหยัดอดทนต่อพายุที่โถมเข้ามา หวังว่าผมจะยืนแบบนั้นได้ แต่ขอก้าวไปข้างด้วยละกัน"

"ผมคิดว่าการได้อยู่อันดับ 4 นั้นในช่วงออกสตาร์ทซีซั่นสามารถช่วยได้มาก, แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็กำลังคิดถึงวิธีที่เราจะสามารถนำเอา 10 หรือ 15 เปอร์เซ็นต์ที่ขาดหายไปกลับมายังไง ถ้าเราทำได้ตั้งแต่แรก ป่านนี้เราคงมีแต้มมากกว่านี้และคงกอดท็อปโฟร์ได้แบบสบายใจกว่านี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะต้องกลับมาด้วยความกระตือรือร้นและตื่นเต้นกับบททดสอบในระยะยาวนี้จนกว่าจะถึงช่วงจบซีซั่น

หลังเสมอกับหนึ่งในคู่แข่งแย่งท็อปโฟร์ของเราอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ก่อนพักเบรก ถึงคิวที่เราต้องเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส,และเอฟเวอร์ตัน ในช่วงสำคัญที่สามารถต่อยอดให้โอกาสในการคว้าเป้าหมายของเราเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้เลย

อย่างไรก็ดี แทนที่จะหลบซ่อนจากความกดดัน, แลมพาร์ดกลับต้องการให้ลูกทีมของเขาซึมซับบรรยากาศที่พวกเขาต้องเผชิญ รวมไปถึงความสำคัญของโปรแกรมในเดือนถัดไป

"ไม่กลัวความจริงหรอกนะ ผมกลับชอบเสียอีก" แลมพาร์ดอธิบาย "ผมคิดว่านักเตะควรรู้ว่าหากอยากได้ท็อปโฟร์และยังอยู่ในตำแหน่งที่ดีแบบนี้ เราก็ควรจะต้องจริงจังกับมันให้มากที่สุดในช่วง 7 วันถัดจากนี้"

"การคิดแบบนั้นไม่ได้ส่งผลเสีย เราควรจะประหม่าสักเล็กน้อย การซ้อมก็เช่นกัน เหมือนที่เป็นมาตลอดนั่นแหละ พอทุกคนเริ่มจะแสดงความมุ่งมั่นและจริงจังออกมา ที่นี่ก็เหลือแต่ว่าเราจะนำมันลงไปใช้ในเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ไหมเท่านั้นเอง"

ข่าวอื่นๆ