ข่าว

โทนี่ รูดิเกอร์ : เราต้องยืนหยัดสู้พวกเหยียดผิว

อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ยังคงเดินหน้าต่อสู้กับการเหยียดผิวทุกรูปแบบ หลังจากที่เจ้าตัวเป็นประเด็นในเกมพรีเมียร์ลีกนัดพบกับท็อตแน่ม

รูดิเกอร์ได้ร้องเรียนกับกรรมการในเกมพบสเปอร์สเมื่อเดือนธันวาคมว่ามีการตะโกนส่งเสียงเหยียดเขาจากกลุ่มแฟนบอลเจ้าบ้าน

ขณะที่ทางฝั่งท็อตแน่มได้ออกมาเผยเมื่อเดือนมกราคมว่าพวกเขาไม่สามารถ “ยืนยันหรือโต้แย้ง” ข้อกล่าวหาของรูดิเกอร์ได้ หลังการสืบสวนของตำรวจนครบาล ทั้งยังย้ำว่าตัวนักเตะได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง และจะเปิดการสอบสวนใหม่อีกครั้งหากพบว่ามีข้อมูลเพิ่มเติม

“ทางสโมสรขอย้ำว่าเราสนับสนุนการดำเนินการของอันโตนิโอ รูดิเกอร์อย่างเต็มที่ในกรณีนี้ และเราสนับสนุนนักเตะทุกคนให้ทำแบบเดียวกันหากพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ในอนาคต” ท็อตแน่มระบุผ่านแถลงการณ์ของสโมสร

“ทางตำรวจเริ่มการสืบสวนอย่างเต็มที่ทันทีที่นักเตะมีการร้องเรียนเข้าไป และเรายังคงเปิดรับข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมอยู่ตลอด”

รูดิเกอร์ได้รับเสียงโห่จากแฟนบอลของท็อตแน่มในสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา และเขายอมรับว่ามันทำให้รู้สึกแย่และโดดเดี่ยวในการต่อสู้กับการเหยียดผิวแบบนี้

“น่าเศร้านะ” รูดิเกอร์กล่าว “ผมไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงโห่ บางทีอาจจะเพราะผมเคยพูดเรื่องเหยียดผิวไป ถ้าคุณโห่ผมเพราะเรื่องนั้น คุณก็น่าจะเป็นคนที่น่าสงสารมากเลยนะ นี่คือสัญญาณว่าเรากำลังมีปัญหาใหญ่อยู่”

“สุดท้าย ผมรู้สึกโดดเดี่ยวมากกับเรื่องนี้ เพราะผมเป็นคนเดียวที่ต้องยอมทน มันทำให้ผมรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติ สำหรับผมแล้วมันเหมือนพวกเหยียดผิวชนะเลยนะ สโมสรสนับสนุนผม แต่สำหรับผมแล้วมันยังไม่พอ คนเหล่านี้ควรต้องโดนลงโทษ และต้องเข้ารับการศึกษากันใหม่เลย”

แข้งวัย 26 ปีไม่เชื่อว่าแนวคิดที่ทีมและนักเตะจะวอล์คเอาท์จากสนามหากมีปัญหาเรื่องเหยียดผิวจะช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ เหมือนอย่างที่มูซา มาเรก้า หัวหอกของปอร์โต้เคยทำ แม้เพื่อนร่วมทีมจะคัดค้านก็ตาม

“การเดินออกจากสนามมันไม่ช่วยอะไรถ้าคนพวกนั้นไม่โดนลงโทษอยู่ดี” รูดิเกอร์กล่าว “ผลที่ตามมาอาจจะทำให้ผมโดนโห่ซ้ำอีก ถ้าไม่มีการลงโทษเกิดขึ้น พวกเหยียดผิวพวกนี้ก็ชนะอยู่ดี”

รูดิเกอร์กลับรู้สึกว่าต้องแบกรับความรับผิดชอบไว้ที่ตัวเองทั้งเวลาที่อยู่ในสนามฟุตบอลและท่ามกลางสังคมภายนอก

“ถ้าคนเราซื่อตรงกันจริงๆ เรามีผู้คนมากมายเข้ามาในสนาม และในเกมนั้นเมื่อมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แฟนบอลเชลซีถูกจับกุมไปเลย” เขากล่าวต่อ “ทำไมน่ะหรือ? เพราะแฟนบอลเชลซีคนอื่นๆ รายงานพฤติกรรมแฟนบอลที่เหยียดซง เฮือง-มิน”

“แต่อีกด้านหนึ่งมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้น นี่คือเหตุผลที่ผมพูดว่าถ้าเราไม่ลุกขึ้นสู้ พวกเหยียดผิวก็ยังชนะแบบนี้ไปเรื่อยๆ”

หลังได้เป็นพ่อคนครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน รูดิเกอร์ยังคงสานต่อการช่วยสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมและให้การศึกษากับคนรุ่นต่อไปด้วย

“ผมได้กลายเป็นพ่อคนเมื่อวันพฤหัสและเริ่มคิดว่าสังคมไม่ได้รับมือกับเรื่องการเหยียดผิวมากนัก ดังนั้นลูกๆ ของผมอาจจะต้องเจออะไรแบบเดียวกัน” เขากล่าว “ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และเด็กๆ ไม่ได้รับการศึกษาเรื่องนี้ดีมากพอ เราคงต้องแพ้ไป เราต้องจริงใจต่อกันในเรื่องนี้”

“ผมยืนหยัดสู้มาตลอด มันไม่ใช่แค่เรื่องของผมคนเดียว มันอาจจะมีเรื่องการเหยียดเพศ หรืออะไรต่างๆ อีกมากมาย ทุกคนต้องลุกขึ้นสู้”

“หากมันเกิดขึ้นในโลกฟุตบอล มันก็เกิดขึ้นที่โลกภายนอกเหมือนกัน และลูกชายผมก็กำลังจะโตขึ้นมา ผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ลูกชายเป็นเหมือนคนอื่นๆ”

ข่าวอื่นๆ