รายงานผล

รายงานผล : เชลซี 0 บาเยิร์น มิวนิค 3

สองประตูจากแซร์จ นาร์บรี้ และอีกประตูของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ สร้างภูเขาสูงชันไว้เป็นกำแพงให้เชลซีต้องปีนฝ่าไปให้ได้ในนัดที่สองของรอบ 16 ทีม หากเราอยากจะอยู่ในรายการแชมป์เปี้ยนส์ ลีกต่อไป

นาร์บรี้ อดีตปีกข้างของอาร์เซนอลจบสกอร์จากการปั้นเกมที่ดีสองครั้งได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง และตั้งแต่ช่วงเวลานั้นไป เชลซีไม่สามารถหาทางกลับสู่เกมได้เลย และเลวานดอฟสกี้กลายมาเป็นผู้ยิงปิดท้ายจากจังหวะบุกสวนอย่างรวดเร็วของบาเยิร์น

นอกจากสามประตูที่ต้องไล่ตามให้ทันแล้ว เกมที่บาวาเรียจะไม่มีทั้งจอร์จินโญ่และมาร์กอส อลอนโซ่ที่โนแบนจากใบเหลืองสะสม และอลอนโซ่โดนใบแดงในเกมนี้ด้วย

ในช่วงครึ่งแรก โทมัส มุลเลอร์ มีโอกาสโขกบอลไปชนเสา และวิลลี่ กาบาเยโร่ต้องเจองานเข้าอย่างต่อเนื่อง เชลซีมีโอกาสลุ้นประตูเช่นกัน โดยอลอนโซ่พยายามยิงไปเข้ากรอบ แต่ก็โดนเซฟไว้ได้ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก

เชลซี 0-3 บาเยิร์น มิวนิค - ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก (เหย้า)

ทว่า เมื่อทีมเยือนได้ประตูนำ พวกเขาเริ่มเล่นรัดกุมมากขึ้นและเชลซีถูกจำกัดโอกาสในการเข้าทำสกอร์ ต่อมาอลอนโซ่โดนใบแดงจากการใช้แขนหนุดเลวานดอฟสกี้ในช่วงหกนาทีสุดท้ายของเกม

ชิรูด์โขกลุ้นประตู

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาที 2 – กาบาเยโร่พุ่งไปทางขวาแล้วเซฟลูกยิงจากนอกกรอบของเลวานดอฟสกี้
นาที 10 – ชิรูด์โหม่งบอลไปให้เมาท์หาช่องหนีจากเดวีส์มาได้ แต่ยังจัดการกับนอยเออร์ไม่ได้
นาที 15 – เลวานดอฟสกี้ยิงมาลุ้นประตูอีกครั้ง แต่กาบาเยโร่หยุดเอาไว้ได้
นาที 28 – เลวานได้โอกาสอีก แต่กาบาเยโร่ก็พุ่งเข้าไปหยุดบอลที่เท้าของหัวหอกบาเยิร์นได้อยู่

กาบาเยโร่คว้าบอลได้

นาที 36 – เมาท์จ่ายบอลเข้าไปที่หน้าประตู บอลลอยผ่านชิรูด์ที่พยายามเหยียดขาเข้าไปเปลี่ยนทาง และเลยบาร์คลี่ย์ที่เสาสองไปด้วย
นาที 37 – มุลเลอร์ได้จังหวะโขก แต่บอลเหินข้ามคาน
นาที 44 – เชลซีบุกสวนแล้วอลอนโซ่ได้ยิง แต่นอยเออร์เซฟได้

จบครึ่งแรกแบบไร้สกอร์

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาที 48 – เมาท์ลากบอลเข้าไปที่กรอบ แต่เดวีส์เข้าสกัดบอลไว้ได้ บาร์คลี่ย์ได้จังหวะซ้ำ แต่นอยเออร์ก็ยังรับมือได้อีก
นาที 49 – จอร์จินโญ่โดนใบเหลืองทำให้จะพลาดเกมเลกที่สองเนื่องจากติดโทษแบน
นาที 50 – นาร์บรี้ยิงให้บาเยิร์นขึ้นนำสำเร็จ
นาที 54 – นาร์บรี้คนเดิม ยิงทิ้งห่างให้เสือใต้นำเป็น 0-2

เมาท์มีโอกาสลุ้นช่วงต้นครึ่งหลัง

นาที 61 – เชลซีเปลี่ยนผู้เล่นสองคน ส่งอับราฮัมและวิลเลี่ยนลงมาแทนชิรูด์และบาร์คลี่ย์
นาที 73 – เปโดรถูกส่งลงมาแทนอัซปิลิเกวต้า
นาที 76 – เลวานดอฟสกี้ยิงให้บาเยิร์นออกห่างไปเป็น 0-3
นาที 83 – มาร์กอส อลนอโซ่โดนใบเหลือง แต่หลังเช็คกับทาง VAR มีการเปลี่ยนคำตัดสินไปเป็นใบแดง ทำให้ฟูลแบ็ครายนี้ต้องออกจากเกม

จบเกมเชลซีพ่ายบาเยิร์น 0-3 พร้อมกับกำแพงสูงชันให้ต้องฝ่าไปให้ได้ในเลกต่อไปที่เยอรมนี

สิงห์บลูส์ไม่เปลี่ยนนักเตะ

แฟรงค์ แลมพาร์ดยังคงเชื่อมั่นในทีมที่เพิ่งเอาชนะสเปอร์สเมื่อวันเสาร์มา ทำให้วิลลี่ กาบาเยโร่ได้ลงเดบิวต์ให้เชลซีในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ชิรูด์ยังคงลงเป็นหัวหอกให้ทีมต่ออีกนัด

สถิติเมื่อเจอทีมจากเยอรมนี

สถิติไร้พ่ายเกมเหย้าของเชลซีเมื่อเจอกับทีมจากเยอรมันต้องจบลงไปในเกมนี้ โดยก่อนหน้านี้เชลซีไม่แพ้เกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์เลย แต่ตอนนี้มีสถิติชนะ 7 เสมอ 3 และแพ้ 1 จากเกมนี้

คิวต่อไปของเชลซี?

บอร์เชลซีจะบุกไปเยือนบอร์นมัธในเกมพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์นี้ ทีมเชลซีหลายคนยังคงมีแผลเป็นจากเกมที่แพ้ 4-0 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาอยู่และเราแพ้เกมเหย้าที่พบกันในช่วงต้นฤดูกาลนี้ด้วย ดังนั้นสามแต้มจากเกมนี้จะมีความสำคัญมาก เพราะทีมที่อยู่อันดับใกล้เคียงต่างก็ต้องเจอกันเอง บอร์นมัธอยู่อันดับที่ 16 ของตารางในตอนนี้

เชลซี (3-4-3-1) : กาบาเยโร่, อัซปิลิเกวต้า (c) (เปโดร น.73), คริสเตนเซ่น, รูดิเกอร์, เจมส์, จอร์จินโญ่, โควาซิช, อลอนโซ่, บาร์คลี่ย์ (วิลเลี่ยน น.61), เมาท์, ชิรูด์ (อับราฮัม น.61)
สำรองไม่ได้ลงสนาม : เกปา, ซูม่า, เอเมอร์สัน, กิลมอร์
ใบแดง : อลอนโซ่ น.83
ใบเหลือง : จอร์จินโญ่ น.48

บาเยิร์น (4-2-3-1) : นอยเออร์ (c), ปาวาร์, บัวเต็ง, อะลาบา, เดวีส์, ติอาโก้ (โกเร็ตซ์ก้า น.90), คิมมิช, นาร์บรี้ (โตลิสโซ่ น.85), มุลเลอร์, โกม็อง (คูตินโญ่ น.66), เลวานดอฟสกี้
สำรองไม่ได้ลงสนาม : อุลริช, โอดริโอโซล่า, เฮร์นานเดซ, เซิร์กซี่
ผู้ทำประตู : นาร์บรี้ น.51, น.54 เลวานดอฟสกี้ น.76
ใบเหลือง : ติอาโก้ น.45+1, คิมมิช น.50

ผู้เข้าชมในสนาม : 36,761
กรรมการ : คลีแมงต์ เตอร์แปง จากฝรั่งเศส

ข่าวอื่นๆ