ข่าว

ย้อนค่ำคืนที่น่าจดจำ - แฟนบอลเอเชียย้อนรำลึกคืนประวัติศาสตร์ เชลซี พบ บาเยิร์น ปี 2012

ค่ำคืนที่น่าจดจำสำหรับแฟนบอลเชลซีทุกคนคงไม่พ้นครั้งล่าสุดที่พบบาเยิร์น มิวนิคในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2012 เป็นเกมที่เชลซีคว้าถ้วยแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ผ่านการดวลจุดโทษท้ายเกม

ทางฝั่งเอเชียเป็นเวลารุ่งอรุณของวันใหม่ เมื่อดิดิเยร์ ดร็อกบายิงจุดโทษตัดสินชัยชนะที่เยอรมนี ทำให้แฟนบอลเชลซีในแดนไกลที่ถ่างตาติดตามการแข่งขันกันแบบโต้รุ่งได้เฮกันลั่นทวีป เป็นคืนที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้ถูกบันทึก

ผ่านมาแล้ว 7 ปีตั้งแต่ค่ำคืนนั้น แฟนบอลเชลซีในเอเชียยังคงมีความทรงจำที่ชัดเจนจากคืนแห่งความยิ่งใหญ่ที่เชลซีกลายเป็นทีมแรกจากลอนดอนที่ได้สวมมงกุฏแชมป์ยุโรปสำเร็จ

 

อินโดนีเซีย

ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2012 หนึ่งในสถานที่ที่แฟนบอลเชลซีนอกลอนดอนและมิวนิคมารวมกันมากที่สุดคือที่เมืองจาการ์ต้า แฟนบอลสิงห์บลูส์หลายพันคนรวมตัวกันเพื่อรับชมการแข่งผ่านจอยักษ์ที่ห้างเอพิเซนทรัม วอล์ค

ชมรมแฟนบอลอินโดนีเซีย (CISC) แชร์วิดีโอจากกิจกรรมในวันนั้นมาให้เราได้ดูกัน มีแฟนบอลมารวมตัวกันและส่งเสียงแสดงความดีใจกันแบบสุดเหวี่ยงหลังเชลซีคว้าชัยได้สำเร็จ

"นอกจากเกมกระชับมิตรของเชลซีที่ เกโลร่า บัง คาโม สเตเดี้ยมเมื่อปี 2013 แล้ว นี่คือการรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดของแฟนเชลซีในอินโดนีเซียเลย" ตัวแทนของ CISC กล่าว

"มีแฟนบอลไม่น้อยกว่า 5,000 คน มาร่วมเป็นสักขีพยานในคืนที่เชลซีคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ ห้างเอพีเซนทรัมกลายเป็นคลื่นทะเลสีน้ำเงินในค่ำคืนนั้น ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่คนสวมชุดแข่งสีน้ำเงินทั้งนั้น"

"หลังจบเกม แฟนบอลหลายร้อยคนได้ไปร่วมฉลองกันต่อที่น้ำพุ Monumen Bunderan HI ด้วย"


ประเทศไทย

ในประเทศไทย แฟนบอลเชลซีรวมตัวกันในบาร์แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เพื่อรับชมการแข่งขันที่มิวนิคร่วมกันอย่างอบอุ่น

"แฟนบอลเชลซีมากกว่า 300 คนจากทั่วทิศแดนไทยมารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ เพื่อร่วมเชียร์เชลซีในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบชิงชนะเลิศ" คุณศุภโชค พรศรี หรือคุณเบียร์ ประธานชมรมแฟนบอลเชลซีในประเทศไทยกล่าว

"เวลาเริ่มเตะคือตีสาม แต่ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนเราก็ไม่หวั่น ทุกคนต่างก็พร้อมเกาะติดขอบจอทีวีและร่วมกันส่งเสียงร้องเพลงเชียร์ตลอดเกมสุดเข้มข้นนั้น"

"มีความเงียบเกิดขึ้นเมื่อโทมัส มุลเลอร์ยิงประตูให้บาเยิร์นนำก่อน แต่เมื่อดิดิเยร์ ดร็อกบาโขกตีเสมอได้ในนาที 88 เราต่างก็ส่งเสียงเฮกันลั่น"

"เราเชียร์กันยาวไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนจะมาเงียบกันอีกครั้งเพราะต้องลุ้นกันตัวโก่งในช่วงดวลจุดโทษที่กดดันสุดๆ"

"บรรยากาศแห่งความสุขเกิดขึ้นทันทีที่ดร็อกบาวางบอลลงที่พื้นแล้วซัดเข้าไปตุงตาข่ายไม่มีเหลือ"

"หลังจากนั้นเราก็ร่วมกันร้องเพลงเชลซีเพื่อฉลองกันต่อเนื่อง กระโดดโลดเต้นกันอย่างมีความสุข บางคนก็หลั่งน้ำตาแห่งความปิติยินดีออกมา เราฉลองกันจนเช้าก่อนจะบอกลากันไปพร้อมกับหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข"

เวียดนาม

สำหรับ Huynh Chieu Anh สมาชิกชมรมแฟนบอลอย่างเป็นทางการของเวียดนามแล้ว คืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2012 เป็นคืนที่อยู่ในความทรงจำของเขาตลอดกาล

 

"ฤดูกาลนั้นเชลซีคุมทัพโดยโรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ นักเตะทุกคนต่างก็ลงเล่นในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาค้าแข้งของตัวเอง ในบ้านของบาเยิร์น มิวนิค" เขาย้อนความจำ

"แม้ว่าจะเสียเปรียบตั้งแต่วินาทีแรกเริ่ม แต่เชลซีก็รับมือกับทุกปัญหาได้อย่างยอดเยี่ยม"

"ด้วยจิตวิญญาณที่ทรงพลัง, พรสวรรค์และความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ทำให้ทีมสามารถสร้างประวัติศาสตร์ในการคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้เป็นครั้งแรก"

"แม้จะตามหลัง 1-0 จนถึงช่วงท้ายเกม แต่สิงห์บลูส์ก็เดินหน้าลุยต่ออย่างไม่ยอมแพ้จนชูถ้วยแชมป์สำเร็จ"

"แฟนบอลเชลซีทุกคนที่ดูเกมนั้นจะไม่มีทางลืมความรู้สึกที่แสนวิเศษในคืนนั้นได้เลย เพราะมันคือความสำเร็จที่น่าเหลือเชื่อ ซึ่งจะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเราไปตลอดกาล"

เขาได้แชร์บทกวีในภาษาเวียดนามที่สรุปการเดินทางสู่ความยิ่งใหญ่ของเชลซีในฤดูกาลนั้นด้วย

“Non cao cũng có đường trèo,
Đường dù hiểm nghèo cũng có lối đi”

(ยังมีหนทาง แม้ภูเขาจะสูงชัน
ยังมีเส้นทางให้มุ่งไปเสมอ แม้จะลำบากสักแค่ไหนก็ตาม)

ข่าวอื่นๆ