ข่าว

แฟรงค์ แลมพาร์ดชี้สิ่งที่เชลซีจะเรียนรู้จากลิเวอร์พูลได้ และย้ำความสำคัญของเกมรุกที่มีประสิทธิภาพ

ก่อนที่เชลซีจะไปฟาดแข้งกับลิเวอร์พูลเป็นครั้งที่สามในฤดูกาลนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ดได้พูดถึงพัฒนาการของหงส์แดงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสามารถนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาทีมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้

ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ มุ่งหน้าสู่ลอนดอนตะวันตกเพื่อแข่งเกมเอฟเอ คัพ รอบที่ 5 ในคืนวันนี้ หลังชนะเกมสองนัดที่ผ่านมาคือเกมที่อิสตัน บูลเมื่อเดือนสิงหาคมที่ต้องตัดสินกันด้วยจุดโทษในรายการซูเปอร์ คัพ หลังเสมอช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-2 และแพ้เกมพรีเมียร์ลีก 2-1 ในอีกไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น

แลมพาร์ดเชื่อว่าการแข่งขันที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทีมของเขาสามารถแข่งกับทีมที่มีคะแนนนำห่างเราอยู่ 22 แต้มในพรีเมียร์ลีกได้ 

"เราต้องพยายามทำให้ได้เหมือนในเกมที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และเกมซูเปอร์ คัพที่เราใส่กันเต็มร้อย" แลมพาร์ดกล่าว "เกมเหล่านั้นทำให้เรารู้สึกว่าถ้าเราใส่ทุกอย่างลงไปเต็มที่ เราก็รับมือกับลิเวอร์พูลได้"

"ผมได้ดูเกมทั้งสองนัดที่ผ่านมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ทีมเราในตอนนี้มีอะไรแตกต่างไปบ้างเพราะเรามีปัญหาการบาดเจ็บมารุมเร้า แต่หวังอย่างยิ่งว่าการทำงานช่วงที่ผ่านมาจะช่วยพัฒนาเราให้ทำผลงานโดยรวมได้ดีกว่าเดิม"

อ่าน : แลมพาร์ดอัปเดตอาการบาดเจ็บของลูกทีม

แม้จะพ่ายวัตฟอร์ดมาแบบสุดช็อค แต่ลิเวอร์พูลก็ยังเป็นทีมที่ผ่านบททดสอบทุกรูปแบบมาแล้วในฤดูกาลนี้ และแลมพาร์ดก็รู้ว่ามันไม่ใช่ประเด็นสำคัญเมื่ออยู่ภายใต้การคุมของคล็อปป์ ลิเวอร์พูลจบที่อันดับ 8 หลังจากที่เขารับตำแหน่ง 7 เดือน ตามหลังเวสต์ แฮม และเซาท์แฮมป์ตัน

ช่วงเดือนธันวาคมของฤดูกาลนั้น หลังเสมอเกมเหย้าที่พบเวสต์ บรอม 2-2 คล็อปป์ก็พาลูกทีมทั้งหมดไปที่อัฒจันทร์ฝั่ง Kop End เพื่อกอดคอกันแล้วโค้งคำนับแฟนๆ 

นั่นคือสิ่งที่ทำให้คนภายนอกหัวเราะเยาะกัน แต่แลมพาร์ดเปรียบความแตกต่างในตอนเริ่มต้นคุมทีมของเขาที่เดอะบริดจ์กับการเริ่มต้นของคล็อปป์

"เราได้เห็นการเดินทางของลิเวอร์พูลมาแล้ว เป็นเรื่องราวการคุมทีมที่เหลือเชื่อมากเลยนะ สโมสรของเขาอยู่เคียงข้างผู้จัดการทีมเสมอ" แลมพาร์ดกล่าว "ผมจำวันที่พวกเขากอดคอกันในตอนที่เสมอกับเวสต์ บรอมได้ดี"

"ก่อนหน้านี้ผมได้ดูสารคดีกีฬา พวกเขาถูกเยาะเย้ยอยู่พักหนึ่ง แต่สำหรับผมแล้วมันคือสัญญาณว่าทีมนี้กำลังเริ่มต้นเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์ใหม่"

แลมพาร์ดเชื่อว่าเรามีอะไรให้ได้เรียนรู้จากความสำเร็จของลิเวอร์พูลเยอะเลย ทั้งการสรรหานักเตะที่ยอดเยี่ยมและการพัฒนากลยุทธิ์ของสโมสรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ความเป็นหนึ่งเดียวกันในเวลาที่ยากลำบากนั้นเป็นสิ่งที่ทีมเชลซีเองก็ควรนำมาใช้เช่นกัน

"มันเหมือนเป็นจุดอ้างอิงสำหรับเราในแง่ของกระบวนการทำงานที่ต้องใช้เวลา" แลมพาร์ดกล่าว "เบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูลในตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและการทำงานหนักของทุกคนที่มีส่วน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกำลังพยายามทำให้ได้อยู่"

"มีแผนการทำงานที่ใช้ดำเนินการในสโมสร ซึ่งเราเองก็กำลังพยายามทำอยู่เช่นกัน ต้องเข้าใจว่าเราจะเจอกับช่วงเวลาที่ยาก ที่หลายๆ คนตั้งคำถามกับตัวผม กับทีม กับแผนการเล่น กับสโมสร แและเราต้องยืนหยัดไปด้วยกัน"

"นอกจากนั้นแล้วลิเวอร์พูลยังคว้าตัวนักเตะใหม่ได้ในเวลาที่เหมาะเหม็งมาก ที่เด่นชัดสุดเห็นจะเป็นเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และอลิสซอน นักเตะระดับท็อปเข้ามาเสริมทัพให้ทีมมีผลงานที่ดีขึ้น ลิเวอร์พูลคว้าตัวนักเตะที่สามารถเล่นได้เข้ากับระบบของทีมได้อย่างเหมาะเจาะและถูกเวลา นี่คือแบบอย่างที่ดีสำหรับเราเลย"

"ผมไม่อยากจะมองไปไหนนอกจากที่เปรียบเทียบในตอนนี้ หรือไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะสิ่งที่พวกเขาทำนั้นสุดยอดมาก ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นผมเห็นชัดเลยว่ามาจากการทำงานหนัก และนั่นคือสิ่งที่ผมกำลังเตรียมทำอยู่"

แลมพาร์ดมั่นใจว่าพัฒนาการของเชลซีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทำงานกันเต็มที่ และเขาก็มั่นใจว่าเชลซีกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูก

"เป็นเรื่องของคนอื่นที่ต้องไปนั่งถกเถียงกันว่าทีมเราเป็นอย่างไรในตอนนี้ และทีมเราต้องเป็นอย่างไร" แลมพ์กล่าว "เราแค่ต้องทำงานให้หนักและเอาชนะการแข่งขันที่รออยู่ให้ได้"

"มีผู้จัดการทีมหลายคนในพรีเมียร์ลีกปัจจุบันนี้ที่น่าจะดูแค่ผลการแข่งขันหรือคะแนนรวมที่ได้มา เพราะในลีกนี้ทุกอย่างมันคือการแข่งขันที่สูงมาก ยกเว้นกับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้"

"ทีมที่เหลือต่างก็ต้องสู้เพื่อความสม่ำเสมอ พัฒนาตัวเอง และเราต้องเข้าใจว่าเราอยู่ในตำแหน่งนั้น และผมคิดว่าแฟนบอลเชลซีเองก็เข้าใจความเป็นจริงของเราในตอนนี้"

ในระยะสั้น แลมพาร์ดกำลังเตรียมบททดสอบสำหรับลูกทีมในการทำเกมบุกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าเดิมหากจะเอาชนะทีมอย่างลิเวอร์พูลได้"

"ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนักเตะเชลซีที่อยู่ในพื้นที่เกมรุก ซึ่งต้องรับแรงกดดันในการทำประตูและแอสซิสต์กันให้ได้" แลมพาร์ดกว่า "เมื่อย้อนไปดูสถิติที่ผ่านมา คุณต้องถามตัวเองเลยว่าทำในสิ่งที่ควรทำได้มากพอแล้วหรือยัง"

"เราจำเป็นต้องยิงประตูให้ได้มากกว่านี้ ถ้าอยากอยู่อันดับท็อปโฟร์ หากคุณเปรียบเทียบกับทีมอื่นๆ ในตำแหน่งเดียวกัน คุณจะเห็นเลยว่าประตูคือสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลย"

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ