ประวัติ

เรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 : สปิริตเกินร้อย

ในตอนที่สองของบทความย้อนช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 2004/05 หลังผ่านมา 15 ปี จะเป็นเรื่องราวของการแข่งขันนัดแรกที่เจอกับคู่แข่งเต็งแชมป์...

“ทุกคนทำได้ดีมาก และเพตเตอร์เช็กก็พร้อมรับมือกับลูกโยนยาว แน่นอนว่าเราเล่นได้ดีกว่านั้นมาก แต่เราได้แสดงให้เห็นคาแร็คเตอร์ที่แท้จริง เราทุ่มชีวิตป้องกันประตูกันอย่างเต็มที่เลยล่ะ” - ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น

สำหรับการเปิดฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก คงไม่มีอะไรยากไปกว่าการต้องเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกแล้ว สิงห์บลูส์ส่งนักเตะหน้าใหม่ลงสนาม 6 คน และผู้จัดการทีมที่เข้ามาคุมในฟุตบอลอังกฤษเป็นครั้งแรก หลายคนคงเป็นกังวลกับการเริ่มต้นฤดูกาลแบบนั้น แต่ไม่เลย เพราะเรามีนักเตะคนหนึ่งที่เป็นเหมือนส่วนประกอบที่ลงตัวสำหรับการคว้าแชมป์ลีก

มิคาเอล ซิลแวสต์ กองหลังของยูไนเต็ด พยายามจะเล่นเกมจิตวิทยาด้วยการให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือพิมพ์ฉบับก่อนวันแข่งด้วยข้อความถึงสิงห์บลูส์ว่า “แม้จะซื้อตัวนักเตะต่างชาติหรือนักเตะระดับท็อปมาเยอะ แต่สปิริตในห้องแต่งตัวก็สำคัญนะ คุณไม่มีทางสร้างมันขึ้นมาได้ตั้งแต่เดือนแรกหรอกครับ”

แต่แข้งดังชาวฝรั่งเศสก็ดูเหมือนจะคิดผิดตลอดทั้งช่วง 90 นาทีแรกของฤดูกาลใหม่ ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในเกมนั้นต่างกับที่เขาคาดการณ์ไว้อย่างสิ้นเชิง การเล่นของลูกทีมทีมี่โชเซ่ มูรินโญ่เลือกวางหมาก ทำให้หลังสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลาเต็มไปด้วยภาพการเฉลิมฉลองแห่งความสุข

จริงๆ แล้วสปิริตของนักเตะคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับสิงห์บลูส์ในการก้าวข้ามคู่แข่งที่รู้กันดีว่าเป็นทีมที่คว้าแชมป์มาแล้วมากมายในช่วงทศวรรษก่อนหน้านั้น เพตเตอร์ เช็ก, เปาโล แฟร์เรร่า, อเล็กซี่ สเมอร์ติน และดิดิเยร์ ดร็อกบาต่างก็ลงเล่นเป็นตัวจริงให้เชลซีเป็นครั้งแรก ส่วนริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ และมาเตย่า เคซมันลงเป็นตัวสำรองด้วย ช่วงเวลาในพรีซีซั่นที่ยอดเยี่ยมจะนำมาซึ่งฟอร์มที่สม่ำเสมอ แต่ยังขาดสิ่งหนึ่งที่จำเป็นที่สุดในการขึ้นสู่ระดับท็อป นักฟุตบอลจะให้คำตอบเดียวกันว่าทักษะเท่านั้นที่จะพาคุณไปได้ไกล

ชั่ยชนะในครั้งนี้มาจากประตูโทนของไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น หัวหอกชาวไอซ์แลนด์ถูกเลือกให้ลงเล่นคู่กับดร็อกบา และที่น่าสนใจคือฟอร์มในช่วงพรีซีซั่นของเคซมัน รวมไปถึงการตัดสินใจวางหมากของมูรินโญ่ในตำแหน่งอื่นๆ ส่งผลตอบแทนที่ดีให้กับทีมในภาพรวมแทบจะทันทีที่เริ่มเกมเลย

หลังจากที่ได้โชว์ความกล้าหาญในจังหวะดวลกับควินตั้น ฟอร์จูน เฌเรมี่ก็ใช้ประโยชน์จากการที่มีพื้นที่เล่นมากขึ้น จ่ายบอลยาวขึ้นไปให้ดร็อกบาโขกลงไปเข้าทางกุ๊ดยอห์นเซ่นโยกบอลข้ามทิม โฮวาร์ดแล้วหลบการสไลด์เข้ามาสกัดบอลของรอย คีน แล้วยัดเข้าไปตุงตาข่ายไม่มีเหลือ ทำให้เชลซีขึ้นนำทันที (ภาพบนสุดและด้านล่าง)

ถือเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดในเกมนั้น หลังจากนั้นเชลซีไม่สามารถหาจังหวะเหน่ง ในเกมรุกได้อีก ขณะที่ทีมปีศาจแดงเองก็ไม่สามารถสร้างจังหวะจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาสได้เลย แน่นอนว่าปัจจัยสำคัญมาจากเกมรับที่แข็งแกร่งของเชลซีที่มีเพตเตอร์ เช็กและแผงแบ็คโฟร์ รวมกับกองกลางที่ยืนตำแหน่งแบบไดม่อนด์ พร้อมมีโคล้ด มาเกเลเล่เป็นตัวตัดบอลอีก

แม้จะครองบอลได้มากกว่า แต่ยูไนเต็ดก็ไม่สามารถเจาะทะลวงเชลซีได้เลยจนกระทั่งกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา ทำให้เชลซีเริ่มต้นยุคใหม่ของทีมได้อย่างสวยงามจริงๆ

“ซิลแวสต์คิดผิดแล้วล่ะที่โพล่งออกมาว่าเราไม่มีเวลาสร้างสปิริตของทีมได้ทัน” มูรินโญ่กล่าวหลังจบเกม

“วันนี้เรามีทีมที่ดี เราต้องชนะเกมนี้ให้ได้เพราะมันเป็นสามแต้มจากคู่แข่งตัวฉกาจของเรา ผมคิดว่าเราสมควรได้สามแต้มนี้เพราะสปิริตในทีมของเราดีมาก”

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซนอลมีทีมที่แข็งแกร่งและทำงานร่วมกับผู้จัดการทีมมานาน เราเพิ่งมาทำงานด้วยกันแค่สามสัปดาห์ แต่เรามีสปิริตที่ยอดเยี่ยมและการจัดการทีมที่เป็นระบบ เราใส่ทุกอย่างลงไปเต็มที่เมื่ออยู่ในสนาม”

กุ๊ดยอห์นเซ่น ผู้ทำประตูชัยเองก็ได้พูดถึงการทำงานหนักของเพื่อนร่วมทีมจนทำให้เขาพังประตูในเกมนี้ได้ด้วยว่า “คู่แข่งทำให้เรากดดันกันหนักมาก แต่เรารับมือได้ดี เราแสดงให้เห็นคาแร็คเตอร์ที่ยอดเยี่ยมและทุ่มชีวิตเพื่อป้องกันประตูอย่างเต็มที่เลยล่ะ”

มิคาเอล ซิลแวสต์ นี่แหละคือสปิริตของทีมที่นายสบประมาทเราไว้

- โดยริชาร์ด ก็อดเดน – บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเชลซี

คุณสามารถรับชมสรุปเรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 ได้แบบเต็มๆ ที่แอปฯ The 5th Stand

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ