Thailand

เรื่องเล่าจากปากมืออาชีพ – แอนเดรียส คริสเตนเซ่น – ตอนที่ 1

แอนเดรียส คริสเตนเซ่น อายุครบ 24 ปี ในสัปดาห์นี้ และเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดนี้ เรามีบทความพิเศษมาให้อ่านกัน โดยเซ็นเตอร์แบ็คชาวเดนิชพูดคุยบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นการค้าแข้งของเจ้าตัว

ในตอนแรกของบทความพิเศษนี้ กองหลังของเราพูดคุยถึงสเตน พ่อของเขาที่เป็นอดีตผู้รักษาประตู และบทบาทที่เขามีต่อการผลักดันให้แอนเดรียสกลายเป็นนักฟุตบอลที่เด็นมาร์ค

ผมจำไม่ได้เลยว่าตอนไหนที่ไม่มีฟุตบอลอยู่ในชีวิตผม ผมเริ่มต้นเล่นตอนอายุราวๆ 4 ขวบ พ่อผมเริ่มต้นกับทีมฟุตบอลท้องถิ่น ซึ่งน่าจะเป็นความจำแรกที่ผมมีมาตั้งแต่ช่วงเด็กๆ ผมมีแต่ฟุตบอลมาตลอดเลยนะ

พ่อผมเป็นผู้รักษาประตูระดับมืออาชีพในเด็นมาร์ค จริงๆ แล้วเมื่อปีเตอร์ ชไมเคิลย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรอนบี้ก็ซื้อตัวพ่อผมไปแทน

เขาหยุดเล่นในตอนที่มีผมแล้ว ตั้งแต่ที่ผมเกิดเขาก็แขวนถุงมือเลย ผมคิดว่าพ่อน่าจะอยากอยู่กับครอบครัวมากกว่า ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยได้เห็นเขาลงสนามนัก แต่ผมก็ได้เห็นเสื้อแข่งหลายตัวเลยในตอนที่พ่อเล่นอยู่ ผมได้ยินเรื่องราวมากมายและได้เห็นภาพสมัยที่พ่อเล่น แต่ไม่เคยเห็นเขาลงเล่นจริงๆ เลย ผมเห็นแค่ตอนที่ลงเล่นในเกมรวมดาราเก่าๆ หรืออะไรแบบนั้น

เราเล่นด้วยกันตลอดเวลาเลย เราอาศัยอยู่ในพื้นที่ละแวกคล้ายๆ ป่า ทำให้เรามีพื้นที่เยอะมาก เราสร้างรั้วที่สูงขึ้นกว่าปกติอยู่จุดหนึ่งเพื่อทำให้เหมือนเป็นประตู พ่อผมจะเป็นผู้รักษาประตูแล้วคอยให้ผมยิง เราใช้เวลาเล่นฟุตบอลด้วยกันหลายครั้งเลยล่ะ

หมู่บ้านผมชื่อว่า อัลเลรอด อยู่ใหล้กับโคเปนเฮเก้นราวๆ 20 นาที และใกล้กับฮิลเลอรอด ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่กว่าด้วย เราอยู่กลางระหว่างสองเมือง และมีชายหาดอยู่ใกล้ๆ ด้วย บ่อยครั้งที่เราไปชายหาดแล้วเล่นบอลในน้ำด้วยกันโดยพยายามโยนบอลให้ลอยกลางอากาศให้นานที่สุด

แต่ผมชอบฟุตบอลตลอดเลยนะ บรอนบี้เป็นทีมที่ผมชอบมากที่สุดในเด็นมาร์ค ที่นั่นคือที่ที่พ่อผมเล่นให้อยู่ และเราก็ไปดูการแข่งขันที่นั่นหลายครั้งในตอนที่ผมยังเด็ก พอผมโตขึ้นผมก็ได้พบกับเพื่อนๆ มากมายหลังฝึกซ้อม และเราไปดูบอลที่สนามแข่งด้วยกัน

บรอนบี้เป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในละแวกที่ผมอยู่ เป็นสโมสรที่ผมเชียร์มา ดังนั้นเมื่อผมอายุ 10 ขวบแล้วได้รู้ว่าพวกเขาต้องการให้ผมไปลองเล่นดู ผมตื่นเต้นมากเลยนะ มันคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมจะทำได้ในวัยแค่ 10 ปีเลย

ผมเริ่มเล่นเป็นกองหน้า ชอบเลี้ยงบอลและโชว์ทริกพร้อมทำประตูหลายๆ ประตู หลังจากนั้นผมก็ขยับมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องจับบอลเยอะและเป็นนักเตะที่มีเทคนิคดี ต่อมาเมื่อผมกลายมาเป็นกองหลัง ผมยังคงพยายามลากบอลขึ้นไปที่แดนกลางตลอดเลยครับ

หลังจากนั้นพ่อผมก็ได้มาเป็นโค้ชให้ผมในทีมบรอนบี้รุ่น U14 และ U15 ร่วมกับโค้ชคนอื่นๆ ด้วย แต่ผมจำได้หลักๆ สองคนคือนิลส์ นีลสัน และจอห์น รานัม ทั้งคู่มีบทบาทสำคัญในการปั้นผมมามากเลย

คนแรกรู้จักกับผมในตอนที่เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ เมื่อเขาทำงานกับผมเขาก็ให้ผมไปเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค เขาบอกว่าผมจะไปได้สวยในตำแหน่งนี้ และมันมีความหมายมากเลย เพราะถ้าไม่มีวันนั้น ผมก็คงไม่มาถึงวันนี้ ขณะที่โค้ชอีกคนสนับสนุนผมดีมากเลย ทั้งสองคนและพ่อของผมมีอะไรที่ผมอยากจะขอบคุณพวกเขาเยอะเลยล่ะ

ในช่วงวัยนั้นมันไม่ได้ง่ายสำหรับผมเลยนะ ผมเกือบจะต้องไปเล่นในทีมสำรองเพราะผมทำผลงานไม่ได้เลยในช่วงทีมรุ่น U15 ผมมีปีที่ไม่ค่อยดีนักและมันทำให้ผมสงสัยว่าผมอยากจะทำอะไรแบบนั้นต่อไปจริงหรือเปล่า? มันคุ้มค่ากันมั้ย? แต่เมื่อคุณมีเกมที่ดีและเริ่มต้นได้ใหม่อีกครั้ง ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไปในอีกทางเลย

นั่นคือช่วงเวลาเกือบๆ สองปีครึ่งก่อนที่ผมจะย้ายมาเชลซี แต่ในตอนนั้นผมไม่เคยคิดถึงอนาคตใกลๆ เลย ผมแค่อยากเล่นฟุตบอลเท่านั้น

ในตอนที่สองของบทความพิเศษนี้ คริสเตนเซ่นพูดคุยถึงการเข้าร่วมทีมเชลซีและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของยุคแห่งดาวรุ่งที่ต้องการแจ้งเกิด

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ